
ไม่ได้ข้อสรุปตัดน้ำ-ไฟม็อบราชประสงค์เล็งบางจุด
ศอฉ.ถอยตั้งหลักใหม่ ยังไม่ตัดน้ำ-ไฟ ม็อบ หวั่น ปชช. - ราชการ กระทบหนัก หลังคนโทรด่าอื้อ เตรียมประชุมอีก ลั่นพร้อมเมื่อไรตัดทันที สั่งคุมเข้มก่อวินาศกรรมยิงเอ็ม 79 การ์ดแดงเตรียมน้ำ-ไฟสำรองใช้ได้ทั้งคืน
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมร่วมกันระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด และตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน ภายหลัง ศอฉ.มีมาตรการตัดน้ำไฟ และสาธารณูปโภค คมนาคม บริเวณชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ในเรื่องการขนส่ง จราจร เริ่มมีการวางแผนดำเนินการ แต่ส่วนของการไฟฟ้า ประปา ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องพิจารณาว่า การตัดน้ำ ตัดไฟ จะส่งผลกระทบให้เกิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม หรือประชาชนที่ทำงานบริเวณนั้น ใครจะได้รับผลกระทบมากกว่ากัน เพราะมีโทรศัพท์จากประชาชนจำนวนมากโทรเข้ามา
“จากการพิจารณามีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เหตุผล 2 ประการคือ 1. เมื่อดำเนินการไปแล้ว ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง และสถานที่ราชการ สถานทูต ใครจะได้รับผลกระทบมากกว่ากัน ประการที่ 2. หากประเมินแล้วผู้ชุมนุมได้รับผลกระทบมากกว่า ต้องหามาตรการลงรายละเอียด เพื่อให้ผลกระทบเหล่านั้นส่งผลไปยังประชาชนส่วนอื่นให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องมีการหารือหารืออีกครั้งในวันนี้เวลา 19.30 น.ว่า จะตัดน้ำตัดไฟในพื้นที่ใดบ้าง เพราะในพื้นที่นั้นมีโรงพยาบาลหลายแห่งที่ได้รับผลกระทบ หากเราพร้อมเมื่อไร เราจะทำทันที ไม่จำเป็นว่า จะต้องดำเนินการตอนเที่ยงคืน อาจเป็นพรุ่งนี้เช้าก็ได้ หากเรามีความพร้อม อย่างไรก็ตามขณะนี้เราพยายามทำดีที่สุด เท่าที่จะสามารถลดการชุมนุมได้” โฆษกศอฉ.กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนของรถโดยสารประจำทาง หรือรถเมล์ จะมีการปรับแผนการเดินรถในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนรถแท๊กซี่อาจเข้าในพื้นที่บริเวณชุมนุมไม่ได้อีก ส่วนที่มีการปิดพื้นที่บริเวณชุมนุมนั้น หากใครจะเดินทางเข้าพื้นที่ให้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ส่วนที่เกรงว่า จะส่งผลกระทบให้เกิดการก่อวินาศกรรมนั้น เราต้องเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ซึ่งรมว.กลาโหมได้สั่งการไปแล้วให้เจ้าหน้าที่กระชับวงล้อมผู้ชุมนุมเข้ามา นอกจากนี้ยังมีการจำกัดไม่ให้มีเชื้อเพลิงเข้าไปพื้นที่ชุมนุม
ไม่ได้ข้อสรุปตัดน้ำ-ไฟม็อบราชประสงค์เล็งบางจุด
เมื่อเวลา 19.30 น. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ประกอบด้วย การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) การประปานครหลวง บริษัทบีทีเอส ผู้ประกอบการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ อาทิ เอไอเอส ฮัท ทรูมูฟ แคท ทีโอที กรมการขนส่งทางน้ำ และตัวแทนจากกระทรวงคมนามคม ได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อหารือถึงมาตรการในการดำเนินการภายหลังที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีมติให้มีการตัดน้ำ ไฟ สาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง และระบบสื่อสาร ในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยในที่ประชุม กฟน. ได้แสดงความคิดเห็นว่า จะไม่มีการตัดไฟพื้นที่แยกราชประสงค์ เนื่องจากการตัดไฟดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ชุมนุมมากนักเนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมมีการใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟที่มีอยู่ ส่วนการปิดสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส นั้น ต้องมีการไปร่วมประชุมกับประธานกรรมการบริหารบริษัท ระบบมวลชนขนส่งกรุงเทพอีกครั้งว่า จะใช้มาตรการปิดสถานีใดบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบประชาชนในพื้นที่
ส่วนการปะปานครหลวงนั้น ต้องไปตรวจสอบว่า กลุ่มผู้ชุมนุมใช้น้ำจากส่วนใด เพราะเดิมผู้ชุมนุมมีการต่อท่อจากระบบสายส่งสาธารณะ ซึ่งในที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ไปแบ่งการจัดสรรการดำเนินการ และให้ไปศึกษาถึงผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวม อย่างไรก็ตามจากคำสั่งของ ศอฉ.จะทำให้ทางหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆต้องดำเนินการตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ซึ่งอาจจะมีการตัดน้ำ ตัดไฟเฉพาะบริเวณพื้นที่ หรือเฉพาะบางอาคาร บางตึกเท่านั้น แต่ยังไม่สามารถระบุเวลาได้ว่า เป็นช่วงใด โดยแต่ละพื้นที่ที่ทำการตัดน้ำ ตัดไฟนั้น ทางหน่วยงานต่างๆต้องคำนึงให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวมน้อยที่สุด
การ์ดแดงเตรียมน้ำ-ไฟสำรองใช้ได้ทั้งคืน
นายอารี ไกรนรา หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย นปช. เปิดเผยว่า ขณะที่ด่านสกัดของ นปช.ทุกจุดมีความพร้อมเต็มที่ที่จะป้องกันการบุกเข้ามาสลายการชุมนุมโดยกำลังทหารของ ศอฉ. ส่วนการมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ ที่ศอฉ.จะนำมากดดันมวลชนนั้น นปช.ไม่ได้มีความกังวลแม้แต่น้อย เพราะได้เตรียมน้ำมันสำรองไว้เพียงพอสำหรับการปั่นไฟใช้ตลอดทั้งคืน สำหรับน้ำประปานั้น เราได้ต่อน้ำจากท่อน้ำดับเพลิงที่รับน้ำตรงจากท่อประปาขนาดใหญ่ จึงไม่ห่วงเลย



