ข่าว

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งต่ำสุดรอบ 8 เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคดิ่งต่ำสุดรอบ 8 เดือน

13 พ.ค. 2553

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เม.ย.ต่ำสุดรอบ 8 เดือน เหตุผู้บริโภควิตกการเมืองฉุดเศรษฐกิจร่วง ประเมินความเสียหายเบื้องต้น 6-7 หมื่นล้านบาท ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจเตรียมทบทวนประมาณการเศรษฐกิจใหม่ปลาย พ.ค.นี้

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2553 ว่า ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 75.0 จากระดับ 77.3 ในเดือนมีนาคม เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากผู้บริโภคมีความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลงเพราะปัญหาทางการเมือง ขณะที่ราคาน้ำมันและภาวะค่าครองชีพยังคงทรงตัวในระดับสูง อาจกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต

 "ถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงถึง 2 จุด แสดงว่าความเชื่อมั่นมีความเปราะบางสูง และมีสัญญาณปรับตัวในทิศทางขาลงชัดเจน หากการเมืองยังไม่คลี่คลายโดยเร็ว และหากดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจะเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจให้ขยายตัวลดลง แต่หากการเมืองคลี่คลายโดยเร็ว การบริโภคก็จะฟื้นตัวขึ้นภายใน 4-6 เดือน หรือประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้" นายธนวรรธน์ กล่าว

 ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ได้ประเมินความเสียหายจากการชุมนุมทางการเมืองอยู่ที่ 6-9 หมื่นล้านบาท ในกรณีการชุมนุมยืดเยื้อนาน 2 เดือน โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรีประกาศแผนปรองดอง น่าจะทำให้ความเสียหายลดลงอยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท หรือกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้ปรับตัวลดลง 0.4-0.6% แต่หากการชุมนุมยืดเยื้อนาน 3 เดือน จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ความเสียหายจะเพิ่มเป็น 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1.4 แสนล้านบาท กระทบจีดีพี 0.7-1% โดยช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีการทบทวนประมาณการเศรษฐกิจจากผลกระทบการชุมนุมอีกครั้ง

 นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า อยากให้สถานการณ์ทางการเมืองยุติลงโดยเร็ว โดยทุกฝ่ายควรเจรจาหาทางออกให้ประเทศชาติ เพราะเวลานี้ประเทศชาติได้รับความเสียหายไปมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่น ขณะเดียวกัน ต่างชาติโดยเฉพาะผู้นำเข้าสินค้าไทยเป็นห่วงและกังวลว่าไทยจะส่งสินค้าได้ทันตามระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้หรือไม่ และหากทุกอย่างไม่มีความชัดเจนและยังมีการชุมนุมยืดเยื้อเช่นนี้ โอกาสที่เศรษฐกิจจะได้รับความเสียหายจะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว