ข่าว

รัฐควักกระเป๋า436ล้านอุ้มชาวนาชดเชยขายข้าวขาดทุนร่วมโครงการประกันรายได้

รัฐควักกระเป๋า436ล้านอุ้มชาวนาชดเชยขายข้าวขาดทุนร่วมโครงการประกันรายได้

12 พ.ค. 2553

กขช.อนุมัติงบประมาณกว่า 436 ล้านบาท โปะขาดทุนให้ชาวนาที่เข้าร่วมโครงการประกันรายได้ 15 มีนาคมถึง 25 เมษายน หลังขายข้าวได้ไม่ถึงตันละหมื่นบาทตามเป้าหมายของรัฐบาล ชี้ต้นตอสูตรราคาอ้างอิงเก่าไม่สอดคล้องราคาตลาด พร้อมทำข้าวถุง 60 ล้านถุงแจกคนจน

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติงบประมาณจำนวน 436.8 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเยียวยาเกษตรกร 2 แสนราย ที่ขาดทุนจากการเข้าร่วมโครงการประกันรายได้ในช่วงระหว่างวันที่ 15 มีนาคม-25 เมษายน 2553 เนื่องจากขายข้าวได้ไม่ถึงตันละ 1 หมื่นบาท ตามที่รัฐบาลประกาศ อันเป็นผลจากการกำหนดสูตรการคำนวณราคาอ้างอิงไม่สอดคล้องกับราคาตลาด จนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนสูตรราคาอ้างอิงใหม่

 "เชื่อว่าจากนี้จะไม่มีปัญหาจนทำให้เกษตรกรต้องออกมาปิดถนนเรียกร้องอีก ซึ่งการเปลี่ยนสูตรราคาอ้างอิงใหม่ โดยนำราคาซื้อขายจริงในตลาดย้อนหลังเพียง 7 วัน ทำให้สอดคล้องกับราคาตลาดมากยิ่งขึ้น และราคาตลาดปรับสูงขึ้นตันละ 600 บาท" นายไตรรงค์กล่าว

 นายไตรรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กขช.ยังเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะนำข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล ซึ่งเป็นข้าวเปลือกนาปรังปี 2552 และเป็นข้าวใหม่อายุประมาณ 1 ปี จำนวน 60,000 ตัน มูลค่าข้าวสารประมาณ 780 ล้านบาท มาบรรจุถุง 60 ล้านถุง ถุงละ 1 กก. เพื่อแจกจ่ายให้กับคนยากจน ในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกครบรอบ 60 ปี และในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

 ทั้งนี้ กขช. มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ไปตั้งคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดรายละเอียดและวิธีการเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ยากจนภายใน 2 สัปดาห์ โดยให้ระบุข้างถุงว่า "โครงการแจกข้าวถุงดำเนินการ โดยนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ หรือกองทุนเอฟทีเอ อยู่ระหว่างการจัดสรรงบประมาณ 131 ล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้กรมการข้าว ในการจัดทำโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวและสร้างความเข้มแข็งให้ชาวนา เพื่อรองรับผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าอาเซียน หรืออาฟตา รวมทั้งสิ้น 3 ปีตั้งแต่เดือนเมษายน 2553- เมษายน 2555 เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพการผลิตแข่งกับเวียดนาม

  ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นต้นแบบ สำหรับการพัฒนาการผลิตข้าวและชาวนาอย่างครบวงจร ตลอดห่วงโซ่อาหารในระดับชุมชนให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเอง ทั้งด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ การลดต้นทุนการผลิตข้าว การเพิ่มคุณภาพข้าวเปลือก และต่อยอดการเพิ่มมูลค่าข้าว โดยเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองท้องถิ่น