
ไพศาลเตือนรัฐอย่าส่งทหารไปตายซ้ำคืนนี้อาจถูกโจมตี
นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเตือนรัฐบาลและ ศอฉ. ในกรณีส่งกำลังรถทหารกดดันปิดล้อมการชุมนุมตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันนี้ ว่าอย่าประมาท และต้องระมัดระวังอย่าส่งทหารไปตายซ้ำอีก เพราะคืนนี้อาจถูกโจมตีก่อนและจะเสียขบวน
นายไพศาล กล่าวว่าจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 รัฐบาลและกองทัพ ตลอดจนประชาชนสูญเสียมาก เพราะประเมินต่ำไป การมาพูดทีหลังว่านึกไม่ถึงหรือคาดไม่ถึงไม่สามารถแก้ไขความเสียหายได้ คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน หากประมาทหรือคาดการณ์ไม่พอเพียง ก็อาจจะเสียหายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
นายไพศาล กล่าวว่าจากการติดตามข่าวสารที่รายงานผ่านสื่อมวลชนในขณะนี้รัฐบาลได้ใช้กำลังทหารและเครื่องไม้เครื่องมือในลักษณะปิดล้อมกดดัน โดยยังไม่แน่ว่าจะมีการสลายหรือไม่ มีการขอความร่วมมือให้ประชาชนในพื้นที่ปิดกิจการและหยุดงานตั้งแต่บ่ายวันนี้ถึงวันพรุ่งนี้ ปิดการจราจร และจะตัดน้ำ ตัดไฟ ปิดสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งคล้ายกับจะเป็นสงครามเต็มรูปแบบอยู่แล้ว ในขณะเดียวกัน อีกฝ่ายหนึ่งก็มีการระดมกำลังพลและเตรียมการด้านอาวุธยุทโธปกรณ์พร้อมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว และเมื่อ ศอฉ. ประกาศกดดันก็มีการประกาศระดมคนให้มาปิดล้อมตลบหลังทหาร คงมุ่งหมายจะยึดรถถัง จับทหาร และยึดอาวุธเหมือนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดเหตุซ้ำ รัฐบาลและประเทศไทยก็คงไปไม่รอดแน่นอนแล้ว ดังนั้นคราวนี้รัฐบาลและ ศอฉ. จะดูเบาหรือประมาทแก่การไม่ได้เป็นอันขาด
นายไพศาล กล่าวอีกว่าการปิดล้อมกดดันคงไม่ทำให้ยุติการชุมนุมได้ ดังนั้นกรณีน่าจะเป็นการเดินจังหวะก้าว 3 จังหวะ คือปิดล้อมกดดัน แยกน้ำ จับปลา และกวาดอวน ซึ่งถ้าดูลีลารัฐบาลก็อาจจะใช้เวลาตั้งแต่คืนวันนี้ไปตลอดเสาร์หรืออาทิตย์นี้
นายไพศาล กล่าวอีกว่ารัฐบาลอาจทำงานลุล่วงถ้าหากสามารถสกัดการระดมคนเข้ามาปิดล้อมตลบหลังทหารที่ตั้งด่านปิดล้อมอยู่ และสามารถดูแลพื้นที่ด้านนอกที่อาจมีการก่อวินาศกรรมเพื่อดึงกำลังเจ้าหน้าที่ให้ออกไประงับเหตุ แต่ในขณะเดียวกันถ้าหากพิจารณาจากกระบวนท่าและเชิงยุทธ์ของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดฉากโจมตีเจ้าหน้าที่ของรัฐตั้งแต่คืนวันนี้ เพื่อทำให้เสียขบวน และถ้าหากประเมินจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อมาโดยลำดับ ก็ต้องระมัดระวังอาวุธหนักไว้ด้วยว่าถ้าเกิดมีการใช้อาวุธหนักยิงเจ้าหน้าที่ จะรับมืออย่างไร จะรับหรือจะรุกอย่างไร เพราะที่ผ่านมานั้นก็ได้เห็นกระบวนท่ามาแล้ว ว่าอีกฝ่ายมีหน่วยปฏิบัติการทำลายศูนย์บัญชาการหรือเจ้าหน้าที่ระดับบัญชาการของรัฐบาล ประสานกับงานมวลชน และอาจมีการระดมมวลชนเข้ามา ซึ่งขณะนี้ก็ระดมกันอยู่ ดังนั้นถ้ามีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นจะระงับเหตุให้ทันท่วงทีไม่ให้ยื้อเยื้อบานปลายได้อย่างไร
นายไพศาล กล่าวอีกว่าเมื่อบ่ายวันนี้แกนนำเสื้อแดงได้ประกาศแผนรับมือทุกด่าน วางจุดหนักทางด่านสวนลุม สีลม ในขณะที่ด่านอื่นๆ บอกว่าแค่ดูแลสถานการณ์ป้องกันมิให้มีการรุกเข้าไปสลายการชุมนุม ก็เพราะว่าด่านด้านถนนพระราม 4 ทั้งหมดเป็นเหมือนปากขวดของยุทธภูมิราชประสงค์ หากถูกปิดหรือถูกยึดก็เหมือนถูกปิดปากขวด และตรงจุดนี้น่าจะเป็นจุดแตกหัก
นายไพศาล กล่าวอีกว่าขณะนี้มีการเตรียมระดมกำลังคนจากฐานมวลชนรอบนอกกรุงเทพฯ 3 ฐาน คือจากปากน้ำ จากคลอง 4 ลำลูกกา ปทุมธานี และจากนนทบุรี-อยุธยา ซึ่งสามารถเคลื่อนตัวได้เร็วในระยะเวลาแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แต่ ศอฉ.คงจะมีแผนสกัดกั้นไว้แล้ว
นายไพศาล กล่าวอีกว่าสถานการณ์ตอนนี้แผนปรองดองคงเป็นโรดม้วยไปเรียบร้อยแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดที่มีลักษณะการทหารนำของทั้งสองฝ่ายกำลังเข้ามาแทนที่ ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์น่าระทึกใจ



