ข่าว

หรือไทยจะเทียบฟิลิปปินส์ไม่ได้?

หรือไทยจะเทียบฟิลิปปินส์ไม่ได้?

14 พ.ค. 2553

ความกังวลว่าอาจจะเกิดความรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกได้หวนคืนสู่สังคมไทยอีกครั้งหลังจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทำยึกยักไม่ยอมสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง จนท้ายที่สุดรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ตัดสินใจล้มแผนเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน แต่จะยังคงเดินหน้าในแผนปรองดองแห่งชาติ หรือ "โรดแม็พ" ควบคู่กับการเพิ่มความเข้มงวดในการใช้มาตรการกฎหมายรวมไปถึงการดำเนินคดีกับแกนนำที่มีคดีความต่างๆ

 อารมณ์และบรรยากาศนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับบรรยากาศการเมืองในฟิลิปปินส์ ซึ่งประชาชนต่างเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังใหม่ว่าประเทศชาติจะก้าวรุดไปข้างหน้าอย่างมีเสถียรภาพ หลังผลการเลือกตั้งชี้ชัดว่าวุฒิสมาชิกเบนิโญ "นอยนอย" อาคีโน ทายาทของ 2 นักสู้เพื่อประชาธิปไตยจนสามารถล้มรัฐบาลเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ได้คะแนนนำโด่งพร้อมจะเข้าไปยังทำเนียบมาลากันยังในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่

 ถ้าจะเทียบระหว่างนายอภิสิทธิ์กับว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์แล้ว ต่างมีข้อดีคล้ายๆ กันหลายประการ โดยเฉพาะการเป็นนักการเมืองน้ำดี เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ปราศจากความมัวหมองในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย อีกทั้งมีความมุ่งมั่นในการนำพาประเทศชาติให้ก้าวรุดไปข้างหน้าหรือจะว่าไปแล้ว นายอภิสิทธิ์อาจเป็นต่ออยู่หลายขุมในเรื่องความรู้ความสามารถและหลากสีสันการเมือง ผิดกับ ส.ว.นอยนอย อาคีโน ซึ่งเคยถูกวิจารณ์ว่าน่าเบื่อและไร้สีสันในชีวิต แต่ ส.ว.นอยนอย ก็ได้เปรียบอยู่หลายประการด้วยกัน

 ทั้งกรณีที่ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากประชาชน หรือกรณีที่ประเทศนี้ไม่มีเรื่องของทหารแตงโม ตำรวจมะเขือเทศ ข้าราชการเฉื่อยแฉะ ที่สำคัญ ซึ่งถือเป็นความโชคดีของชาวฟิลิปปินส์ทุกคน ก็คืออดีตผู้นำทุกคนล้วนมีใจเป็นนักเลง เมื่อผิดก็ยอมเข้าคุกแต่โดยดีอย่างเช่นอดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา หรือเมื่อจะถูกสอบในเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นหลังพ้นตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว นางกลอเรีย อาร์โรโยก็ยินดีให้ความร่วมมือ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบนิติรัฐ

 ผิดกับคนไทยที่โชคร้ายยิ่ง มีทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ไม่เคยยอมรับผิด มีนายทหารและนายตำรวจและข้าราชการที่ไม่รู้หน้าที่ของตัวเองว่าเป็นเช่นใด และมีกลุ่มคนเสื้อแดงที่นิยมความรุนแรง ทำให้นิติรัฐไม่เป็นนิติรัฐอย่างที่พึงเป็น เหตุนี้แม้นายอภิสิทธิ์ยังคงเดินหน้าที่จะสร้างชุมชนเข้มแข็ง ลดสังคมเหลื่อมล้ำ สร้างหลักประกันรัฐสวัสดิการที่จะเริ่มปี 2559 ให้ได้ แต่คนไทยก็ยังคงมองโลกในแง่ร้าย ตราบใดที่การบังคับใช้กฎหมายยังคงหย่อนยานเช่นนี้