ข่าว

เสธ.แดงลั่นปลุกม็อบยึดราชประสงค์แทนนปช.

เสธ.แดงลั่นปลุกม็อบยึดราชประสงค์แทนนปช.

12 พ.ค. 2553

นปช.ถกเครียดส่อมอบตัวย้ำได้ประกันตัวยุติม็อบ “เหวง” รู้ล่วงหน้ากองปราบจะออกหมายเรียก “สุเทพ” คืนนี้ ยันม็อบไม่เลิกจนกว่า"สุเทพ" จะมอบตัว อ้างร.ร.-วัด-สถานทูต ได้รับผลกระทบหากตัดน้ำ-ไฟ "สุขุมพันธุ์"พบคณะทูตานุทูตกลุ่มอียู เผยคณะทูตขอความเห็นใจ จนท.ทูต พบฝ

 เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 พ.ค. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีการนัดประชุมแกนนำ นปช. แต่เงื่อนไขของเรายังคงไม่เปลี่ยนแปลงคือ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ต้องเข้ามอบตัวตามหมายเรียกของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพื่อเริ่มต้นกระบวนการยุติธรรมอย่างสง่างามเท่านั้น นปช.จึงจะยุติการชุมนุม

 "ผมได้รับการแจ้งว่าทางกองปราบปรามจะออกหมายเรียกนายสุเทพภายในคืนนี้หลังจากที่ญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 3 ราย ไปแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งเมื่อมีหมายเรียกออกมาเพียงแต่นายสุเทพประกาศต่อสาธารณชนว่าจะไปมอบตัวเราก็พร้อมยุติการชุมนุมทันที แต่เราไม่มั่นใจว่านายสุเทพจะไปหรือไม่อาจจะไม่ไปก็ได้" นพ.เหวง กล่าวและว่า

 การที่รัฐบาลจะตัดน้ำตัดไฟ เพื่อกดดันผู้ชุมนุมนั้น หากทำจริงบริเวณแยกราชประสงค์จะมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สถานทูต วัด โรงเรียน  ดังนั้นรัฐบาลต้องคิดให้ดีว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนมหาศาลเพียงเพื่อปกป้องคนๆเดียวไม่ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองนั้น ถามว่าคุ้มค่าหรือไม่

นปช.ถกเครียดส่อมอบตัวย้ำเงื่อนไขประกันตัวยุติม็อบ
 
 เมื่อเวลา 18.00 น.แกนนำ นปช.ได้ประชุมหารือถึงข้อกฎหมายและสถานการณ์การเมือง เพื่อหาทางออกกรณีที่รัฐบาล โดย ศอฉ. เริ่มกดดันเตรียมจะปิดล้อมสลายการชุมนุมหาก นปช.ไม่ยอมยุติการชุมนุมตามแผนปรองดอง โดยการประชุมใช้เวลานานกว่า 2 ชม.ยังไม่ได้ข้อยุติ ต้องมีการพักการประชุมชั่วคราว เพื่อให้แกนนำรับประทานอาหาร 15นาที ก่อนจะประชุมกันต่อ

 ต่อมาเวลา 20.30น.  นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. เปิดเผยระหว่างการพักการประชุมแกนนำ นปช. ว่า ที่ประชุมยังมีความเห็นแตกต่างไป 2 ทางในประเด็นที่นายสุเทพเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาจากดีเอสไอว่า กรณีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้วหรือยัง  โดยแกนนำบางส่วนเห็นว่านายสุเทพเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และอีกบางส่วนเห็นว่ายังไม่เข้ากระบวนการ   ที่ประชุมจึงต้องเชิญทีมกฎหมายที่มีความรู้กฎหมาย ปปช. มาอธิบายให้ที่ประชุมได้เข้าใจ

 นายก่อแก้ว กล่าวว่า หากนักกฎหมายระบุว่า กรณีของนายสุเทพ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว แกนนำทั้งหมดก็จะเดินทางไปมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดทั้งคดีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินในและคดีก่อการร้ายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ ทันที  ซึ่งทาง นปช.ได้มีการเจรจากับรัฐบาลเป็นการภายในเรียบร้อยแล้วว่า แกนนำ นปช.ทุกคนจะต้องได้รับการประกันตัวในทุกคดีทุกคน หากเป็นเช่นนี้พวกตนกลับมาที่สี่แยกราชประสงค์อย่างปลอดภัย ก็จะมีการยุติการชุมนุมในวันรุ่งขึ้น แต่ถ้าแกนนำคนใดคนหนึ่งไม่ได้รับการปล่อยตัว รับรองว่า ม็อบไม่จบจะมีการระดมคนเข้ามาเพิ่มเตินอีกแน่

