ข่าว

 คู่ขนาน

คู่ขนาน

14 พ.ค. 2553

ในสังคมที่กำลังใฝ่หาความปรองดองอย่างเช่นทุกวันนี้ แม้แต่หน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองก็ยังมีความเห็นแย้งในข้อเท็จจริงที่รอการพิสูจน์อยู่ด้วยเช่นกัน

 หลายๆ คนคงจำกันได้ก่อนหน้านี้ชุดตรวจวัตถุพยานของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ โดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้มาสรุปถึงวิถีกระสุนเอ็ม 79 และจุดยิงในเหตุการณ์ 22 เมษา 53

 ผลสรุปของคุณหญิงทำเอาหลายฝ่ายถึงกับสะเทือน และมึนงงไปตามๆ กัน ทั้งนี้เพราะผลพิสูจน์ระบุลงไปชัดเจนแบบฟันธงเลยว่า คนร้ายที่ยิงเอ็ม 79 นั้น ได้ไปทำการซุ่มยิงจากห้องสุขาชั้น 7 ชั้น 8 และ 10 รพ.จุฬาฯ

 ต่อมา รพ.จุฬาฯ ก็ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งในฐานะคู่กรณีโดนตรงกับเสื้อแดง

 ทั้งจากข้อครหาว่าทาง รพ.จุฬาฯ ให้ทหารใช้พื้นที่ภายในโรงพยาบาลเป็นที่ซ่อนกำลังพล รอจังหวะเวลาอันเหมาะสมเพื่อใช้กำลังสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์

 ซึ่งภายหลังกลายเป็นหายนะทางการสาธารณสุขครั้งใหญ่ เมื่อ "พายัพ ปั้นเกตุ" แกนนำเสิ้อแดงพาการ์ดหลายร้อยคนบุกค้น รพ.จุฬาฯ กลางดึก จนต้องย้ายผู้ป่วยพ้นโรงพยาบาลอย่างฉุกละหุกในเช้าวันต่อมา

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ไปซุ่มยิงทดสอบหาวิถีกระสุนในทุกเหตุการณ์ที่ค่ายพระราม 6 ผลออกมาเป็นคนละเรื่องกับชุดของคุณหญิง

 เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าความขัดแย้งทางความคิดและแนวทางปฏิบัติระหว่าง พฐ.กับสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่อดีต และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นแถมยังก่อตัวไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงด้วย

 แม้ความขัดแย้งจะตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ แต่ขณะเดียวกันก็มีวิถีแห่งความเย้ยหยันถึงความน่าเชื่อถือของแต่ละฝ่ายด้วย ดังจะเห็นได้จากคารมของแต่ละฝ่ายที่ให้สัมภาษณ์จากสื่อมวลชน

 กระนั้นก็ดีในความขัดแย้งทุกครั้ง ประชาชนและสังคมกลับไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ถึงความขัดแย้งนั้นเลย

 ในวันนี้ที่รัฐบาลกำลังต้องการความปรองดองจากทุกฝ่ายในสังคม ถ้าจะเริ่มจากหน่วยงานภาครัฐก่อนก็คงจะดีไม่ใช่น้อย

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]