ข่าว

"การปฏิวัติทวิตเตอร์"

"การปฏิวัติทวิตเตอร์"

12 พ.ค. 2553

"การปฏิวัติทวิตเตอร์"แบบอิหร่าน ได้ไปปรากฏตัวบนถนนสายหนึ่งในกรุงปารีสเมื่อเร็วๆ นี้ ระหว่างที่มีการจัดงานแสดงภาพถ่ายวิดีโอและจากโทรศัพท์มือถือนับพันๆ ภาพที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลอิหร่านได้แอบถ่ายไว้ ก่อนจะนำมาจัดแสดงในรูปของงานศิลปะแบบใหม่ภายใต้หัวข้อว่า "แอ

 ระหว่างที่คลื่นประชาชนอิหร่านลุกฮือประท้วงรัฐบาลประธานาธิบดีมาห์มู้ด อาห์มาดิเนจาด ที่เชื่อว่าโกงการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อต่างประเทศต่างถูกสั่งห้ามถ่ายภาพเหล่านั้น

 แต่กลุ่มต่อต้านก็แก้เกมด้วยการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ต่างๆ ตลอดจนทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ยูทูบและฟลิคร์ เป็นเครื่องมือในการแพร่ภาพไปทั่วโลก แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามตัดสัญญาณมือถือและอินเทอร์เน็ตก็ตาม

 ภาพของ เนดา อะกา ซอลทาน หญิงวัยรุ่นขณะถูกยิงตายระหว่างการประท้วงได้ถูกนำขึ้นยูทูบ และทันทีทันใดนั้น การตายของเธอก็กลายเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังในการปลุกกระแสต่อต้านรัฐบาล เช่นเดียวกับภาพของวัยรุ่นจำนวนมากช่วยกันระดมปาก้อนหินใส่ตำรวจ ภาพของตำรวจปราบจลาจลที่ไล่ตีผู้ประท้วง ภาพของการเผายางรถยนต์และรถยนต์ ฯลฯ

 ภาพจากวิดีโอชุดหนึ่งที่ถ่ายจากถนนสายหนึ่งมีเสียงของใครคนหนึ่งอยู่ในวิดีโอชุดนี้ด้วย

 "ออกมาจากหน้าต่างบานนั้น ...ตำรวจกำลังบรรจุกระสุนอยู่" เสียงของผู้หญิงดังขึ้นเป็นภาษาฟาร์ซี แต่มีซับไตเติลเป็นภาษาฝรั่งเศส

 เจ้าภาพจัดนิทรรศการภาพถ่ายและวิดีโอจากสื่อสังคมออนไลน์ครั้งนี้ก็คือกลุ่มรูบัน เวิร์ท หรือ "ริบบิ้น เขียว" สัญลักษณ์ของขบวนการต่อต้านรัฐบาลอิหร่านที่มีฐานใหญ่อยู่ที่ปารีส ประกอบด้วยกลุ่มคนหลากหลายอาชีพไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผู้ผลิตภาพยนตร์และปัญญาชน

 นอกเหนือจากภาพถ่ายและวิดีโอแล้ว ยังมีการรวบรวมข้อความจากทวิตเตอร์ที่ส่งในช่วงที่เกิดจลาจล ตลอดจนการแสดงที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่งอำนาจกับความรุนแรงด้วย

 "ช่วงที่มีการปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 2522 ประชาชนจะขึ้นไปบนหลังคาบ้านพร้อมกับตะโกนคำสรรเสริญพระเจ้า เพื่อแสดงพลังสนับสนุนอยาตอลเลาะห์รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้คนใหม่" ผู้ร่วมจัดนิทรรศการผู้หนึ่งให้ความเห็น

 "แต่เมื่อปีที่แล้ว พวกเขาก็ขึ้นไปบนหลังคาบ้านเช่นกันและตะโกนด้วยถ้อยคำเดียวกัน เพียงแต่จุดประสงค์ในครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปเพราะมุ่งต่อต้านรัฐบาล"

 "ดูเหมือนว่าภาพจากโทรศัพท์มือถือกลายเป็นช่องทางการสื่อสารกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นประชาธิปไตยแต่ในนาม ขณะที่เสียงของประชาชนกลับไม่มีใครได้ยิน อย่างเช่นที่พม่าและอิหร่าน เป็นต้น" ผู้ร่วมจัดงานคนหนึ่งย้ำ