
สิ้นสูญและก่อเกิด
ผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ก็เป็นไปตามที่หลายๆ ฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า เมื่อผลการนับคะแนนปรากฏว่า นายเบนิโญ อาคีโน ที่ 3 แห่งพรรคเสรีนิยม ซึ่งเป็นบุตรชายของ นายเบนิโญ อาคีโน จูเนียร์ อดีตวุฒิสมาชิกผู้ต่อต้
จนถูกสังหารแทบจะทันทีที่ย่างเท้าลงเหยียบมาตุภูมิ ในปี 1983 หลังจากที่ลี้ภัยไปอยู่สหรัฐระยะหนึ่ง กับ นางคอราซอน อาคีโน อดีตประธานาธิบดีหญิงคนแรกของฟิลิปปินส์ ซึ่งนำประชาชนโค่นล้มอำนาจของ "มาร์กอส" จนเป็นผลสำเร็จ
มูลเหตุสำคัญที่ทำให้ นายเบนิโญ อาคีโน ได้รับคะแนนเสียงถึง 1,192 ล้านคะแนน หรือประมาณ 40.19 เปอร์เซ็นต์ ทิ้งห่าง นายโจเซฟ เอสตราดา อดีตประธานาธิบดี ซึ่งตามมาเป็นที่สองด้วยคะแนน 7.54 ล้านคะแนน หรือในราว 25.46 เปอร์เซ็นต์ ประกอบด้วยปัจจัย 5 ประการ
ประการแรกได้แก่ความรู้สึกของประชาชนที่เบื่อหน่าย นางกลอเรีย อาร์โรโย ซึ่งครองตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ ค.ศ. 2001 โดยจะหมดวาระลงในเดือนมิถุนายนปีนี้ ทั้งนี้เพราะ นางอาร์โรโย มีภาพของการเป็นตัวแทนกลุ่มนักธุรกิจ เจ้าของที่ดินขนาดใหญ่และชนชั้นสูง ขณะเดียวกันก็มีเสียงกล่าวหาในเรื่องการปกป้องผลประโยชน์กลุ่มของตน และคอรัปชั่น
ปัจจัยประการที่สอง เป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ เพราะถึงแม้ว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้น แต่ฟิลิปปินส์ก็เผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในปีนี้ และส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศอย่างรุนแรง
ปัจจัยประการที่สาม คือการที่นายอาคีโนชูนโยบายปราบปรามคอรัปชั่น ขจัดความยากจนพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมการศึกษา แรงงาน และการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่โดนใจประชาชนในระดับรากหญ้า นอกจากนี้ยังตั้งความหวังจะติดตามเงินสดและทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลของ อดีตประธานาธิบดีมาร์กอส ซึ่งได้มาโดยมิชอบ กลับคืนมาเป็นของรัฐ
ปัจจัยประการที่สี่ คือแรงสนับสนุนจากคริสตจักรในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกระแสต่อต้าน นายโจเซฟ เอสตราดา คู่แข่งขันคนสำคัญของ นายอาคีโน ที่มีฐานเสียงจากชาวบ้านที่ชื่นชอบบทบาทพระเอก “ขวัญใจคนจน” ผู้กล้าหาญและเสียสละ ต่อต้านคนรวยช่วยเหลือคนยาก ในภาพยนตร์ส่วนใหญ่ที่นายเอสตราดานำแสดง ขณะที่คริสตจักรประณามว่าเขาเป็นผู้ชาย 4 บาป คือทั้งกินเหล้า เจ้าชู้ เล่นการพนัน และคอรัปชั่น จนถึงขั้นที่ประกาศคว่ำบาตรทำให้ นายเอสตราดา ต้องหลุดจากเก้าอี้ประธานาธิบดีมาแล้วครั้งหนึ่ง
สำหรับปัจจัยประการสุดท้าย แต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุด คือการเสียชีวิตของ นางคอราซอน อาคีโน เมื่อปีที่แล้ว นางอาคีโน เป็นประธานาธิบดีที่อยู่ในใจของชาวฟิลิปปินส์มาโดยตลอด
ด้วยความเป็นคนใจซื่อมือสะอาด ปราศจากข้อมัวหมองเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น และเป็นคนที่ตีนติดดิน ไม่ชอบพิธีการหรือความหรูหราฟุ่มเฟือย เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า นางอาคีโน เคยเตือน ประธานาธิบดีอาร์โรโย ทั้งทางตรงและทางอ้อมถึงเรื่องคอรัปชั่นของคนใกล้ตัวประธานาธิบดี และเมื่อ นางอาคีโน เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2009 พลังประชาชนที่ร่วมกันแสดงความอาลัยต่ออดีตผู้นำอันเป็นที่รักของพวกตน ก็ทำให้บุตรชาย คือ นายเบนิโญ อาคีโน ที่ 3 ตัดสินใจประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเวลาต่อมา
หากจะย้อนกลับไปดูผลจากการเสียชีวิตของวุฒิสมาชิก เบนิโญ อาคีโน จูเนียร์ ในปี 1983
การจากไปของเขาได้ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงต่อการเมืองของฟิลิปปินส์ จนนำไปสู่การสิ้นสุดยุคสมัยของอดีตประธานาธิบดีมาร์กอส พร้อมๆ กับการขึ้นสู่ตำแหน่งโดยไม่คาดฝันของ นางคอราซอน อาคีโน ภรรยาของ นายอาคีโน
และการเสียชีวิตของ นางอาคีโน เมื่อปีที่แล้ว ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ นายเบนิโญ อาคีโน ที่ 3 ชนะการเลือกตั้ง และเตรียมตัวเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของฟิลิปปินส์
ครับ บางครั้งการสูญสิ้นก็ไม่ใช่การสูญเปล่า หากเป็นการก่อเกิดของบางสิ่งบางอย่างที่ดีๆ ได้เหมือนกัน



