
ชวนเรียกคณะทำงานคดียุบปชป.ถกหลังได้ขยายเวลา
ชวน เรียก คณะทำงานคดียุบพรรค ถก หลัง ศาล รธน. ยอมขยายเวลาให้ อีก 15 วัน ด้าน นิพิฏฐ์ ย้ำสู้ 6 ประเด็นหลัก มั่นใจ สำนวนสมบูรณ์จวก เหลิม ไร้สาระ พูดอะไรระวังปาก ขู่หากพาดพิง ปชป. ฟ้องแน่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.วันที 12 พ.ค. คณะทำงานต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค จากการที่ใช้เงินจำนวน 29 ล้านบาท จากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองในสังกัด กกต.ผิดวัตถุประสงค์ โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประธานการที่ประชุม และมีนายบัณทิต ศิริพันธุ์ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้เข้าร่วมหารือที่ห้องทำงานนายชวน ชั้น 2 อาคารรัฐสภา ทั้งนี้เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางในการเขียนสำนวน ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา หลังจากที่ทางศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งให้ทางพรรคประชาธิปัตย์ทราบว่า ได้อนุญาตให้คณะทำงานฯสามารถขยายเวลาในการส่งสำนวนแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วันนับจากวันที่ 12 พ.ค. โดยมีกำหนดถึงวันที่ 27 พ.ค.นี้
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ในฐานะคณะทำงานสู้คดียุบพรรค เปิดเผยว่า ชัดเจนแล้วว่าทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขยายเวลาให้พรรคออกไปอีก 15วัน ทำให้มีเวลาที่จะตรวจสอบความเรียบร้อย และบันทึกปากคำของพยานแต่ละรายให้ละเอียดรอบคอบยิ่งขึ้น ทั้งนี้ที่ประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะต่อสู้ในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวมแค่ 6 ประเด็น คือ ข้อกฎหมาย 3 ประเด็นและข้อเท็จจริง 3 ประเด็น แต่คณะทำงานฯมั่นใจว่าการที่ศาลรธน. เมตตาขยายเวลาให้อีก 15 วัน จะทำให้ทำสำนวนได้ละเอียดและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
คณะทำงานสู้คดียุบพรรค กล่าวว่า คณะทำงานยืนยันว่ายังมีแนวทางที่จะสู้คดี เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของพรรค ทั้งนี้ในที่ประชุมได้เน้นย้ำให้คณะทำงานแต่ละคนที่รับผิดชอบ ในการเขียนสำนวนและบันทึกปากคำของพยาน และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีในชั้นต่างๆ ที่เคยถูกทาง กกต.สอบปากคำ ทั้งในฐานะพยานและคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ยืนยันคำให้การโดยละเอียด เพราะครั้งนี้เป็นการต่อสู้ในข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง โดยจะนำสำนวนในส่วนของนายบัณฑิตและสำนวนของคณะทำงานมาประกบตรวจสอบเพื่อให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ใช้เงินจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองแค่ 3 ล้านบาท จากที่ขอไป 29 ล้านบาทนั้น ตนอยากถามกลับว่า ร.ต.อ.เฉลิมรู้ได้อย่างไร หรือไปแทรกแซงใคร บุคคลใดหรือไม่ จึงอยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมระวังคำพูดให้ดี เพราะส่วนตัวไม่อยากสนใจหรือจะฟ้องร้องให้เปลืองน้ำลาย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นคนพูดไม่มีสาระ และอยากรู้ว่าการพูดพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ในลักษณะนี้ ร.ต.อ.เฉลิมไปสมคบกับใคร เพื่อสร้างหลักฐานเท็จหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมพูดแล้วทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย เราอาจจะฟ้องร้องได้เช่นกัน ครั้งนี้ถือเป็นการเตือนไว้ก่อน