 นายก่อแก้ว กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นปช.ชุมนุมยืดเยื้อทำให้รัฐบาลต้องยกเลิกแผนการปรองดองนั้น เป็นเรื่องที่นายกอร์ปศักดิ์พูดเอง เพราะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรียังให้เวลา นปช.ถึงวันที่ 15 พ.ค. เชื่อว่า ขณะนี้เรื่องใกล้ยุติแล้ว ติดอยู่ที่เงื่อนไขอีกนิดเดียว  ไม่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

 นายก่อแก้ว กล่าวอีกว่า  ส่วนกรณีที่มีแกนนำบางส่วนไม่ยอมจบนั้น พวกตนได้เสนอในที่ประชุมว่า ในฐานะที่เป็นผู้ชักชวนประชาชนมาชุมนุม ก็ต้องพาประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัย หากใครต้องการจะตั้งเรือลำใหม่ ก็เป็นเรื่องของเขา แต่ต้องหลังจากที่พวกตนพาประชาชนกลับไปเรียบร้อยก่อน ส่วนที่มีกระแสข่าวระบุนายวีระ มุสิกพงษ์  ประธาน นปช.จะถอนตัวจากกลุ่ม นปช.นั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง นายวีระ ยังติดทำธุระอยู่ แต่จะกลับเข้ามาร้องเพลงให้ผู้ชุมนุมฟังในคืนนี้     

"จตุพร”ปลุกม็อบต้องกลับอย่าง“ราชสีห์”

                เวลา 20.50 น. นายจตุพร พรหมพันธ์ แกนนำนปช. กล่าวปราศรัยว่า การประชุมแกนนำวันนี้ได้ระดมนักกฎหมาย อดีตผู้พิพากษา อดีตนายตำรวจ ทนายความ หารือกันว่าจะใช้ช่องทางดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ  เพราะการที่นายสุเทพเข้าพบดีเอสไอ นั้นถือว่ายังไม่ได้การเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ทางรัฐบาลบอกว่าเข้าแล้ว ถามว่าถ้าพวกตนแกนนำทั้ง 24 คนทำเหมือนนายสุเทพ จะได้หรือไม่ ดังนั้นการปรองดองจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าความยุติธรรมยังไม่เกิดขึ้น จะให้ปรองดองแล้วนายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพไม่ต้องถูกดำเนินญาติวีรชนจะยอมได้อย่างไร
 
                “วันนี้เราเดินทางมาใกล้ถึงปลายทางเต็มที เมื่อเรามาอย่างราชสีห์ก็ต้องกลับอย่างราชสีห์ ไม่ต้องการกลับเหมือนสงกรานต์เลือดปีที่แล้ว เรามาเรียกร้องยุบสภาแต่รัฐบาลสังหารประชาชน เขาควรถูกดำเนินคดี และเราถูกบังคับให้พ่ายแพ้ เป็นชะตากรรมที่ไม่ยุติธรรม ความตายของเราไม่ได้แลกเปลี่ยนกับวันเลือกตั้ง เราจะออกไปด้วยความสง่างาม คือคนที่เข่นฆ่าคนเสื้อแดงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”นายจตุพร กล่าว

พท.แนะม็อบยุติยอมรับแกนนำห่วงเรื่องคดี
 
        ตัวแทนพรรคเพื่อไทยนำโดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะประธานภาค เดินทางมายังเวทีราชประสงค์ หารือกับแกนนำเสื้อแดง โดยใช้ในเวลาไม่นานนัก จากนั้นนายวิชาญ เปิดเผยว่า ตนเองพร้อม ส.ส.เพื่อไทย 4-5 คน เดินทางมาพูดคุยกับแกนนำเสื้อแดง โดยแสดงความเห็นหลากหลายแง่มุม รวมถึงข้อเสนอให้พักการชุมนุม ซึ่งคนเสื้อแดงรับฟัง แต่คนเสื้อแดงยังห่วงใยเรื่องคนที่ตายไป รวมทั้งการเอาผิดกับฝ่ายที่สลายการชุมนุม โดยคนเสื้อแดงอยากให้รัฐบาลเปิดใจกว้างมอบตัวเข้าสู้คดีพร้อมกับคนเสื้อแดงอย่างเป็นธรรมที่กองปราบ ส่วนตัวคิดว่า คนเสื้อแดงก็อยากพักการชุมนุมแต่ต้องอยู่บนเงื่อนไขความปรองดอง เท่าที่พูดคุยยอมรับว่า แกนนำมีความกังวลเรื่องคดีความที่อาจไม่เท่าเทียมกัน

เสธ.แดงลั่นปลุกม็อบยึดราชประสงค์เสียบแทนนปช.


