ข่าว

ชี้"การเมือง"กระทบหนักกว่าหนี้กรีซผู้บริโภคกังวลความเชื่อมั่นทรุดต่ำสุดรอบ8เดือน

ชี้"การเมือง"กระทบหนักกว่าหนี้กรีซผู้บริโภคกังวลความเชื่อมั่นทรุดต่ำสุดรอบ8เดือน

14 พ.ค. 2553

ธปท.รับปัญหาการเมืองน่าห่วงกว่าผลกระทบหนี้กรีซ หุ้นร่วงรับสถานการณ์เดือด 7 จุด ด้านความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดต่ำสุดในรอบ 8 เดือน กังวลปัญหาการเมือง ม.หอการค้าประเมินม็อบยาว 3 เดือน สูญ 9 หมื่นล้านถึง 1.4 แสนล้าน

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้งน่าเป็นห่วงมากกว่าปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรป เพราะกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศโดยตรง แต่จะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจอย่างไรบ้างยังเป็นเรื่องที่คาดการณ์ยาก เพราะปัญหาขณะนี้คือ ความไม่แน่นอนและจะมีความยืดเยื้อหรือไม่

 น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่เริ่มกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ไม่มีผลให้ทางธนาคารต้องปรับมุมมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาพรวมเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพราะในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งมีแผนปรองดองออกมา บริษัทก็ไม่ได้ปรับมุมมองผลกระทบเป็นเชิงบวกมากขึ้น ซึ่งบริษัทจะมีการทบทวนผลกระทบใหม่ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างนิ่งและกลุ่มผู้ชุมนุมยุติการชุมนุม

 ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ดัชนีค่อนข้างผันผวน โดยเมื่อปิดตลาดดัชนีอยู่ที่ 766.55จุด ลดลง 7.17 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.03 หมื่นล้านบาท ซึ่งนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอีก 2.6 พันล้านบาท โดยนายธวัชชัย อัศวพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ตลาดหุ้นได้รับปัจจัยลบจากทางการเมืองส่งผลให้มีแรงขายออกมา ซึ่งสถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มเสี่ยงต่อความรุนแรงจากการสลายการชุมนุม นักลงทุนส่วนใหญ่จึงรอประเมินสถานการณ์

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2553 ว่า ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 75.0 จากระดับ 77.3 ในเดือนมีนาคม เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลง เพราะปัญหาทางการเมือง ขณะที่ราคาน้ำมันและภาวะค่าครองชีพยังคงทรงตัวในระดับสูง อาจกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต

 "ถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงถึง 2 จุด แสดงว่าความเชื่อมั่นมีความเปราะบางสูง และมีสัญญาณปรับตัวในทิศทางขาลงชัดเจน หากการเมืองยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว และหากดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจให้ขยายตัวลดลง" นายธนวรรธน์กล่าว

 ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ได้ประเมินความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมืองอยู่ที่ 6-9 หมื่นล้านบาทในกรณีการชุมนุมยืดเยื้อนาน 2 เดือน โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรีประกาศแผนปรองดอง น่าจะทำให้ความเสียหายลดลงอยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท หรือกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ปรับตัวลดลง 0.4-0.6% แต่หากการชุมนุมยืดเยื้อนาน 3 เดือน จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ความเสียหายจะเพิ่มเป็น 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.4 แสนล้านบาท