
แกนนำนปช.ปัดข่าวแตกกับวีระ-อดิศร
นปช. เตรียมหารือท่าทีบ่ายนี้ หลังเหตุการณ์รุนแรงคืนวาน จี้นายกฯแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ปัดข่าวแตกกับ วีระ อดิศร อ้างเป็นลูกศิษย์การเมืองไม่มีทางขัดแย้ง
(14พ.ค.) ที่ราชประสงค์ เมื่อเวลา 11.05น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. แถลงว่า จากเหตุรุนแรงเมื่อคืน ทั้งวันเราชุมนุมอย่างสงบสันติไม่มีกำหนดการเคลื่อนขบวนไปที่ไหน ไม่มีแนวทางที่สุ่มเสี่ยงหรือเป็นเงื่อนไข เราปักหลักที่นี่เพื่อรอคำตอบและท่าทีของรัฐบาลที่จะตกลงใจให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เราได้ประกาศมาตลอดว่า หากนายสุเทพยินยอมมอบตัว นปช. ก็จะประกาศยุติการชุมนุม แต่ภายหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนข้อสรุป ข้อเรียกร้องได้กลายเป็นอดีต เพราะการกระทำของนายอภิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้อธิบายว่าเขาตัดสินใจล้มเลิกแผนการปรองดองไปแล้ว แม้จะประกาศว่ายกเลิกเพียงวันเลือกตั้ง แต่นี่เป็นเพียงคำพูด แต่การกระทำกลายเป็นนายอภิสิทธิมีคำสั่งให้ตัดน้ำตัดไฟ ตัดสัญญาณโทรศัพท์ เคลื่อนกำลังปิดล้อมกดดันประชาชน ทุกคนแลเห็นได้ว่าสุดท้ายจะมีการสลายการชุมนุม สุดท้ายการปรองดองจะเกิดไม่ได้ เราเสียใจกับเหตุการณ์ แสดงควมเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เรากำลังสำรวจความเสียหายว่าจะมีนอกเหนือจากที่ปรากฏหรือไม่ ขอให้ประชาชนหากญาติสูญหายหรือติดต่อไม่ได้ หรือมีความเป็นไปได้ว่าจะได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ก็ให้มาแจ้งที่เวที
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า คืนวานนี้ ตนได้พบภรรยา ชาติชาย ชาหลัง ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อคืน เขามาเกือบทุกวัน เมื่อคืนชาติชายได้ถือกล้องไปเก็บภาพที่ ถ.พระรามสี่ เขาไม่มีอาวุธ แต่ก็ต้องสังเวยชีวิต จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ชาติชายเดินไปมาเพื่อเก็บภาพและจู่ๆก็ถูกยิงที่ศรีษะเสียชีวิตในทันที ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนไทยคนหนึ่งจะได้รับการปฏิบัติเช่นนั้น ภรรยายืนยันว่ายิงจากแนวทหาร ขอถามว่าฐานะนายกฯนายอภิสิทธิ์ต้องการอีกกี่ชีวิต และทุกครั้งที่ประกาศมาตรการเคลื่อนกำลังมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตทุกครั้ง นี่อธิบายว่ามาตรการใช้กำลังไม่ได้ผลและควบคุมความเสียหาย ควบคุมสถานการณ์ไม่ได้เลย แต่ก็ไม่หยุดคิดจะใช้กำลัง แล้วใครจะรับผิดชอบ เหตุการณ์จะไม่เกิดหากอภิสิทธิ์จะไม่ลุกขึ้นใช้กำลังแบบนี้อีก
“ ขอตั้งข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่มีการตัดสินใจใช้กำลังจะมีอาการโทสะของนายอภิสิทธิ์ที่แสดงความไม่พอใจเกิดก่อน เช่น เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ที่เราไปที่ลาดหลุมแก้ว นายอภิสิทธิ์ ออกโทรทัศน์แสดงความไม่พอใจหลังจากนั้นก็สั่งกำลังทหารเข้ามาจนเกิดการบาดเจ็บล้มตาย และวันที่ 27 เม.ย. ก็ไม่พอใจว่าเราจะเคลื่อนขบวน และวันที่ 28 เม.ย.ก็มีเหตุการณ์ จนกระทั่งเมื่อวานกลางวันนายอภิสิทธิ์ก็แสดงความไม่พอใจบอกว่าเราเล่นแง่ สุดท้ายก็มีคนตาย ผมก็ไม่รู้ว่าชีวิตของคนไทยต้องขึ้นกับความพอใจ หรือไม่พอใจของนายอภิสิทธิ์อีกกี่ชีวิต และเราจะมีมาตรการดูแลครอบครัวเบื้องต้น ”นายณัฐวุฒิ กล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อ่า จากกรณีการลอบยิงพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ทุกคนลงข่าวตรงกันว่ายิงด้วยอาวุธร้ายแรงที่เรียกว่าสไนเปอร์ ก็จะเห็นว่า มีกองกำลังในการล่าสังหารอยู่ นายอภิสิทธิ์ควบคุมสิ่งนี้ไม่ได้ เมื่อเช้า นายปณิธาน วัฒนายากร มาบอกว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาล แล้วจะเกี่ยวกับใคร แปลว่ามีกลุ่มก่อการร้ายปนอยู่ในทหารใช่หรือไม่ อย่างนี้จะอยู่อย่างไร เวลานี้ทั่วไทยที่ไหนๆก็มีผู้ก่อการร้าย ผู้ชุมนุมที่นี่เป็นฝ่ายตรงข้าม แต่รัฐบาลจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ขอฝากคำพูดถึงนายอภิสิทธิ์ว่าท่านจะดำรงตำแหน่งอยู่ได้อย่างไรในภาวะบ้านเมืองเช่นนี้
