
ฮาร์ดคอร์ตัวจริงชื่อทักษิณหรือ?
เห็นได้ชัดเจนว่าแกนนำของ นปช.มีความแตกต่างทางความคิด ไม่มีเอกภาพเพียงพอที่จะตัดสินว่าจะยุติการชุมนุม เพื่อจะเข้าสู่เส้นทางปรองดอง นำไปสู่การเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ตามที่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เสนอ ทั้งๆ ที่มติภาพรวมบอกว่ายอมรับ แต่มาพล
กลายเป็นว่าเงื่อนไขย่อย 2 ข้อ มาบดบังทิศทางที่นปช.ควรจะได้คะแนน นั่นก็คือว่า เมื่อรณรงค์ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาเลือกตั้งได้แล้ว ควรประกาศชัยชนะ และถอยกลับไปเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ประชาชนคนไทยทั่วไปเริ่มจะเห็นแล้วว่า เป็นไปได้ว่ามี "สายเหยี่ยว" ใน นปช.นั้น กำลังเข้ามาครอบงำการนำของทิศทางอนาคตของคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง
เพราะแรกเริ่มเดิมทีของการรณรงค์กดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภานั้น คำประกาศจากแกนนำคนเสื้อแดงยืนยันตลอดว่า จะต่อสู้อย่างสันติวิธี อหิงสา ไม่ใช้ความรุนแรง แต่ก็มี "กลุ่มฮาร์ดคอร์" มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรง การใช้อาวุธในเหตุการณ์ 10 เมษายน 22 เมษายน หรือการบุกรุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงเสื่อมเสียจนเรียกกลับคืนมาได้ยากยิ่ง
มาถึงจุดนี้เมื่อคนเสื้อแดงไม่สามารถตกลงกันในระดับแกนนำว่าจะยุติอย่างไร ก็ยิ่งทำให้ขบวนของคนเสื้อแดงเริ่มเรรวน กลายเป็นว่ามีกลุ่มสายเหยี่ยวเข้ามาพยายามไม่ให้ยุติการชุมนุม ซึ่งแน่นอนจะนำไปสู่การเผชิญหน้าอีกรอบ และครั้งนี้นายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งได้พยายามต่อรองหลายๆ ด้าน จนถูกคนเสื้อสีอื่น และประชาชนส่วนที่ไม่เกี่ยวกับเสื้อสี มองว่าไร้ภาวะผู้นำ
มาถึงจุดนี้นายกฯ อภิสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์เลือกนอกจากจะยืนยันตามเส้นตายว่า วันที่ 12 พฤษภาคม การชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์จะต้องยุติ เพราะในวันที่ 17 พฤษภาคม โรงเรียนบริเวณนั้นจะเปิดเทอม ซึ่งจะยิ่งสะท้อนว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นอุปสรรคขัดขวางต่อชีวิตปกติของคนไทยเป็นจำนวนมาก วันนี้แกนนำคนเสื้อแดงจะต้องตัดสินว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ต้องไม่ให้ "แกนนำกลุ่มฮาร์ดคอร์" หรือ "สายเหยี่ยว" มาครอบงำกำกับในทิศทางของการรณรงค์เรียกร้องให้เกิดประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะกลุ่มฮาร์ดคอร์หรือสายเหยี่ยวนั้น ไม่ได้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันแท้จริงอย่างแน่นอน
และท้ายที่สุดต้องถามว่า "ฮาร์ดคอร์ตัวจริง" อยู่ที่คนชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" หรือไม่



