ข่าว

แกะรอยแก๊งทุบรถ..'ตุ๊ก จันทร์จิรา'

แกะรอยแก๊งทุบรถ..'ตุ๊ก จันทร์จิรา'

14 พ.ค. 2553

เศษกระจกที่แตกเกลื่อนกลาดอยู่ลานจอดรถหน้าสปาแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเดิมเคยเป็นที่จอดรถโตโยต้า แฮริเออร์ สีขาว ทะเบียน ฎค 897 กรุงเทพมหานคร ของอดีตดาราสาวชื่อดัง "ตุ๊ก" จันทร์จิรา จูแจ้ง ชวนให้ฉงนว่าถ้าเป็นแก๊งลักร

  นั่นคือสมมติฐานที่ชุดสืบสวน กก.สส.1 บก.ศส.บช.น.กำลังช่วยกันหาคำตอบ

 รถโตโยต้า แฮริเออร์ เป็นรถเอสยูวี (SUV) มีระบบความปลอดภัยครบครันและราคาค่อนข้างสูง ในตลาดรถด้วยกันแล้วเป็นหนึ่งในรถแถวหน้า ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดรถเถื่อนเท่าไรนัก หากถูกขโมยจริงต้องมีออเดอร์สั่งเข้ามาโดยเฉพาะว่า ต้องการรถรุ่นนี้และสีนี้ ซึ่งโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นได้ค่อนข้างยาก

 ทั้งนี้เป็นเพราะราคารถรุ่นนี้ค่อนข้างสูง มือใหม่ป้ายแดงอาจจะเหยียบถึง 4 ล้านบาท หรือถ้าเป็นเก่ามือสองราคาก็ยังสูงอยู่ในหลัก 2-3 ล้านบาทอยู่ดี ดังนั้นคนที่ใช้รถรุ่นนี้ต้องเป็นคนมีฐานะทางการเงินค่อนข้างดี เมื่อมีเงินก็ไม่ต้องพึ่งพารถเถื่อนขโมยมา  

 เมื่อชุดสืบสวนลองพิจารณาว่าเป็นฝีมือแก๊งขโมยรถขายเพื่อนบ้านก็น่าจะมุ่งหวังที่รถตลาด ราคาย่อมเยา ได้รับความนิยมสูงมากกว่ารุ่นนี้ !?!

 ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวง ประกอบกับหลักฐานที่พบในจุดเกิดเหตุ เป็นเศษกระจกที่ดาราเจ้าของรถสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกระจกหลังซ้าย ชุดสืบสวนจึงหันไปให้ความสำคัญกับความเป็นไปได้ที่ว่า เกิดจากฝีมือแก๊งทุบกระจกรถขโมยทรัพย์สิน ที่มีอยู่มากมายหลายแก๊งมากกว่า

 ส่วนสาเหตุที่นำรถไปด้วยนั้นกำลังอยู่ระหว่างขบคิด แต่ที่สำคัญคือภายในรถคันเดียวกันนี้ "ตุ๊ก" จันทร์จิรา มีกุญแจสำรองอีกอันอยู่ในกระเป๋าถือที่ทิ้งไว้ในรถ

 อย่างไรก็ดีระหว่างการค้นหาคำตอบของชุดสืบสวน ไม่นานสายข่าวก็โทรแจ้งเบาะแสให้ "คม ชัด ลึก" ว่ามีเบาะแสทรัพย์สินของอดีตดาราสาวชื่อดังที่ผันตัวไปเป็นผู้จัดละครทางช่อง 3

 สายข่าวที่ว่านี้เป็นร้านจำหน่ายมือถือแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาเล่าว่าเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 ปี นำโทรศัพท์มือถือแบล็กเบอร์รี่ รุ่นโบลด์ 9000 อ้างว่าเป็นของ "ตุ๊ก" จันทร์จิรา จูแจ้ง โดยเขาอ้างว่าเพิ่งไปรับซื้อต่อจากเพื่อนย่านห้วยขวาง กรุงเทพฯ ที่ต้องการปล่อยของรุ่นนี้ ก่อนจะทิ้งนามบัตรไว้ติดต่อกลับ

