
ถนนคนเดิน..."แยกยุบสภา"
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังคงยืดเยื้อและความปรองดองตามที่หลายฝ่ายคาดหมายก็ยังห่างไกลเกินเอื้อม ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจย่านนี้ที่ทวีความเสียหายอย่างฉุดไม่อยู่
ตรงกันข้ามเศรษฐกิจรากหญ้ากลับเติบโตสวนกระแส จนกลายเป็นย่านช็อปปิ้งราคาติดดิน แถมอิงการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์การต่อสู้และสูญเสียของกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า "ไพร่" ผู้คิดจะโค่นล้มอำมาตย์ !
ดูเหมือนว่าการต่อสู้ทางการเมืองและความคิดจะไปไม่ได้กับการท่องเที่ยว แต่มันได้เกิดขึ้นแล้ว ณ ที่แห่งนี้ เส้นทางเดินแยกยุบสภาจะเป็นรูปกากบาท มีเวทีปราศรัยใหญ่เป็นศูนย์กลาง ตั้งอยู่กลางสี่แยกราชประสงค์ หันหน้าเวทีไปทางแยกประตูน้ำ บริเวณนี้ป้ายบอกทางแยกราชประสงค์ถูกผู้ชุมนุมนำผ้าสีแดงสกรีนตัวอักษรสีขาวว่า "ยุบสภา-คืนอำนาจประชาชน" มาปิดทับ จนได้รับการเรียกขานใหม่เป็น "แยกยุบสภา" และได้กลายเป็นจุดสนใจที่ใครๆ แวะมาต้องบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
การเดินทางมาทัวร์แยกยุบสภาสามารถเดินมาได้จากทั้ง 4 ทิศ ได้แก่ แยกเพลินจิต แยกศาลาแดง แยกประตูน้ำ และแยกเฉลิมเผ่า มุ่งหน้าสู่แยกราชประสงค์ โดยเดินผ่านป้อมค่ายคูประตูหอรบ ที่ทำจากกำแพงไม้ไผ่หลาวแหลม รั้วยางรถยนต์ และลวดหนาม ซึ่งมีทั้งด่านใหญ่และด่านเล็กคล้ายค่ายกลสลับซับซ้อน มีการ์ดเสื้อแดงหน้าตาดุดันเฝ้ายามอยู่
หากจะประหยัดเวลาในการเดินเท้าผ่านแยกทั้งสี่แยก สามารถขึ้นรถไฟฟ้ามหานครมาลงที่สถานีชิดลม จะใกล้เวทีปราศรัยใหญ่มากที่สุด !?!
จุดแรกที่จะพาไปสำรวจคือบริเวณหลังเวทีปราศรัย พื้นที่หวงห้าม คนที่จะผ่านเข้าไปได้ต้องได้รับอนุญาต เพราะเป็นพื้นที่ที่แกนนำใช้เป็นจุดแถลงข่าวความเคลื่อนไหวและจุดยืน รวมทั้งเป็นที่พักผ่อนหลับนอน และปรึกษาหารือถึงแนวทางการเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงในแต่ละวัน บริเวณนี้จะห่างจากหลังเวทีปราศรัยราว 10 เมตร มีรั้วกั้นเป็นเหล็กหลายชั้น มีการ์ดในชุดดำผูกผ้าพันคอสีดำขลิบแดง มีป้ายชื่อติดหน้าอกชัดเจน ยืนดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนา
บริเวณนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดตู้คอนเทนเนอร์สำเร็จรูป หรือตู้คอนเทนเนอร์น็อกดาวน์จัดไว้เป็นสัดส่วน มีการแบ่งเป็นที่นอน ห้องประชุม รวมถึงห้องตัดต่อและส่งสัญญาณภาพโทรทัศน์ช่องพีทีวี
สำหรับห้องพักของแกนนำจะเป็นตู้คอนเทนเนอร์บุผนังกันความร้อน ติดเครื่องปรับอากาศ มีห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วนอยู่ด้านในสุด ในตู้จะมีเตียงผ้าใบพับได้วางเรียงกันอยู่ด้านขวามือ 4-5 เตียง ปลายเตียงมีเก้าอี้พลาสติกวางอยู่ ส่วนห้องประชุมก็จะมีเก้าอี้วางล้อมรอบโต๊ะตัวใหญ่ มีแผ่นกันเสียงรบกวน
ขณะที่ตู้คอนเทนเนอร์อีกตู้จะอยู่บนรถหกล้อ พร้อมเคลื่อนที่ได้ตลอดเวลา จะเป็นห้องส่งสัญญาณพีทีวี โดยพื้นที่บริเวณนี้จะมีเต็นท์สีขาวคลุมท่ามกลางการป้องกันอย่างแน่นหนา !?!
