ข่าว

เฟซบุ๊คเชียงใหม่ฯหยุดกิจกรรมรวมตัวหลายจว.เข้ม

เฟซบุ๊คเชียงใหม่ฯหยุดกิจกรรมรวมตัวหลายจว.เข้ม

14 พ.ค. 2553

กลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่ ประกาศหยุดกิจกรรมรวมตัวเคลื่อนไหวต่อต้านยุบสภาหลังศอฉ.ปฏิบัติการกระชับพื้นที่ชุมนุมนปช. ระบุไม่เลิกมีทติ้งระดมความเห็นเสาร์นี้ ชัยภูมิระดม2พันนายรับมือสลายการชุมนุมชัยภูมิ ผู้ว่าฯอุดรธานีเรียกประชุมรับมือพรก.ฉุกเฉิน

 นายชาติชาย จุลเสนีย์ชร หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มเฟซบุ๊คเชียงใหม่ต่อต้านการยุบสภา เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศูนย์อำนวยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ออกประกาศกระชับพื้นที่ของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ    กลุ่มเซสบุ๊คเชียงใหม่ฯ จึงเห็นว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีความเปราะบางอย่างมากเห็นควรหยุดกิจกรรมพบปะสมาชิกจากเดิมที่จัดเป็นประจำทุกวันอังคาร พฤหัส และเสาร์ ที่สวนสุขภาพ ข้างหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อทำกิจกรรมร้องเพลงชาติ เพลงสรรเสริญพระบารมี และเดินรณรงค์ต่อต้านการยุบสภาบริเวณถนนนิมมานเหมินทร์

 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจังหวัดเชียงใหม่จะมีการประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.) แต่ในส่วนของการกิจกรรมนัดพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองที่มีการนัดหมายไว้ในวันที่ 15 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป จะดำเนินต่อไปไม่ได้ยกเลิก ทั้งนี้ ทางกลุ่มมองว่าเป็นการรวมตัวกันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองและการใช้ประโยชน์จากเฟซบุ๊คเพื่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคต ไม่ได้รวมตัวกันเพื่อทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองแต่อย่างใด

 ทั้งนี้ ในส่วนของการปฏิบัติการของศอฉ.โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยเป็นอย่างมาก เพราะรัฐบาลได้ออกโรดแมป 5 ปรองดองและเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. แต่กลุ่มนปช.ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกลับมีข้อต่อรอง ซึ่งแสดงถึงเจตนารมย์ที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้น การที่รัฐบาลตัดสินใจดำเนินการกระชับพื้นที่ของกลุ่มผู้ชุมนุมได้กระทำไปตามกฎหมาย เพราะหากปล่อยไว้จะส่งผลเสียที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม กรณีที่พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกยิง มองว่าจะทำให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะแกนนำกลุ่มฮาร์ดคอร์ ที่เชื่อในตัว พล.ต.ขัตติยะ จะเกิดความโกรธแค้น

ชัยภูมิระดม2พันนายรับมือสลายการชุมนุม

 ความเคลื่อนไหวหลังมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินคลุมพื้นที่ 17 จังหวัดและจ.ชัยภูมิ ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 14 พ.ค. นายวันชัย  สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ได้เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัด ผ่านวีดีโอทางไกลผ่านดาวเทียมร่วมกับ พล.ท.วีร์วลิต  จรสัมฤทธิ์ แม่ทัพภาค 2   โดยสาระสำคัญคือจังหวัดระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 16 อำเภอ กว่า 2,000 นาย ตั้งเป็นหน่วยชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามการจราจล ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมเผชิญเหตุได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงจากนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
 
 นายวันชัย  สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า หลังมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่   ได้เจรจากับ  นายมงคล  นพชัยภูมิ  ตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงชัยภูมิ พร้อมตัวแทนส.ส.เพื่อไทยในพื้นที่จ.ชัยภูมิ   หลังจากกลุ่มคนเสื้อแดงพากันมาชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัดหลังเก่าตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. ที่ผ่านมา ผลเจรจาตกลงกันว่าจะยอมสลายการชุมนุมในสถานที่ราชการ คือศาลากลางจังหวัดเดิม  ย้ายเวทีการชุมนุมออกไปตั้งเต็นท์ชั่วคราวยังจุดเดิมที่บริเวณเยื้องรอบวงเวียนอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล  ส่วนการที่จะมีการระดมคนเข้ากรุงเทพฯ เรื่องนี้เท่าที่เจรจากันตกลงว่าจะไม่มี

ผู้ว่าฯอุดรธานีเรียกประชุมรับมือพรก.ฉุกเฉิน

 เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ห้องประชุม อาคารเอนกประสงค์ ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุม เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ หลังจากที่ จ.อุดรธานี ถูกประกาศจากศอฉ.เป็นพื้นตาม พรก.สถานการณ์ฉุกเฉิน ที่มีความร้ายแรง โดยมีผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม

  นายอำนาจ  กล่าวว่า  ในฐานะผู้รับผิดชอบ จะประกาศกำหนด รวมถึงเงื่อนเวลาในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ แต่จะไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน โดยจะให้หนวยงานที่รับผิดชอบแต่ละอำเภอ เข้าไปสร้างความเข้าใจต่อประชาชนถึงการใช้ พรก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ และข้อห้ามต่าง ๆ

 ส่วนการดูแลสถานที่ราชการ และสถานที่ตั้งของหน่วยสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ คลังน้ำมัน ที่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแล รวมถึงตามอำเภอต่าง ๆ ที่ให้นายอำเภอ และผู้กำกับการตำรวจ ดูแลตามมาตรการสูงสุด และรายงานสถานการณ์เข้ามายังจังหวัดตลอดเวลา โดยเฉพาะการเฝ้าฟังการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชน ที่หากมีการกระทำผิด จะมีการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีทันที