
คู่ขนาน
ในสังคมที่กำลังใฝ่หาความปรองดองอย่างเช่นทุกวันนี้ แม้แต่หน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองก็ยังมีความเห็นแย้งในข้อเท็จจริงที่รอการพิสูจน์อยู่ด้วยเช่นกัน
หลายๆ คนคงจำกันได้ก่อนหน้านี้ชุดตรวจวัตถุพยานของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ โดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ได้มาสรุปถึงวิถีกระสุนเอ็ม 79 และจุดยิงในเหตุการณ์ 22 เมษา 53
ผลสรุปของคุณหญิงทำเอาหลายฝ่ายถึงกับสะเทือน และมึนงงไปตามๆ กัน ทั้งนี้เพราะผลพิสูจน์ระบุลงไปชัดเจนแบบฟันธงเลยว่า คนร้ายที่ยิงเอ็ม 79 นั้น ได้ไปทำการซุ่มยิงจากห้องสุขาชั้น 7 ชั้น 8 และ 10 รพ.จุฬาฯ
ต่อมา รพ.จุฬาฯ ก็ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งในฐานะคู่กรณีโดนตรงกับเสื้อแดง
ทั้งจากข้อครหาว่าทาง รพ.จุฬาฯ ให้ทหารใช้พื้นที่ภายในโรงพยาบาลเป็นที่ซ่อนกำลังพล รอจังหวะเวลาอันเหมาะสมเพื่อใช้กำลังสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์
ซึ่งภายหลังกลายเป็นหายนะทางการสาธารณสุขครั้งใหญ่ เมื่อ "พายัพ ปั้นเกตุ" แกนนำเสิ้อแดงพาการ์ดหลายร้อยคนบุกค้น รพ.จุฬาฯ กลางดึก จนต้องย้ายผู้ป่วยพ้นโรงพยาบาลอย่างฉุกละหุกในเช้าวันต่อมา
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ของกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ไปซุ่มยิงทดสอบหาวิถีกระสุนในทุกเหตุการณ์ที่ค่ายพระราม 6 ผลออกมาเป็นคนละเรื่องกับชุดของคุณหญิง
เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าความขัดแย้งทางความคิดและแนวทางปฏิบัติระหว่าง พฐ.กับสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่อดีต และทุกวันนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นแถมยังก่อตัวไปเรื่อยๆ ไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงด้วย
แม้ความขัดแย้งจะตั้งอยู่บนหลักวิทยาศาสตร์ แต่ขณะเดียวกันก็มีวิถีแห่งความเย้ยหยันถึงความน่าเชื่อถือของแต่ละฝ่ายด้วย ดังจะเห็นได้จากคารมของแต่ละฝ่ายที่ให้สัมภาษณ์จากสื่อมวลชน
กระนั้นก็ดีในความขัดแย้งทุกครั้ง ประชาชนและสังคมกลับไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่ถึงความขัดแย้งนั้นเลย
ในวันนี้ที่รัฐบาลกำลังต้องการความปรองดองจากทุกฝ่ายในสังคม ถ้าจะเริ่มจากหน่วยงานภาครัฐก่อนก็คงจะดีไม่ใช่น้อย
มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]



