ข่าว

ปชป.ย้ำรัฐบาลยังไม่ล้มแผนปรองดอง

ปชป.ย้ำรัฐบาลยังไม่ล้มแผนปรองดอง

13 พ.ค. 2553

ปชป.ย้ำ รบ.ยังไม่ล้มแผนปรองดอง ยันไม่ใช้ความรุนแรงก่อน แต่ห่วงกองกำลังติดอาวุธจะทำให้เกิดสูญเสียมากกว่า 10 เม.ย.

(13พ.ค.) นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอสนับสนุนแนวทางรัฐบาลในการเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่พร้อมและตอบรับกระบวนการปรองดอง แม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจะปฏิเสธแนวทางนี้จนทำให้การกำหนดวันยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ไม่เป็นไปตามกำหนดเดิมก็ตาม

 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินการตามแผนปรองดองควบ จะต้องควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมาย โดยรัฐบาลได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยการตัดเส้นทางการลำเลียงประชาชนเข้าสู่พื้นที่การชุมนุม ตัดการเคลื่อนของแท็กซี่ การลำเลียงน้ำมันและอุปกรณ์การก่อวินาศกรรมเข้าสู่พื้นที่การชุมนุมโดยเด็ดขาด รวมถึงการตัดสัญญาณโทรศัพท์ 

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ส่วนกรณีการตัดน้ำ-ไฟ อยู่ระหว่างการควบคุมจุดตัดไฟเพื่อจำกัดพื้นที่ข้างเคียงที่อาจจะได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันต้องดำเนินการควบคู่กับการป้องกันการก่อวินาศกรรม เพราะได้รับทราบมาว่าผู้ชุมนุมจะจุดไฟเผายางที่อยู่ในพื้นที่ชุมนุม และเตรียมจุดถังแก๊สที่อยู่บริเวณข้างตึกทั้ง 2 ด้าน เช่นเดียวกับที่เคยมีการเตรียมการไว้ที่ รพ.จุฬาฯ มีการต่อท่อไปใต้ตึกเพื่อให้เกิดวินาศกรรมและลอบวางเพลิงอาคารโดยรอบ

 "รัฐได้เตรียมมาตรการป้องกันความสูญเสียทั้งจากการก่อวินาศกรรม และการเตรียมการใช้ความรุนแรงในส่วนของกองกำลังที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม และมีความพร้อมที่จะเพิ่มเหตุการณ์เช่นเดียวกับเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ซึ่งรัฐจะดำเนินการโดยเรียนรู้จากบทเรียน ดำเนินการในตอนกลางวัน และมีความตั้งใจที่จะจำกัดความสูญเสียต่อผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ให้น้อยที่สุด แต่อยากให้สังคมเข้าใจว่าพื้นที่การชุมนุมไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยปกติ มีการเตรียมการก่อวินาศกรรม และเคลื่อนตัวในการใช้กำลังของกองกำลัง ฉะนั้นอาจเป็นไปได้ที่จะมีความสูญเสียมากกว่าเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา หากสถานการณ์ลุกลามบานปลาย ทั้งนี้พรรคยืนยันแนวทางของนายกฯ ที่ได้วางไว้ไม่ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐเริ่มใช้ความรุนแรงก่อนโดยเด็ดขาด และไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุในทุกกรณี"

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเสนอแนวทางเจรจาในขณะนี้ที่มีเพิ่มขึ้นมา 2 รูปแบบ คือ การที่พรรคเพื่อไทย จัดทีมเข้าเจรจากับแกนนำ นปช. พรรคมีความเห็นว่า ได้เรียกร้องให้พรรค พท.มีบทบาทเจรจากับผู้ชุมนุมมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด ทั้งที่การเข้าสู่การเจรจาน่าจะทำก่อนหน้านี้นานแล้ว ไม่น่าที่จะทำเมื่อสังคมได้ตอบรับกระบวนการปรองดองที่นายกฯ นำเสนอ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าการเจรจากับผู้ชุมนุมของพรรค พท.นั้นจะสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ รวมถึงแนวทางที่บ้านเลขที่ 111 เสนอให้ต่างชาติเข้ามาเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยและเจรจา

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีความเห็นว่าขณะนี้สังคมได้รับทราบว่ารัฐบาลได้ทำทุกวิถีทางแล้วเพื่อให้กระบวนการหารือนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ แต่ยืนยันว่าวิกฤตของประเทศชาติไม่สามารถก้าวข้ามได้หากไม่มีกระบวนการปรองดองโดยการเข้าร่วมของผู้ชุมนุม ทางพรรคยินดีหากองค์กรอื่นๆ นอกประเทศจะเข้าสังเกตการณ์ดำเนินการ ทั้งเรื่องการคลี่คลายสถานการณ์และบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล แต่ไม่เห็นด้วยที่เอาคนต่างชาติเข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจา แต่การบันทึกเหตุการณ์ หลักฐานเป็นประโยชน์ เพราะเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. หลักฐานสำคัญที่ยืนยันการปรากฎของกองกำลังติดอาวุธก็เป็นหลักฐานที่บันทึกโดยสื่อมวลชนต่างชาติ

 โฆษก ปชป. กล่าวด้วยว่า สำหรับอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กระบวนการปรองดองไม่เกิดขึ้น เห็นได้ว่ามีรายงานข่าวจาก 3 กลุ่มที่ต่างอ้างว่าได้รับมอบอำนาจโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเป็นกระแสข่าวที่มีความขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง คือกรณีกลุ่มกรุงเทพ 50 ได้รับการติดต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้เข้าสู่การเจรจาโดยคนที่มีอำนาจเต็มในเรื่องของคดีความ ขณะที่แกนนำฝ่ายความรุนแรงอย่าง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิทหารบก ระบุว่าถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่สั่งจะไม่ยุติการชุมนุม แต่ในวันนี้นายนพดล พูดอีกทางหนึ่งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เอาเรื่องคดีเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเจรจา ซึ่งจะเห็นได้ว่าการออกมาให้ข่าวลวงในลักษณะตีอย่างน้อย 3 หน้า น่าจะมีส่วนทำให้กระบวนการปรองดองไม่เกิดขึ้น ทำให้จงใจสร้างความสับสนกับผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับ ทักษิณ ทำให้เอกภาพในส่วนของแกนนำไม่สามารถเกิดขึ้น ได้