“ นายอภิสิทธิ์ จะยึดกุมเก้าอี้นายกเพื่ออะไรเมื่อมีการขยับกำลังเมื่อไหร่ ก็มีคนตายเพิ่มขึ้น ตนขอถามหาความรับผิดชอบจากนายอภิสิทธิ์ แน่นอนว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายต้องมี แต่อภิสิทธิ์บอกว่ามาตรฐานทางการเมืองต้องมาก่อนความรับผิดชอบทางกฎหมายไม่ใช่หรือ และจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้ยินอภิสิทธิ์ มาพูดอะไร พฤติการณ์เหมือนพวกบงการฆ่ามีพิรุธและหายตัวไป บ่ายนี้แกนนำจะประชุมและสรุปมติกำหนดมาตรการและแถลงในช่วงเย็น แต่ก่อนถึงเวลานั้น ขอเรียนไปยังประชาชนทั่วประเทศขอให้ช่วยพิจารณาว่า เรื่องนี้รัฐบาลควรแสดงความรับผิดชอบอย่างไร อภิสิทธิ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและการเมืองได้หรือไม่ พวกเราไม่สมควรได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ คนที่เป็นผู้ต้องหาของรัฐบาลก็ต้องไม่ถูกยิงกลางถนน ถ้ารักษากฎหมายไม่ได้จะอยู่ไปทำไม”นายณัฐวุฒิกล่าว
ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวและญาติมิตรของพล.ต.ขัตติยะ พล.ต.ขัตติยะ กำลังอยู่ท่ามกลางนักข่าว และมีปากคำของนักข่าวยืนยันว่าเป็นการลอบสังหารจากสไนเปอร์ และน่าจะมาจากทหาร การจะทำอะไรพล.ต.ขัตติยะน่าจะจับกุมไม่ใช่ซุ่มยิงเช่นนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากทหารบุกเข้ามาจะทำอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่เห็นความชอบธรรมอะไรที่ทหารจะบุกเข้ามาอีก ทหารจะเอาอะไร ไหนบอกการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง จะเข้ามาขอพื้นที่คืนแล้วมีคนตาย จะเอาทำไมพื้นที่ ทำไมทหารไม่กลับกรมกองแล้วให้นายอภิสิทธิ์ แสดงความรับผิดชอบ นายอภิสิทธิ์ไม่เป็นนายกฯไม่ตาย แน่นอนแต่หากนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯจะมีคนตายอีก
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เรามีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนแต่จะมีความชัดเจนหลังประชุม แต่มาถึงตอนนี้อยากร้องขอต่อสังคมให้คิดว่ารัฐบาลจะอยู่ต่อไปโดยมีคนบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นหรือ เย็นนี้เรามีท่าทีแน่นอน เราอยากให้สันติวิธีและข้อเรียกร้องคนเสื้อแดงบรรลุผลเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการถอนตัวของนายวีระ มุสิกพงษ์ และนายอดิศร เพียงเกษ นายณัฐวุฒิ ว่า การมาเป็นคนเสื้อแดง ทั้งเป็นแกนนำและประชาชนไม่มีสถานที่รับสมัคร ไม่มีที่บรรจุคน มาก็เป็นเสรีชนใครเหนื่อยล้าพักบ้างก็เป็นเรื่องเสรีชน เขาเหนื่อยก็พัก ตนยังเคยหายไปสองวัน แต่ก็ลับมา เอาเป็นว่าจิตวิญยญาณเสื้อแดงยังอยู่ เวทียังอยู่ตรงนี้สำคัญกว่าตัวบุคคลและยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้ง เรายังคุยกับนายวีระอยู่ตลอด และกำลังทำอะไรหลายอย่างให้สถานการณ์จบด้วยดี แต่ยืนยันว่านายวีระไม่ได้ไปเจรจา แต่กำลังทำให้การทำงานของคนเสื้อแดงสำเร็จ ที่นี่ไม่มีสายเหยี่ยวสายพิราบ เราร่วมเป็นร่วมตายมา ไม่มีความขัดแย้งกัน ตน และนายจตุพร พรหมพันธ์ เป็นลูกศิษย์ทางการเมืองของนายวีระ หรือนายจตุพรก็เป็นทีมปราศรัยล่วงหน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณร่วมกับนายอดิศร จะให้ขัดแย้งกันไม่มี และขณะนี้นายวีระไม่ได้ไปอังกฤษ อยู่ประเทศไทย ลองเช็คตม.ก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเหตุการณ์รุนแรงเมื่อคืนวานนี้ทำให้สื่อมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ ต่างเตรียมอุปกรณ์ ป้องกันตัวอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเกราะกันกระสุน หรือหมวกกันน็อก ซึ่งต่างจากก่อนหน้านี้ที่เหตุการณ์ทำท่าจะคลี่คลาย โดยในขณะนั้นสื่อมวลชนแม้จะมีอุปกรณ์แต่ก็ไม่ได้นำมาใช้เนื่องจากเห็นว่ายังอยู่ในสภาวะปลอดภัย