 เมื่อเวลา 21.00น.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแกนนำ นปช. ที่ตอบรับเงื่อนไขการประกันตัวและแนวทางการปรองดองที่นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำ นปช. ไปตกลงกับรัฐบาล

 พล.ต.ขัตติยะ กล่าวว่า เชื่อว่า นปช.จะไม่ยอมยุติการชุมนุมตามที่แกนนำบางคนพยายามชี้นำ แต่หากมีการยุติการชุมนุมเกิดขึ้น ตนได้คุยกับกับแกนนำ นปช.ต่างจังหวัดหลายจังหวัด รวมถึงนายทุน นักธุรกิจคนเสื้อแดง และมีการลงนามข้อตกลงว่า  ทันทีที่แกนนำ นปช.ส่วนกลางประกาศยุติการชุมนุม ตนและคนเสื้อแดงจะมายึดเวทีราชประสงค์ พร้อมกับขับไล่แกนนำ นปช.ที่หักหลังคนเสื้อแดงออกจากขบวนการคนเสื้อแดงทันที ขอให้พี่น้องคนเสื้อแดงเชื่อมั่นในคำพูดของตน เพราะเป็นสายตรงของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร   

"สุขุมพันธุ์"เผยคณะฑูตห่วงตัดน้ำ-ไฟกระทบชาวบ้าน

 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังร่วมรับประทานอาหารกับคณะทูตานุทูตในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป(อียู) กว่า 10 ประเทศ ว่าได้พูดคุยกันในหลายเรื่องโดยเฉพาะประเด็นการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งรัฐบาลจะใช้มาตรการตัดน้ำ-ไฟ เพื่อกดดันให้มีการยุติการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์และโดยรอบ โดยคณะทูตานุทูตได้แสดงความห่วงใยในมาตรการดังกล่าว เพราะว่าพื้นที่โดยรอบชุมนุมนั้นเป็นที่ตั้งของสถานทูตสำคัญหลายแห่ง เช่น สถานทูตอังกฤษ สถานทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้อาจจะกระทบการทำงานของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้บริเวณพื้นที่โดยรอบยังเป็นแหล่งที่พักอาศัยของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และเจ้าหน้าที่สถานทูตด้วย

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ทางคณะทูตานุทูตได้ขอความเห็นใจจากกระทรวงการต่างประเทศ กรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเข้าพบนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ และนายนพดล ปัทมะ ทนายความส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยคณะทูตานุทูตยืนยันว่าการที่เจ้าหน้าที่สถานทูตไปพบปะบุคคลที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลนั้น ไม่ได้เป็นการแทรกแซงใดๆ ในเรื่องภายในประเทศ เพราะปกติสถานทูตแต่ละที่ก็จะมีการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลต่างๆ ซึ่งตนขอเรียกร้องให้นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อย่านำประเด็นดังกล่าวมาเป็นปัญหา เพราะสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน คณะทูตจากหลายประเทศก็เคยเข้าพบกับนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ และตนเหมือนกันซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ อย่าได้นำมาสร้างประเด็นปัญหาในช่วงที่สถานการณ์การเมืองมีความอ่อนไหว

 “ขณะนี้ทราบว่าทางสถานทูตต่างๆ ได้เตรียมการแจ้งไปยังชาวต่างชาติสัญชาติต่างๆ เพื่อให้มารายงานตัวกับสถานทูตแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีหากเกิดเหตุความวุ่นวาย ทางสถานทูตจะได้ติดต่อประสานงาน หรือแจ้งข่าวได้”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

