ข่าว

จ่อควัก778ล้านจ่ายค่าจ้าง-เช่าพิษม็อบราชประสงค์

จ่อควัก778ล้านจ่ายค่าจ้าง-เช่าพิษม็อบราชประสงค์

13 พ.ค. 2553

รัฐเยียวยาพิษม็อบราชประสงค์ สั่งอนุมัติจ่ายชดเชยค่าจ้างเดือน เม.ย. 427 ล้าน บวกค่าเช่าอีก 351 ล้าน สรรพากรเผยแดงชุมนุมยอดเก็บภาษีหด 500 ล้าน ผู้ประกอบการโรงแรมโวยช่วยน้อยเกินไป ร้องดูแลช่วงฟื้นฟูด้วย

ทันทีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางที่ผู้ประกอบการเสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องของค่าจ้างแรงงานในระบบที่มีเงินเดือนไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ที่ผู้ประกอบการยังจ่ายเงินเดือนค้าจ้างอยู่จำนวน 27,192 คน แต่ไม่ได้ทำงานเนื่องจากสถานประกอบการหยุดประกอบกิจการ คิดเป็นเงินเดือนเฉพาะเดือนเมษายนรวม 427 ล้านบาท

 ลูกจ้างกลุ่มนี้ ประกอบด้วย 1.เงินเดือนค่าจ้างพนักงานที่อยู่ในสถานประกอบการขนาดใหญ่และขนาดกลางจำนวน 12,101 คน วงเงิน 192 ล้านบาท 2.เงินเดือนค่าจ้างในสถานประกอบการรายย่อยจำนวนแรงงาน 10,718 คน วงเงิน 169 ล้านบาท และ 3.เงินเดือนค่าจ้างของผู้ประกอบการโรงแรมจำนวน 10 ราย จำนวนแรงงาน 4,373 คน วงเงิน 66 ล้านบาท นอกจากนี้ยังเห็นชอบข้อเสนอในเรื่องค่าเช่าพื้นที่ของผู้ประกอบการอีกจำนวน 351 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเช่าพื้นที่ของธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลาง 15 ราย จำนวน 38 ล้านบาท และค่าเช่าพื้นที่ของธุรกิจรายย่อย 1,711 ราย จำนวน 313 ล้านบาท

 "คณะกรรมการได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปสรุปตัวเลขต่างๆ ให้ชัดเจนแล้ว นำกลับมาเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้งสัปดาห์หน้าก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ส่วนงบประมาณที่จะนำมาช่วยเหลือ จะนำมาจากส่วนใดต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะสำนักงบประมาณเองก็ไม่อยากอนุมัติงบในส่วนนี้" นายกอร์ปศักดิ์กล่าว

 เลขาธิการนายกฯ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม กรณีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่าของมูลค่ารวม นอกจากนี้ ยังเห็นชอบมาตรการฟื้นฟูอื่นๆ ภายหลังการชุมนุม เช่น การปรับปรุงภูมิทัศน์ การกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และการให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจใช้โรงแรมย่านราชประสงค์เป็นที่จัดประชุมสัมมนา

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนข้อเสนอที่ให้รัฐบาลลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมนั้น ที่ประชุมเห็นว่าเป็นมาตรการที่ทำไม่ได้ เพราะไม่ตรงกับหลักการของการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่นเดียวกับข้อเสนอที่ให้ผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ได้รับสิทธิพิเศษในการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นระยะเวลา 3 ปี แบบเดียวกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมฝั่งอันดามันที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ

 "คณะกรรมการเห็นว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการแยกราชประสงค์ ต่างจากผู้ประกอบการโรงแรมฝั่งอันดามัน ที่ตึกหรืออาคารถูกคลื่นยักษ์พัดเสียหายทั้งหมด แต่ในส่วนของราชประสงค์อาคารไม่ได้ถูกทำลาย จึงให้ความช่วยเหลือเรื่องของบีโอไอแบบเดียวกับผู้ประกอบการฝั่งอันดามันไม่ได้" นายกอร์ปศักดิ์กล่าว

 ส่วนความช่วยเหลือแรงงานที่ตกงานนั้น นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือแรงงานในระบบ และแรงงานนอกระบบ จากการสำรวจตัวเลขเบื้องต้น พบว่ามีแรงงานในระบบที่ตกงานแล้วจำนวน 45 คน ส่วนแรงงานนอกระบบที่ตกงานมีจำนวน 800 คน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่ประชุมจึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปรวบรวมตัวเลขเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้ง

 ด้าน นางอัญชลี วานิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกฯ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการระบุว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ในส่วนของค่าจ้างและค่าเช่าพื้นที่รวมจำนวน 778 ล้านบาท คิดเป็น 30% ของความเสียหายและค่าเสียโอกาสที่ผู้ประกอบการทั้งหมดได้รับเท่านั้น เพราะจากการประเมินพบว่าในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมทำให้รายได้หายไปประมาณ 524 ล้านบาท และผู้ประกอบการโรงแรม 10 ราย ส่งผลให้รายได้หายไป 446 ล้านบาท

 ภายหลังการร่วมประชุม น.ส.ศุภลักษณ์ อัมพุช ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ กล่าวว่า รู้สึกพอใจและยินดี ต่อมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล และเชื่อว่าหากเหตุการณ์การชุมนุมยุติลงแล้ว การดึงนักท่องเที่ยวกลับมา คาดว่าอย่างเร็วจะอยู่ที่ 3 เดือน อย่างช้าไม่น่าจะเกิน 6 เดือน

