ข่าว

ทหารได้เบาะแสเตรียมก่อเหตุในพื้นที่เชียงใหม่

ทหารได้เบาะแสเตรียมก่อเหตุในพื้นที่เชียงใหม่

14 พ.ค. 2553

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ เข้าค่ายประชุมทหาร-ตำรวจ ตั้งศูนย์เฉพาะกิจรักษาความสงบฯจัดการม็อบ หลังประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ ด้านทหารได้เบาะแสจะมีการก่อเหตุรุนแรง

 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 14 พ.ค. นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางเข้าประชุมร่วมกับทหาร ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงที่ห้องประชุมชั้น 2 กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่33 (ค่ายกาวิละ)จ.เชียงใหม่ เพื่อกำหนดกรอบแนวทางปฏิบัติในการรักษาความสงบกับกลุ่มผู้ชุมนุมแดง หลังศอฉ.ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่จ.เชียงใหม่เพิ่มเติมรวมเป็น 15 จังหวัดทั่วประเทศ

 พล.ต.ชานุกร ตัณฑโกศล ผบ.มทบ.33 กล่าวว่า เรื่องมือที่สามที่ก่อวินาศกรรมยิง และวางระเบิดในจ.เชียงใหม่ หลังมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้แล้ว ทหารมีอำนาจในการเข้าดำเนินการตรวจค้นและตามประกบบุคคลต้องสงสัยว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งกำลังตามไปประกบอยู่ และพบว่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่จ.เชียงใหม่เพื่อเตรียมก่อเหตุแล้ว

 นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้ข้อสรุป คือ ให้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจรักษาความสงบเรียบร้อย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นการทำงานร่วมของทหาร ตำรวจและพลเรือนในการดูแลรักษาความสงบเพื่อให้สถานการณ์ต่าง ๆกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว หลังจากเชียงใหม่เป็นหนึ่งในพื้นที่ซึ่งประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 โดยกรอบที่วางไว้คือ ขอร้องไม่ให้เดินทางไปกรุงเทพฯเพราะสถานการณ์ที่กรุงเทพฯตอนนี้อันตราย  ถัดมาคือขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่ง ทั้งรถเมล์ และรถยนต์รวมถึงรถยนต์ส่วนตัวเพราะอาศัยอำนาจตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วการไปชุมนุมที่กรุงเทพฯในขณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย และผู้ประกอบการที่มีการนำรถไปก็จะถือว่ามีความผิดฐานชักจูง

 ส่วนสถานีวิทยุชุมชนตามประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว การดำเนินการถ่ายทอดไม่ว่าจะเป็นภาพ หรือเสียงหรือขึ้นเวทีแสดงความคิดเห็นก็ไม่สามารถทำได้เหมือนที่ผ่านมา ส่วนการชุมนุมที่หน้าโรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซและที่หน้าสถานีรถไฟเชียงใหม่และพาคนไปบุกศาลากลางนั้น เมื่อประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วมีการรวมตัวเกิน 5 คนก็ถือว่าผิดและขอให้ยุติ

 "ขณะนี้ศูนย์เฉพาะกิจรักษาความสงบฯจะยังไม่ใช้กำลังทหารเป็นหลักยังใช้กำลังตำรวจและช่วงแรกจะใช้แนวทางขอความร่วมมือไปยังผู้ชุมนุมก่อน ซึ่งจะดูท่าทีและพฤติกรรมที่มี หากพบว่ามีการชุมนุมด้วยความรุนแรงชักชวนกันทำในสิ่งไม่เหมาะเป็นไปในลักษณะของการคุกคามก็คงต้องดำเนินการตามกฎข้อบังคับตามอำนาจที่มี"

 นายอมรพันธุ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ที่ประชุมประเมินแล้ว มั่นใจว่าสถานการณ์จะเป็นไปในแนวทางที่ดี