 ทั้งนี้ ผู้ว่าฯกทม.ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นถึงมาตรการตัดน้ำ-ไฟ และระบบคมนาคมกลุ่มคนเสื้อแดงของรัฐบาล โดยกล่าวเพียงว่าขณะนี้ต้องรอดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการในพื้นที่เป้าหมายขนาดใด หากเฉพาะพื้นที่การชุมนุมเท่านั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้ากระทบในวงกว้างทั้งประชาชนทั้งไทยและต่างประเทศอาศัยในคอนโดที่มีจำนวนมากในย่านนั้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของสถานทูตต่างๆ รวมถึงวังสระปทุมที่อยู่ในละแวกนั้นด้วย ขณะเดียวกันหากมีการสลายการชุมนุม กทม.พร้อมที่จะเข้าไปปฏิบัติภารกิจทำความสะอาดในพื้นที่ หลังจากที่ได้รับไฟเขียวจากหน่วยความมั่นคงที่เข้าไปตรวจความปลอดภัยในพื้นที่ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถทำความสะอาด เก็บกวาดอุปกรณ์บังเกอร์ได้แล้วเสร็จภายใน 3-5 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามตนทราบว่าในบังเกอร์ของคนเสื้อแดงนอกจากมียางรถยนต์ ไม้ไผ่ปลายแหลมแล้ว ยังมีการซุกซ่อนระเบิดไว้ด้วย

 ด้านนายอาณัติ อาภาภิรม ที่ปรึกษากรรมการบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอส กล่าวว่า ขณะนี้กำลังหารือกับฝ่ายรัฐบาลว่าจะพิจารณาปิดการเดินรถก่อนเวลาเที่ยงคืนวันนี้หรือไม่ ในเบื้องต้นถ้ารัฐบาลมีมาตรการตัดน้ำตัดไฟและโทรศัพท์ในเวลาเที่ยงคืนนี้ และมีเหตุไม่ปกติ บีทีเอสก็จะพิจารณาปิดการเดินรถก่อนเวลาเที่ยงคืน เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการเดินรถและผู้โดยสารในชานชาลาด้วย ขณะเดียวกันหากในวันพรุ่งนี้ยังมีการตัดไฟอยู่ รถไฟฟ้าบีทีเอสอาจจะพิจารณางดวิ่งให้บริการด้วย

 ส่วนนายเชาวลิต เมธยะประภาส เจ้าของ บริษัทครอบครัวขันส่ง จำกัด ซึ่งเดินเรือเจ้าเดียวในคลองแสนแสบ กล่าวว่า ไม่มีการปิดท่าเรือใดแม้แต่ท่าเรือเดียว เพราะโดยปกติมีทหารเฝ้าระวังความปลอดภัยตามท่าเรืออยู่แล้ว เช่น ท่าเรือนานาชาติ ท่าเรือบ้านครัวใต้ ท่าเรือสุขุมวิท เป็นต้น ทั้งนี้การให้บริการเรือเที่ยวสุดท้ายของบริษัทนั้น จะออกจากประตูน้ำเวลา 20.30 น.จึงไม่น่าจะกระทบกับการเดินทางของผู้โดยสาร อย่างไรก็ตามหากวันที่ 13 พฤษภาคมเหตุการณ์ไม่ปกติ จะพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเปิดบริการหรือไม่

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ ศอฉ.จะประกาศมาตรการตัดน้ำ- ไฟ ในเวลาเที่ยงคืน แต่ปรากฎว่าอาคารสำนักงานในละแวกชิดลม เช่น อาคารชิดลมทาวเวอร์ ถูกตัดน้ำ-ไฟ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ทำให้บริษัทที่ทำการเช่าพื้นที่ต้องประกาศให้พนักงานกลับบ้านทันที เนื่องจากไม่สามารถทำงานได้

ผอ.รพ.ตำรวจสั่งสำรองเครื่องปั่นไฟรองรับศอฉ.ตัด

  นพ. จงเจนต์  อ่าวเจนพงษ์    ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ได้เตรียมเครื่องฟั่นไฟสำรอง หาก ศอฉ จะตัดไฟในคืนนี้  เตรียมน้ำมันดีเซล 1,000 ลิตร และเจ้าหน้าที่สำรองน้ำเอาไว้ในภาชนะบรรจุ   และประสานงานกองประปาแม้นศรี ให้นำเอาแท้งก์น้ำมาสำรองกับ โรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วย อาจจะย้าย40-50 คน ออกไปยังตึก ที่มีความพร้อมในเรี่องน้ำและไฟ

 "ความพร้อมในการสำรองไฟฟ้า  และน้ำประปาสามารถรองรับผู้ป่วย 200  เตียง และผู้ป่วยอาการหนักไม่กี่ราย  รพ. จึงไม่กระทบเพราะเตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว แต่หากมีการตัดน้ำไฟนานกว่า 1 วัน อาจต้องสำรองอีก ซึ่งจะประเมินวันต่อวัน"