
เดือนพ.ค.ยอดนำเข้าแอลพีจีกระฉูดรัฐชดเชยกว่า2.4พันล้าน-เหตุหยุดซ่อมโรงแยกก๊าซฯ
พลังงานคาดยอดนำเข้าแอลพีจีเดือนพฤษภาคมพุ่งถึง 1.7 แสนตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซฯ 1 และ 2 รัฐจ่ายชดเชยให้ ปตท. รวม 2,464 ล้านบาท
นายพีระพล สาครินทร์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ความต้องการนำเข้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ คาดปริมาณนำเข้าจะสูงถึง 1.7 แสนตัน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 1 และโรงแยกก๊าซฯ ที่ 2 ในเดือนนี้ โดยรัฐบาลต้องชดเชยให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กิโลกรัมละ 14 บาท เป็นเงิน 2,464 ล้านบาท หรือสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากที่เคยนำเข้า 1.54 แสนตัน
ทั้งนี้ จะใช้คลังแอลพีจีลอยน้ำเข้ามาเสริมจำนวน 4 หมื่นตัน ส่งผลให้ปริมาณนำเข้าแอลพีจีตลอดปี 2553 อยู่ที่ 1.6 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มียอดนำเข้าเพียง 7.53 แสนตัน คาดหลังจากนี้ปริมาณนำเข้าแอลพีจีเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.32-1.54 แสนตันต่อเดือน ขณะที่ความต้องการใช้แอลพีจีในภาคอุตสาหกรรมและปิโตรเคมียังคงปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่วนราคาแอลพีจีในตลาดโลกอยู่ที่ 720 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เทียบกับเดือนเมษายนที่ผ่านมา อยู่ที่ 721 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ส่วนเดือนมิถุนายน 2553 ประเมินว่าสถานการณ์แอลพีจีไม่น่าเป็นห่วง แม้เป็นช่วงที่โรงแยกก๊าซฯ ที่ 3 จะต้องปิดซ่อมบำรุง เนื่องจากโรงแยกก๊าซฯ ที่ 2 เริ่มดำเนินการแล้ว เบื้องต้นคาดว่าปริมาณนำเข้าแอลพีจีเดือนมิถุนายนนี้ จะอยู่ที่ระดับ 1.32 แสนตัน เป็นระดับปกติ ซึ่งคลังเก็บแอลพีจีที่เขาบ่อยา ของบริษัท ปตท. สามารถรองรับได้
สำหรับการใช้แอลพีจีเดือนเมษายนที่ผ่านมา อยู่ที่ 4.33 แสนตันต่อวัน เป็นการใช้ในภาคครัวเรือน 1.91 แสนตันต่อเดือน ภาคอุตสาหกรรม 57,800 ตันต่อเดือน ภาคขนส่ง 54,400 ตันต่อเดือน และภาคอุตสาหกรรมปิโตรเคมี 1.29 แสนตันต่อเดือน เนื่องจากราคาน้ำมันที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ประชาชนหันไปใช้แอลพีจีแทน
นายพีระพล กล่าวว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการยอดการใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ รวม 20.4 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 2% เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ส่วนการใช้ดีเซล เฉลี่ยอยู่ที่ 52.4 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงจากเดือนก่อน 4 % การใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) อยู่ที่ 4,600 ตันต่อวัน ลดลง 6% เนื่องจากเป็นช่วงหมดฤดูพืชผลทางการเกษตร และมีวันหยุดติดต่อกัน
นอกจากนี้ กรมธุรกิจพลังงานยังออกประกาศกำหนดมาตรฐานดีเซลบี 3 ให้มีปริมาณไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 3% จากเดิมที่มีสัดส่วนเพียง 2% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป แต่ยังคงให้มีการจำหน่ายน้ำมันไบโอดีเซลบี 5 เป็นทางเลือกต่อไป