 บนนามบัตรมีข้อความระบุว่า "ร้านพีซี@แล็ปท็อปดีลเลอร์" รับซื้อขายแลกเปลี่ยนโน้ตบุ๊กแมคอินทอช โทรศัพท์มือถือ สินค้าไอที เครื่องเล่นเกม และอื่นๆ อีกมากมาย ระบุชื่อคนติดต่อ "เอ" หมายเลขโทรศัพท์ 081-245-xxxx พร้อมกับเขียนข้อความทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยว่า ให้ราคาสูงที่สุดในห้างพันธุ์ทิพย์

 "คม ชัด ลึก" พยายามตรวจสอบร้านข้างต้นในห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์พลาซา พร้อมทั้งประสานข้อมูลไปยัง พ.ต.อ.พันธุ์เทพ ธรรมจารี ผกก.สส.1 บก.ศส.บช.น.และ พ.ต.ท.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผกก.สส.1 บก.ศส.บช.น. เดินทางไปตรวจสอบตามที่อยู่บนนามบัตร โดยตระเวนหาอยู่นานหลายชั่วโมงก็ไม่พบ จึงกลับมาวิเคราะห์ว่าหากเป็นร้านที่ตั้งอยู่บนห้างพันธุ์ทิพย์จริง ควรจะมีเลขที่ห้องหรือตำแหน่งที่ตั้งชัดเจนกว่านี้

 สุดท้ายจึงสรุปว่านามบัตรนี้น่าจะเป็นนามบัตรแฝง จึงพยายามโทรเข้ามือถือไปยังหมายเลขในนามบัตร แล้วให้ฝ่ายสืบสวนช่วยกันวิเคราะห์พฤติกรรม ตลอดจนสืบเสาะหาข้อมูล และประสานสายข่าว "คม ชัด ลึก" ขอดูภาพวงจรปิด เมื่อได้แล้วก็ให้สายลับของฝ่ายสืบสวนมาดู ก่อนจะตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแก๊งทุบรถ ยิ่งได้เห็นนามบัตรชื่อ "เอ" สายลับก็ให้เกิดความสงสัยบุคคลคนหนึ่ง

 "อัครัช" (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครนายก คือชายต้องสงสัยคนที่ว่า ?!!

 เมื่อได้ข้อมูลทั้งสองส่วน ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบข้อมูลจากระบบโปลิศที่เชื่อมต่อกับสำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง นำภาพประวัติบุคคลออกมาเปรียบเทียบกับภาพวงจรปิด ก็พบว่า เป็นคนคนเดียวกันนั่นเอง

 หลังจากนั้นชุดสืบสวนจึงย้อนกลับไปหาข่าวที่ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซาอีกครั้ง จากการไล่ถามผู้ค้าหลายร้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คนคนนี้มีพฤติกรรมรับซื้อของโจร ไม่มีร้านรวงในห้างพันธุ์ทิพย์ตามที่กล่าวอ้าง และมักจะนำสิ่งของมาขายให้ แต่พ่อค้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจ ด้วยเป็นที่รู้กันว่ามักจะนำของมีปัญหามาเสนอขาย

 "อัครัช" มีฉายาที่วงการพ่อค้าในพันธุ์ทิพย์เรียกขานจนติดปากว่า "ไอ้หัวแดง" ด้วยครั้งหนึ่งเขาโกรกผมสีออกค่อนข้างแดง เลยได้ฉายานี้ติดตัวมา มีนิสัยขายของทุกอย่างที่สามารถเสนอขายได้  

 ขณะนี้ชุดสืบสวน กก.สส.1 บก.ศส.บช.น. เดินทางไปตรวจสอบตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎรแล้ว อีกไม่นานคงสามารถไขคดีให้กระจ่างได้ว่าแก๊งนี้ประกอบด้วยใครบ้างและนำรถของอดีตดาราสาวไปเก็บไว้ที่ไหน ?!!