ข่าว

สื่อเทศชี้แกนนำเสื้อแดงทำตัวเองจนมุม

สื่อเทศชี้แกนนำเสื้อแดงทำตัวเองจนมุม

14 พ.ค. 2553

สื่อนอกรายงานสถานการณ์ไทย ระบุ แกนนำเสื้อแดงทำตัวเองจนมุม ด้านอังกฤษ และสหรัฐฯ ปิดสถานทูตประจำกรุงเทพ

(14พ.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์สเตรท ไทม์ส ของสิงคโปร์ รายงานสถานการณ์ในประเทศไทยว่า พลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธฯแดง ยังคงมีอาการสาหัส หลังถูกกระสุนลึกลับเจาะเข้าที่ศีรษะเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา และเป็นวันเดียวกับที่ความตึงเครียดกำลังเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากกระสุนปืน ระเบิด และทหารฝ่ายรัฐบาลก็เกือบจะปิดล้อมพื้นที่การชุมนุมของคนเสื้อแดงจนครบทุกด้านแล้ว รายงานระบุว่า เสธฯแดง ถูกยิงขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากขู่ว่าจะยึดอำนาจจากพวกแกนนำสายกลาง

 เสธฯแดง บอกต่อผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นก่อนที่จะถูกยิงด้วยว่า ใครจะกล้าเข้าไปจับกุมเขา การถูกยิงของเสธฯแดง เกิดขึ้นแทบจะคู่ขนานกับเสียงระเบิด เสียงปืน และเสียงประทัด รายงานระบุว่า พวกแกนนำเสื้อแดงได้ปกปิดเรื่องเสธฯแดงถูกยิง ไม่ให้กลุ่ม
ผู้ชุมนุมทราบนานกว่า 1 ชั่วโมง

 ด้านสำนักข่าว CNN ได้รายงานอ้างคำกล่าวของ ทอม ฟูลเลอร์ ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล ทริบูน ว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่ได้สัมภาษณ์ เสธฯแดง และแม้ว่าจะยังไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลังกระสุนลึกลับนี้ แต่ก็มีการพุ่งเป้าไปที่ความขัดแย้งภายใน
กับแกนนำ และการที่รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนว่า จะยิงใครก็ตามที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อการร้ายติดอาวุธ แต่ขณะนี้ ยังไม่มีฝ่ายไหนออกมาอ้างความรับผิดชอบ

 ด้านเวย์น เฮย์ ผู้สื่อข่าวของ อัล จาซีร่า รายงานว่า เสียงปืนดังขึ้นตั้งแต่หลัง 18.00 น. ซึ่งเป็นเส้นตาย ที่รัฐบาลกำหนดเอาไว้ให้ผู้ประท้วงของจากพื้นที่การชุมนุม และเขายังเห็นว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน กับบาดเจ็บอีกหลายคน ในจำนวนนี้ มีอาการสาหัส 1 คน ด้านแอล่า คันแลน ผู้สื่อข่าวอีกคนหนึ่ง บอกว่า รัฐบาลได้ตัดไฟทางตามที่ได้ขู่เอาไว้ แต่พบรถสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะเข้ามาแต่อย่างใด ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่ต้องการให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นก็เป็นได้ และแม้รัฐบาลจะขีดเส้นตายหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าไปสลาย
การชุมนุมได้ นักวิเคราะห์การเมืองคนหนึ่ง ให้ความเห็นว่า การที่แกนนำคนเสื้อแดงไม่ยอมรับข้อเสนอแนวทางปรองดองของรัฐบาล ทำให้พวกเขาจนมุม ที่จะต้องรับมือกับการดำเนินการที่หนักข้อมากขึ้นจากรัฐบาล

 โฆษกกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ ได้เปิดเผยเมื่อวานว่า สถานทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯจะปิดทำการในวันนี้  แต่จะยังเปิดบริการสายด่วน และรัฐบาลจะจับตาสถานการณ์ในกรุงเทพฯแบบวันต่อวัน

 ส่วนสถานทูตสหรัฐได้ปิดทำการตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยนายฟิลิป โครว์ลีย์โฆษก กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ บอกว่า รัฐบาลสหรัฐมีความกังวลอย่างมากและกำลังจับตาสถานการณ์รุนแรงในไทยอย่างใกล้ชิดมากๆ พร้อมกับแจ้งว่าสถานทูตปิดให้บริการแก่ประชาชนเพราะใกล้กับจุดที่มีปัญหา ส่วนการให้บริการแก่พลเมืองชาว อเมริกันจะยังคงดำเนินการสำหรับกรณีฉุกเฉินเท่านั้น โดยบุคลากรที่จำเป็นยังคงควบคุมดูแลสถานทูตอยู่ แต่ไม่เปิดสถานทูต

 นอกจากนี้นายโครว์ลีย์ ยังบอกด้วยว่า รัฐบาลจะยังคงย้ำแก่ฝ่ายรัฐบาลและกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงว่า ความรุนแรงไม่ใช่หนทางของการแก้ไขปัญหา และสุดท้ายแล้วรัฐบาลและผู้ประท้วงควรกลับสู่การเจรจาอีกครั้ง เพื่อให้ได้ข้อตกลงเกี่ยวกับอนาคต

 และเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นส่งผลคุกคามต่อประชาธิปไตยหรือไม่นั้นนายโครว์ลีย์ บอกว่า มีความแตกแยกด้านรากฐานในสังคมไทย และหนทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงพัฒนาประชาสังคมและสังคมที่ยอมรับการอยู่ร่วมกัน จะต้องใช้วิธีการเจรจาอย่างสันติ