
ถ้าผมมาร่วมชุมนุม...
ถ้าผมเป็นหนึ่งในผู้ที่มาร่วมประท้วงกับคนเสื้อแดงสถานการณ์ถึงวันนี้ ผมต้องมีคำถามว่าทำไมแกนนำคนเสื้อแดงได้ตามเป้าประสงค์ของการรณรงค์ชุมนุมเพื่อให้ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาเลือกตั้งใหม่แล้ว จึงกลับให้กลายเป็นสถานการณ์ภาวะตีบตันอีกครั้ง ด้วยเงื่อนไข
ถ้าพูดง่ายๆ คือ ถ้าผู้ที่มาประท้วงต้องการประชาธิปไตย ต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ก็ได้ตามจุดประสงค์แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะให้มีการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤศจิกายน ซึ่งแปลว่าจะมีการยุบสภาประมาณวันที่ 15-30 กันยายน ทุกสิ่งทุกอย่างจะเดินตามเส้นทางแห่งการปรองดองจะมีการพูดคุยถึงการแก้ไขกติกาพื้นฐาน รัฐธรรมนูญต้องมาดูว่าจะแก้ให้เกิดความเป็นธรรมอย่างไร
ทุกสิ่งทุกอย่างจะเดินตามกระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น และก่อนสิ้นปีนี้เราจะได้เห็นสภาใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต้นปีหน้าก็จะได้รัฐบาลใหม่ตามที่ประชาชนเลือก แต่ทำไมจึงมาสะดุดหยุดลงตรงที่ว่า รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องไปมอบตัวต่อตำรวจ
และทำไมเงื่อนไขของการยุติการชุมนุมคือ การที่แกนนำคนสำคัญบางคนต้องได้รับการยืนยันจากตำรวจล่วงหน้าว่าจะได้รับการประกันตัว เพราะถ้าแกนนำยืนยันไม่มีการขอนิรโทษกรรม และทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องมีการเท่าเทียมกัน ก็แปลว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายแกนนำจะต้องเดินพร้อมๆ กันเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
แต่เป้าหมายหัวใจของการชุมนุมครั้งนี้ คือการยุบสภาเลือกตั้งใหม่กลับกลายเป็นว่าจุดนี้เมื่อไม่สามารถสลาย เพียงเพราะเหตุผลว่าแกนนำผู้ชุมนุมบางคนหวั่นเกรงว่าหากยุติการชุมนุมแล้วตัวเองจะไม่มีอำนาจต่อรอง หรือต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
กลายเป็นว่าเป้าหมายแรกกลายเป็นเป้าหมายรอง และเป้าหมายรองกลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่ง น่าสงสัยสำหรับคนที่มาร่วมชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องการเห็นบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
สุทธิชัย หยุ่น