ส่วนย่านช็อปปิ้งราคาติดดินแหล่งใหญ่ที่สุดจะเรียงรายอยู่สองข้างถนนหน้าเวทีปราศรัยใหญ่ มุ่งหน้าไปแยกประตูน้ำ จะมีพ่อค้าแม่ขายนำสินค้าสารพัดมาวางจำหน่าย ตั้งแต่เสื้อผ้าสีแดง อาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว หอยทอด หรือจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาลอย่างเงาะ ทุเรียน ซีดีเพลง ซีดีบันทึกเหตุการณ์ 10 เมษา 53 แม้แต่ผักสด มะนาวก็มีให้เลือกซื้อหา เรียกว่าตั้งแต่ร้านรวงไปจนถึงตลาดสดถูกยกมาจัดวางเอาไว้ให้เลือกชิม บรรยากาศคึกคักไม่ต่างกับตลาดนัดเคลื่อนที่
ยิ่งได้ยินเสียงเพลงจากศิลปินมากหน้าหลายตาสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นร้องบนเวที ทั้งเซิ้งหมอลำ เพลงพื้นบ้าน จังหวะสนุกสนามครึกครื้นเคล้าคลอให้เพลิดเพลินระหว่างเดินจับจ่ายสินค้าราคาถูก สับเปลี่ยนกับการขึ้นปราศรัยของแกนนำเสื้อแดง ให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้โยกย้ายส่ายสะโพกได้คลายเครียดกัน
ส่วนลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เคยเป็นศูนย์รวมเบียร์นานาชนิดช่วงรับลมหนาวของทุกปี วันนี้ถูกแทนที่ด้วยเก้าอี้นอนหลากชนิดของบรรดาหมอนวดแผนไทย-แผนปัจจุบันไว้คอยบริการผู้ชุมนุมขี้เมื่อยในราคาย่อมเยา
แต่ถ้าใครเบื่อหน่ายกับแสงสีจะหันมาเที่ยวชมวิถีชีวิตชนบทที่มาตั้งรกรากชั่วคราวในเมืองใหญ่ แนะนำให้เดินชมถนนด้านหลังเวที ทั้งด้านซ้ายและขวาจะคลาคล่ำไปด้วยเต็นท์พักพิงของกลุ่มผู้ชมุนม ที่มาจับจองใช้เป็นที่หลับนอน บ้างหุงหาอาหารกิน แต่ละเต็นท์จะระบุที่มาชัดเจนว่ามาจากภูมิภาคใด อำเภอไหน จังหวัดใด บางเต็นท์มีสินค้าโอท็อปมาจำหน่ายเป็นการหารายได้เสริมระหว่างชุมนุม
แต่ที่ได้รับความสนใจกระจายขายกันตามเต็นท์ที่พักเห็นจะเป็นซีดีบันทึกเหตุการณ์ความรุนแรง วันขอพื้นที่คืน 10 เมษา 53 ที่แยกคอกวัว ราคาแผ่นละ 40 บาท หรือ 3 แผ่น 100 บาทจำหน่ายอยู่ โดยมีการฉายซีดีตัวอย่างพร้อมแสดงภาพโปสเตอร์ผู้เสียชีวิต
ระหว่างเดินทัวร์เที่ยวชมเรียนรู้การต่อสู้และความเป็นอยู่ของชาวบ้านในเมืองใหญ่ ใครเกิดปวดหนักปวดเบาจะเลือกเข้าห้องสุขาก็มีตั้งอยู่เป็นโซนฝั่ง รพ.ตำรวจ ถูกกันไว้เป็นทั้งห้องสุขาและห้องอาบน้ำชั่วคราว
จากการสังเกตย่านเศรษฐกิจรากหญ้าที่กำลังเติบโตนี้ ลูกค้าและผู้ใช้บริการอุดหนุนสินค้าส่วนใหญ่ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุมและเครือข่าย นปช.ด้วยกันเอง แต่ระยะหลังเริ่มมีกลุ่มนักท่องเที่ยวและนักสังเกตการณ์ม็อบมาอุดหนุนบ้างแต่ก็แค่ประปรายบางตา
"อ้อม" นักเรียนวัย 18 ปี จากนครศรีธรรมราช เดินทางมารายงานตัวเพื่อศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม หลังเสร็จจากภารกิจรายงานตัว เธอและเพื่อนๆ อีก 2 คนนัดเจอกันหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนจะแวะมาเที่ยวชมการชุมนุมของ นปช.บอกว่า รู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวระคนกัน เธอกับเพื่อนแวะมาที่ม็อบเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ยอมรับว่า มาครั้งแรกเวลาแกนนำปราศรัยจะน่ากลัวกว่าครั้งนี้
"มารอเพื่อนและถือโอกาสเดินเที่ยวม็อบด้วย มีของขายเยอะดี การที่ผู้ชุมนุมนำสินค้าขายหารายได้เพิ่มก็ดีกว่ามานั่งอยู่เฉยๆ แต่ส่วนตัวไม่อยากเห็นความขัดแย้งเกิดขึ้นในประเทศ อยากเห็นคนไทยรักกันเหมือนเมื่อก่อน" อ้อมสะท้อนความรู้สึก ก่อนจะขอตัวเดินออกจากป้อมค่ายแยกประตูน้ำไปเดินเที่ยวประตูน้ำต่อ
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ต้องเดินผ่านพื้นที่ชุมนุมก็ยังให้ความสนใจแวะเวียนมาบันทึกภาพบรรยากาศการชุมนุมในครั้งนี้ด้วย ส่วนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ชื่อดังย่านราชประสงค์แห่งนี้ อาทิ พระพรหม พระอินทร์ ที่เคยคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อบอวลไปด้วยกลิ่นควันธูป-เทียนและดอกไม้สด มาบัดนี้เงียบเหงาลงไปถนัดใจ



