ข่าว

ศอฉ.ประเมินคืนนี้อาจมีเหตุวุ่นวายสั่งทหารระวังเต็มที่

ศอฉ.ประเมินคืนนี้อาจมีเหตุวุ่นวายสั่งทหารระวังเต็มที่

14 พ.ค. 2553

ศอฉ.ประเมินคืนนี้อาจมีเหตุวุ่นวาย สั่งทหารตรึงกำลังระวังเต็มที่ โฆษก ศอฉ. ลั่นไม่มีนโยบายสังหารแกนนำ ชี้ “เสธ.แดง” คนเดียวสู้กำลังเป็นพันไม่ได้

 เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 13 พ.ค.กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.)  - พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวถึงกรณีที่กำลังทหารปฏิบัติภารกิจในการสถาปนาด่าน หลังถูกคนเสื้อแดงปิดล้อมพื้นที่ว่า จากการแก้ไขสถานการณ์ช่วงเช้า เที่ยงที่ผ่านมา เราสามารถเคลียร์พื้นที่ด้านใต้สะพานลอยข้ามไทย - เบลเยี่ยมและควบคุมได้ ขณะนี้กำลังกำหนดตั้งด่านอีกครั้งบริเวณถนนวิทยุลักษณะด่านรูปตัวแอล คือ ด้านหนึ่งป้องกันการยิงเข้ามาจากสวนลุมพินี ซึ่งขณะนี้ประจักษ์ว่าพื้นที่นี้มีผู้ที่มีอาวุธสงครามอยู่ตลอด ส่วนอีกด่านต้องบล็อกถนนวิทยุ เพราะมีแก็งมอเตอร์ไชด์กวนเมืองพยายามเข้ามาเติมในสวนลุมพินีด้านหลังของด่านต่างๆ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเสร็จหมดแล้ว และให้หยุดปฏิบัติภารกิจ แต่ให้เน้นการรักษาด่านที่สามารถสถาปนาได้ไว้

 “พื้นที่ถนนพระราม 4 บริเวณแยกบ่อนไก่มีการพยายามสร้างสถานการณ์วุ่นวายจุดไฟเผ่า ยางรถยนต์ มีการยิงกระสุนจากสวนลุม ไม่ทราบจำนวนที่แน่นอนบ่อยครั้ง โดย ศอฉ.กำลังพิจารณาว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้ถนน ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาในพื้นที่กำลังรายงานข้อมูลมาที่ ศอฉ. ดังนั้น อาจมีความจำเป็นขอปิดเส้นทางจราจรเพิ่ม ถ.พระรามสี่ ตั้งแต่สามย่าน-แยกงามดูพลี โดยจะตัดสินในเร็วนี้ หากปิดถนนจริงก็จะประกาศให้ทราบ”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า แกนนำบางท่านที่รู้สึกพร้อมรับการตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรมก็มาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ ระหว่างท่านและเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมเข้าสู่กระบวนการเหมือนกัน ขอวิงวอนคนเสื้อแดงที่เรียกร้องเรื่องราวที่รู้สึกว่าท่านไม่ได้รับการกระทำที่ไม่เสมอภาค แต่ท่านเองก็ไม่ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ขอให้แยกตัวออกมายุติการชุมนุมเรื่องราวการร้องเรียนสามารถแก้ปัญหาด้วยการพูดคุย เป็นคณะกรรมการหรือองค์กร เพื่อให้เหลือแต่บุคคลที่ประสงค์ความรุนแรงอยู่ในพื้นที่เท่านั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังถือว่ามีเวลาเพราะอยู่ในช่วงปิดล้อมพื้นที่ เรายังไม่คิดถึงการสลายการชุมนุมในวันนี้ ” โฆษก ศอฉ.