 วันเดียวกัน นางสุวรรณา เดชรุ่งเรือง กรรมการบริหาร บริษัท เพรสิเด้นท์ โฮเต็ล และทาวเวอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจโรงแรมฮอลิเดย์อินน์ และโรงแรมอินเตอร์คอน ราชประสงค์ กล่าวว่า มาตรการความช่วยเหลือจากรัฐบาลเกี่ยวกับการชดเชยค่าจ้างแรงงาน 1 เดือนนั้น ถือเป็นเป็นความช่วยเหลือที่น้อยเกินความเป็นจริง เพราะเหตุการณ์การชุมนุมในย่านราชประสงค์ที่กินเวลามากกว่า 2 เดือน ทำให้รายได้สูญจำนวนมาก ซึ่งยังไม่นับรวมระยะฟื้นตัวที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน อีกทั้งขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่มีท่าทีที่จะถอนออกจากพื้นที่

 "เอกชนเห็นว่าภาครัฐควรให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมตามความเป็นจริง หรือชดเชยในส่วนของเงินค่าจ้างพนักงาน 3 เดือน และมีการชดเชยช่วยเหลือตามจริงหากสถานการณ์ยังยืดเยื้อและธุรกิจในพื้นที่ราชประสงค์ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ตามปกติ" นางสุวรรณากล่าว

 ส่วนของมาตรการช่วยเหลือด้านภาษีนั้น นางสุวรรณากล่าวว่า ภาครัฐไม่ควรจำกัดความช่วยเหลือเฉพาะผู้ประกอบการค้าปลีกแต่ควรให้การสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดในธุรกิจโรงแรมด้วย ทั้งนี้โรงแรมส่วนใหญ่จะใช้การทำการตลาดเพื่อฟื้นการท่องเที่ยวในลักษณะโปรโมชั่นลดราคา 20-50% โดยโรงแรมอาจประเมินงบประมาณในการทำโปรโมชั่นเพื่อนำเสนอแก่ภาครัฐเพื่อรับการสนับสนุนต่อไป
 "เราเห็นใจรัฐบาล แต่รัฐบาลต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการโรงแรมตามจริง เพราะความเสียหายมันมากกว่าที่รัฐบาลชดเชยมากเกินไป แล้วถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้ออย่างนี้ เอกชนเองก็ต้องไปกู้เงินมาดูแลธุรกิจ จะช่วยเหลือเฉพาะค่าจ้างแรงงาน 1 เดือนถือว่าน้อยเกินไปมาก เพราะฉะนั้นถ้าจะช่วยเหลือแค่เงินชดเชย 1 เดือน ถ้าสถานการณ์ไม่ยุติรัฐก็ยังควรต้องพิจารณาช่วยเหลือตามจริงเพิ่มเติมหลังจากนี้" นางสุวรรณากล่าว

 นางสุวรรณากล่าวต่อว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้หายไปเฉลี่ยได้เดือนละ 100 ล้านบาท รวมช่วง 2 เดือนคิดเป็น 200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ไม่เดินทางเข้ามา และการเก็บค่าเช่าพื้นที่ก็ไม่สามารถเก็บได้แล้ว 2 เดือน ขณะนี้พนักงานทั้ง 2 โรงแรมดังกล่าวมีพนักงานรวมกว่า 1,000 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลต้องช่วยเหลือตามมาตรการล่าสุดเบื้องต้นราว 17 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ความช่วยเหลือดังกล่าวก็ยังไม่สามารถชดเชยรายรับของพนักงานที่ขาดหายไปจากค่าบริการหรือเซอร์วิสชาร์จ ที่เคยได้รับประมาณ 1 หมื่นบาทต่อคน เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่เข้ามาดังกล่าว

 ส่วน นายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า กรมสรรพากรประเมินมูลค่าภาษีที่รัฐบาลสูญเสียไปจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณแยกราชประสงค์และสะพานผ่านฟ้าลีลาศตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคมถึงปัจจุบันรวมทั้งสิ้นประมาณ 400-500 ล้านบาท แต่โดยภาพรวมแล้วถือว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐ เนื่องจากเดือนเมษายนที่ผ่านมากรมสรรพากรสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าปีที่ผ่านมากว่า 10%

 “กรมสรรพากรได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทั้งบริเวณราชประสงค์และผ่านฟ้ามายื่นขอขยายเวลาการยื่นแบบออกไป โดยให้คณะกรรมการร่วมที่ ครม.แต่งตั้งดำเนินการพิจารณาตามที่ผู้ประกอบการยื่นขอขยายเวลาให้เป็นรายๆ ไป” นายวินัยกล่าว

 ขณะที่ นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายผลิตภัณฑ์สินเชื่อลูกค้าบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้จัดโปรแกรมทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย โดยธนาคารเตรียมวงเงินช่วยเหลือ 3,000 ล้านบาท กรณีเป็นลูกค้าอยู่แล้ว ธนาคารจะลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นระยะเวลา 3 เดือน กรณีสินเชื่อเคหะและสินเชื่อธุรกิจรายย่อยลดดอกเบี้ย 2% จากอัตราดอกเบี้ยที่จ่ายอยู่ ส่วนลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อเงินสดส่วนบุคคลจะเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยให้ครึ่งหนึ่ง แต่ต้องชำระขั้นต่ำ 10% ตามกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 "เราเปิดให้ลูกค้าพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน หรือเพิ่มวงเงินกู้ โดยสามารถเพิ่มให้สูงสุดเท่ากับมูลค่าของหลักประกัน สำหรับลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเตรียมวงเงินไว้ 1,000 ล้านบาท ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้ 1% เป็นระยะเวลา 3 เดือน และลูกค้าสามารถพักการชำระเงินต้นเป็นเวลา 6 เดือน หรือพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเวลา 3 เดือน" นายรุ่งเรืองกล่าว