
พยาน "เสื้อแดง"...ล่ารถตู้หื่น
สุภาพสตรีทั้งหลายโดยเฉพาะที่ใช้บริการรถตู้ประจำทางพากันหวาดผวาอีกครั้ง หลังจากมีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อโชเฟอร์ที่พยายามลวนลามและข่มขืน แต่หญิงสาวรายนี้ต่อสู้จนถูกทำร้ายร่างกายก่อนคนขับรถตู้มหาภัยจะนำตัวเธอไปทิ้งแล้วรอดชีวิตในที่สุด
น.ส.ธัญลักษณ์ ชุมมิ่ง อายุ 26 ปี เป็นพนักงานขายสินค้าของบริษัท ศรีไทย จำกัด ที่มาใช้บริการรถตู้โดยสารหน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต เพื่อเดินมาลงที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อส่งผู้โดยสารคนสุดท้ายเสร็จสิ้นก่อนถึงจุดหมายปลายทางที่หญิงสาวผู้นี้จะลงโชเฟอร์พยายามพูดจาแทะโลมจนเธอหวาดกลัวแล้วโทรแจ้งแฟนหนุ่มและขอให้คนขับรถจอด แต่ได้รับการปฏิเสธ
คนขับรถตู้กลับเลี้ยวรถกลับขึ้นไปบนโทลล์เวย์ระหว่างนั้นก็พยายามลวนลามเหยื่อ เมื่อไม่สำเร็จถูกเหยื่อขัดขืนก็คว้าเหล็กแป๊บตีเข้าบริเวณคอใบหน้าไม่ยั้งจนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนนำตัวไปทิ้งร่องสวน ภายในซอยโรงปูน ถนนสาย 345 จ.ปทุมธานี...
ด้วยร่างกายที่บอบช้ำใบหน้าบวมปูด ตาปิด แขนถลอก ศีรษะมีร่องรอยถูกตีหลายจุด มีเลือดคั่งในสมองบวกกับอาการตกใจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จ.ปทุมธานี ใช้เวลาพอประมาณในการให้ความช่วยเหลือ จึงทำให้คนร้ายเพ่นหนีไปไกลแล้ว
จากการให้ปากคำของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายชุดสืบสวนไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนักเพราะหญิงสาวจำอะไรไม่ได้มาก ภาพที่ยังอยู่ในความทรงจำคือความน่าหวาดกลัว เธอจำได้เพียงว่า วันที่ 9 พฤษภาคม ราว 4 ทุ่ม ได้โดยสารรถตู้โตโยต้าสีขาวรุ่นใหม่ ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต เพื่อไปหาเพื่อนที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว หลังจากขึ้นรถตู้วิ่งทยอยส่งผู้โดยสารลงตามจุดต่างๆ กระทั่งมาถึงหน้าสน.พหลโยธิน เหลือเธอเพียงคนเดียว รถคันดังกล่าวได้เลี้ยวขึ้นด่านโทลล์เวย์ขาออก ต่อมาคนขับได้บังคับให้มานั่งที่เบาะหน้า
"จากนั้นคนขับรถพยายามลวนลาม แต่เราขัดขืน พยายามแย่งพวงมาลัยรถ คนขับรถจึงคว้าเหล็กแป๊บตีเข้าศีรษะอย่างแรงหลายครั้งจนฟุบลง เมื่อทำทีนอนนิ่งแกล้งตาย คนขับได้อุ้มเราไปทิ้งในร่องสวนซอยโรงปูนที่เกิดเหตุ และรีบขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วและยังเอาโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ซึ่งมีเงินอยู่กว่า 1,000 บาทไปด้วย จากนั้นจึงพยายามฝืนความเจ็บปวดเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงปูน" คำให้การของเหยื่อ
อย่างไรก็ดีแม้ผู้เสียหายจะไม่สามารถให้รายละเอียดตำหนิรูปพรรณคนร้ายได้มากนัก แต่ชุดสืบสวนก็ไม่ได้ลดละความพยายาม พร้อมประชาสัมพันธ์ออกไปเพื่อขอความร่วมมือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์มาให้ปากคำ ปรากฏว่ามีพยานปากสำคัญรายหนึ่งเข้ามาให้ความร่วมมือ
ทั้งนี้พยานสำคัญรายนี้เป็นชายอายุ 30 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ จ.กระบี่ อาชีพขายโทรศัพท์มือถือ ในวันเกิดเหตุขึ้นรถมาพร้อมกับเหยื่อจากห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต โดยนั่งติดกับหญิงผู้เสียหาย และเมื่อใกล้ถึงเซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็ลงรถต่อไปยังแยกราชประสงค์เพื่อร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช.
"ระหว่างที่ร่วมชุมนุมได้ทราบข่าวการขอความร่วมมือเกี่ยวกับภัยร้ายดังกล่าว จึงเดินทางไปให้ปากคำ" พยานให้การ
พยานผู้ร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดงรายนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะพาชุดสืบสวนไปจับกุมคนร้ายได้อย่างแน่นอนและพอจะทราบเค้าโครงของคนร้ายบางแล้ว
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอตรวจสอบทะเบียนประวัติผู้ขับรถโดยสาร(รถตู้)ประจำทาง โดยให้พยานรายนี้ชี้ตัว แต่อย่างไรก็ดีอาจติดปัญหาอยู่บ้างเพราะเป็นไปได้ว่าผู้ที่เป็นเจ้าของรถและลงทะเบียนไว้กับกรมการขนส่งทางบกอาจไม่ได้เป็นผู้ขับขี่รถเอง
ขณะที่ พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมากแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจะสามารถจับกุมโชเฟอร์รถตู้ที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ทั้งนี้เนื่องจากขณะนี้ชุดสืบสวนสามารถตามหาพยานปากสำคัญมาได้แล้ว ทำให้การติดตามคนร้านนั้นง่ายขึ้นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน
"อย่างไรก็ดีอยากฝากเตือนผู้ที่ใชับริการรถสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถตู้ รถแท็กซี่ว่าอย่าประมาทในการเดินทางต้องตั้งสติให้รอบคอบ เช่น การทำตัวให้มิดชิดไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวหรือการใส่เครื่องประดับ เวลานั่งอยู่บนรถคนเดียวก็พยายามอย่าไปนั่งใกล้คนขับ ที่สำคัญต้องสังเกตพฤติกรรมของคนขับและพยายามจำรูปพรรณคนขับ ทะเบียนรถ หรือเป็นไปได้ก็โทรศัพท์หาคนสนิทบอกว่าตอนนี้กำลังทำอะไรที่ไหนอยู่บนรถทะเบียนอะไร ซึ่งอย่างน้อยจะเป็นการปรามหากเขาคิดจะทำร้ายเรา" พล.ต.ท.กฤษฎากล่าวทิ้งท้าย



