
"ครอบครัวไทยมีสุขฯ" ปลุกคนรุ่นใหม่ตามรอย
เพราะเห็นว่าการสมรสถือเป็นการเริ่มต้นของครอบครัว ประกอบกับในวาระมหามงคล 60 ปี ราชาภิเษกสมรส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งถือเป็นครอบครัวแบบอย่างที่ดีเลิศของปวงชนชาวไทย สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ
ในฐานะผู้ดำริและดำเนินโครงการฯ คุณหญิงณัฐิกา เล่าว่าโครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรสมาชิกสภาสตรีแห่งชาติฯ 190 องค์กรทั่วประเทศ ร่วมกันคัดสรรครอบครัวที่เป็นแบบอย่างที่ดีในจังหวัดต่างๆ โดยไม่มีการแบ่งประเภทหรือสาขาอาชีพ ซึ่ง เกณฑ์การตัดสินพิจารณาจากอายุสมรสตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และดำเนินชีวิตครอบครัวอยู่บนจริยธรรมอันดีงาม โดยให้แต่ละครอบครัวเขียนเรียงความเล่าความประทับใจซึ่งกันและกันเข้ามา
"แม้ว่าจะเป็นการดำเนินการครั้งแรก แต่คณะกรรมการก็มั่นใจว่าเราได้คัดสรรครอบครัวตัวอย่างที่ดีได้ ขณะเดียวกันเราก็จะพยายามหาข้อปรับปรุงต่างๆ เพื่อให้การคัดสรรในปีต่อๆ ไปมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ครอบครัวอื่นๆ ได้รับการพิจารณา และร่วมภูมิใจ" ประธานสภาสตรีฯ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนจะมีพิธีเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศ ในช่วงเช้าได้จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณ "ครอบครัวไทยมีสุขฯ" ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ ซึ่งในจำนวน 60 ครอบครัว มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการต่างๆ มาร่วมงาน อาทิ ครอบครัวศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ศ.ดร.ภิญโญ-ลาวัณย์ สุวรรณคีรี, ครอบครัวนักธุรกิจจิวเวลรี่ พรสิทธิ์-ดร.สุณี ศรีอรทัยกุล, ครอบครัวศิลาอ่อนของ อมเรศ-ภัทรา ศิลาอ่อน, ครอบครัวคนบันเทิง ปัญญา-วาสนา นิรันดร์กุล และครอบครัวที่ครองคู่กันมายาวนานถึง 60 ปี อย่าง ปู่อารี-ย่าวิไล หอวิจิตร จากขอนแก่น เป็นต้น
เริ่มต้นที่ครอบครัวหอวิจิตร ที่คุณปู่อารี วัย 80 ปีควงคู่มากับคุณย่าวิไล วัย 78 ปี ช่วยกันเผยเคล็ด (ไม่) ลับการครองเรือนให้แก่หนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่กำลังจะตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันว่า นอกจากการให้เกียรติซึ่งกันและกัน รู้จักหน้าที่ของตัวเองแล้ว ก็ต้องทะเลาะกันให้น้อยๆ
"คนเป็นภรรยาก็ทำหน้าที่ของภรรยา ส่วนสามีก็ทำหน้าที่ของตัวให้สมบูรณ์ ที่สำคัญต้องซื่อสัตย์ และรู้จักการให้อภัยกัน ตามสุภาษิตโบราณ "อย่าผิดใจกันยันตะวันตกดิน" นอกจากชีวิตคู่แล้วเรื่องลูกๆ ก็สำคัญ โดยที่บ้านจะเน้นให้ลูกเล่นกีฬา และทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน ขณะที่คุณพ่อก็จะใช้กฎของลูกเสือในการเลี้ยงดูลูก" คุณย่า กล่าวอย่างอารมณ์ดี
ฝั่งครอบครัวบิวตี้เจมส์ ซึ่งสมาชิกได้พากันมาให้กำลังใจคุณพ่อพรสิทธิ์ และ คุณแม่ ดร.สุณี ตำนานชีวิตคู่ 39 ปี อย่างพร้อมหน้า โดยหัวหน้าครอบครัวยกให้แม่บ้านเป็นฝ่ายพูดถึงหลักการครองคู่ พร้อมกับหยอดคำหวาน "ภรรยาว่ายังไง สามีก็ว่าตามนั้น"
"ครอบครัวเราใช้หลักความเข้าใจและเหตุผล รวมถึงเคารพซึ่งกันและกัน แม้แต่ลูกๆ ก็สามารถแสดงความคิดเห็นกับพ่อแม่ได้ เสมือนหนึ่งเป็นเพื่อนกัน เพื่อจะได้ไม่รู้สึกว่าห่างไกล" คุณแม่นักธุรกิจแจง พร้อมกับเผยความประทับใจที่มีต่อสามีว่า เป็นคนสุขุม มีความเป็นศิลปิน และอ่อนหวาน แม้เธอจะต้องทำหน้าที่ทั้งแม่บ้านและนักธุรกิจในเวลาเดียวกัน สามีก็ไม่เคยปริปากบ่น ทำให้บิวตี้เจมส์สามารถฟันฝ่าอุปสรรคและยืนหยัดมาถึงทุกวันนี้
ทั้งนี้ คุณหญิงณัฐิกา ได้กล่าวปิดท้ายว่า โครงการครอบครัวไทยมีสุขฯ เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักที่ดำเนินการเนื่องในวันครอบครัวแห่งชาติ และยังได้กำหนดให้มีกิจกรรมอื่นๆ อีก คือ กิจกรรมรดน้ำขอพรผู้อาวุโส ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา และกิจกรรมครอบครัวสัญจร ด้วยงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจะมีขึ้นเร็วๆ นี้