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และ พล.ต.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ได้ติดตามสถานการณ์ที่ห้องปฏิบัติการณ์สถานการณ์ ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ห้องข้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายชัดเจน โดยการปฏิบัติได้ให้เสรีต่อหน่วยที่ปฏิบัติงาน พล.อ.อนุพงษ์ ได้เน้นย้ำต่อผู้ปฏิบัติให้ระวังการใช้อาวุธ โดยต้องพยายามอย่าให้เกิดความสูญเสีย และอย่าให้เขาเห็นว่าทหารกระเหี้ยนกระหือรือที่จะใช้อาวุธ ทั้งนี้ ผบ.ทบ. สั่งเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังแนวด่านที่สามารถสถาปนาได้แล้ว เพราะมีการประเมินว่าในคืนวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ จะเกิดเหตุรุนแรงจากฝ่ายกองกำลังของ นปช. แน่นอน เพราะเขาต้องการเอาคืนพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังไว้ สำหรับการปฏิบัติครั้งนี้เราใช้กำลังจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) โดยมี พล.ต.สุรศักดิ์ บุญสิริ ผบ.พล.ม. 2 รอ. เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ตรึงกำลังด่านของเจ้าหน้าที่ แต่การสั่งการในภาพรวม ศอฉ.มอบให้ พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ดูแลในภาพรวมการสั่งใช้กำลังทั้งหมด

 เมื่อถามว่า การปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ตอนดึกจะยุติใช่หรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ขณะนี้ยุติแล้ว แต่เรากังวลหากมีความวุ่นวายบนถนนพระราม 4 แยกบ่อนไก่ หากจราจรปกติประชาชนอาจได้รับผลกระทบโดนลูกหลง จึงพิจารณาว่าจำเป็นต้องปิดเส้นทางสามย่าน-บ่อนไก่ ส่วนพื้นที่สีลมได้เพิ่มกำลังไปแล้ว ตรงจุดนั้นจะมีเส้นสาธร พระรามที่ 4 และวิทยุ ซึ่งเราได้ปิดการจราจร แต่มีแก๊งมอเตอร์ไซต์มาปิดซ้ำ ดังนั้น จำเป็นต้องมีด่านเพื่อสกัดเส้นทางบนถนนได้ เรายังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้ เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพสถานการณ์ที่จะเป็นตัวกำหนดว่า เป็นไปตามแผนที่เราได้วางไว้หรือไม่ ยืนยันว่าค่ำวันนี้จะไม่มีการสลายการชุมนุมเพียงแค่มีการตรึงกำลังปิดล้อมพื้นที่ ถ.วิทยุไว้เท่านั้น โดยตรึงกำลังในด่านที่เราสถาปนาได้แล้ว เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาปิดล้อมเจ้าหน้าที่ได้อีก

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รายงานเข้ามาว่า สามารถดูแลสถานการณ์ได้ เพราะมีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ในพื้นที่แล้ว ส่วนกรณีที่นายจตุพร พยายามเรียกมวลชนเข้ามาในกรุงเทพนั้น เป็นการวัดความสามารถระหว่างกลุ่มกวนเมืองกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย ซึ่ง ศอฉ.ประเมินว่าค่ำคืนนี้ต้องมีการก่อเหตุอย่างแน่นอน โดยได้มีการย้ำเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจดูแลพื้นที่เพื่อไม้ให้เกิดเหตุ ส่วนกรณีทีสื่อโดนยิงในที่เกิดเหตุนั้น เป็นเรื่องพิสูจน์ว่าเป็นการทำร้ายให้เกิดการบาดเจ็บ กลุ่มก่อการร้ายไม่ได้เล็งเฉพาะเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่รวมถึงประชาชนที่มาชุมนุม และสื่อมวลชนด้วย

 เมื่อถามว่า ศอฉ.มีการตรวจจสอบกรณีที่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ถูกยิงอาการสาหัสหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการ เชื่อมั่นว่าในขั้นตอนกระบวนการสอบสวนของตำรวจจะมีการตรวจสอบว่า อาวุธชนิดไหนยิง และยิงมาจากจุดไหน ส่วนที่มีการวิจารณ์ว่าเป็นฝีมือกองทัพนั้น ตนไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร เพราการที่มีแกนนำคนหนึ่งคนใดที่ได้รับอันตรายทุกคนจะพุ่งเป้ามาที่เจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกองทัพไม่มียุทธวิธีในการสังหารแกนนำกลุ่มผู้ชุมอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่ใช่หน้าที่ต้องตกลงใจไปทำอย่างหนึ่งอย่างใด จะมี เสธ.แดง อยู่หรือไม่ ก็ไม่ใช่ปัญหา ทุกคนเรียนโรงเรียนเดียวกันมาทุกคนมีความสามารถเหมือนกัน คนๆเดียวจะสู้คนเป็นร้อยเป็นพันคงไม่ได้