ข่าว

มาร์คยันไม่เร่งสลายแดงเหตุมีแต่เสีย

มาร์คยันไม่เร่งสลายแดงเหตุมีแต่เสีย

12 พ.ค. 2553

ชุมชนไทยในสหราชอาณาจักรเดินทางให้กำลังใจ "อภิสิทธิ์" ที่รัฐสภา แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองและเห็นใจรัฐบาลอย่างยิ่ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีเผยหากเร่งสลายม็อบแดงมีแต่ความสูญเสียซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น อดีต คตส.ไม่เชื่อ รบ.จัดการม็อบได้ เหตุอ่อนแ

 เมื่อเวลา 13.00 น.12 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับนายกิตติ วะสีนนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน พร้อมด้วยตัวแทนชุมชนชาวไทยในสหราชอาณาจักรฯ จำนวน 14 คน ที่เดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับผู้แทนชุมชนไทยในสหราชอาณาจักรฯ ที่เดินทางมาประเทศไทยตามโครงการที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเทศไทยและอัตลักษณ์ของชาติ

 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมต่อผู้จัดโครงการนี้และเห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์สำหรับคนไทยที่เติบโตในต่างประเทศให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยและได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทยและขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวไทย ซึ่งคณะผู้แทนชุมชนต่างมีความประทับใจต่อการเดินทางมาครั้งนี้อย่างมากและจะนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ประทับใจที่ได้รับในการเดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้กลับไปเผยแพร่ให้แก่ชุมชนไทยในสหราชอาณาจักร และสาธารณชนอังกฤษ ผ่านช่องทางต่างๆให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย เผยแพร่ เขียนบทความลงสื่อท้องถิ่น เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทย โดยการเดินทางมาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสพบปะหารือกับบุคคลสำคัญในวงการต่างๆ และเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย

 ระหว่างเข้าเยี่ยมคารวะในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ได้เปิดโอกาสให้กลุ่มผู้แทนชาวไทยในสหราชอาณาจักร ซักถามเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ซึ่งหลายคนกล่าวว่า คนไทยในสหราชอาณาจักรได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเห็นใจรัฐบาลอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นว่าอยากให้รัฐบาลยึดคืนพื้นที่และสลายการชุมนุมโดยเร็ว

 ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีทราบถึงความวิตกกังวลดังกล่าว แต่เห็นว่าการสลายการชุมนุมที่ใช้ระยะเวลารวดเร็วจะมีแต่ทำให้เกิดความสูญเสียซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดขึ้น การดำเนินการของรัฐบาลนั้นอยู่ภายใต้หลักการที่ว่าผู้ชุมนุมเป็นคนไทยด้วยกันที่มีความเห็นไม่ตรงกันในทางการเมืองเท่านั้น จึงเป็นที่มาของแผนการปรองดองแห่งชาติ 5 ข้อของรัฐบาล

 ในตอนท้าย ชุมชนชาวไทยแห่งราชอาณาจักรได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี และแสดงความพร้อมที่จะเป็นปากเสียงให้แก่คนไทยและรัฐบาลไทยต่อไป ณ สหราชอาณาจักร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นเวลา 15.00 น. นายอภิสิทธิ์ ได้เดินทางออกจากรัฐสภา มายังศอฉ. ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) เพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง

อดีตคตส.ไม่เชื่อรบ.จัดการม็อบได้ เหตุอ่อนแอ

 นายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญากรุงเทพใต้ กล่าวถึงกรณีที่ ศอฉ. ประกาศกดดันการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณราชประสงค์ โดยจะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณมือถือตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่12 พ.ค.นี้ว่า ตนไม่เชื่อว่าจะจัดการปัญหาได้ เพราะการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลอ่อนแอมาก เปรียบเหมือนรัฐบาลกำลังรักษาโรค ที่ให้เพียงยาแก้ปวด แต่ไม่ยอมรักษาให้ตรงจุดของโรคทั้งๆที่รู้อยู่ว่าเป็นโรคอะไร อีกทั้งรัฐบาลปล่อยปละละเลยปัญหามาตั้งแต่เข้ามาบริหาร ซึ่งเกิดเหตุการณ์ต่างๆแต่ก็ไม่มีการดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์ มัวแต่ทุ่มเทกับโครงการต่างๆที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ตัวเอง แต่ละเลยแก้ปัญหาที่เรื้อรังของบ้านเมือง

 นายอุดม กล่าวอีกว่า ตนในฐานะอยู่ฝ่ายกฎหมายได้มองการบริหารประเทศของรัฐบาลขณะนี้ตลอดสองปี ให้คะแนน 1.5 คะแนน เต็ม 10 คะแนน เพราะมีเพียงด้านเศรษฐกิจเท่านั้นที่มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น แต่ด้านสังคม ความมั่นคงในประเทศ กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง มีแต่แย่ลง ปัญหาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่เข้าใจว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่ ตอนนี้กองเชียร์เค้าเชียร์จนเสียงแห้งแล้ว ตนเห็นว่ารัฐบาลมีคนทำงานจริงแค่ 2 คน เท่านั้นคือนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นไม่เห็นทำงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่พูดจาแต่ไม่มีผลงานอะไรที่ชัดเจน ไม่มีใครเป็นตัวหลักในการแก้ปัญหา ซึ่งเห็นว่าขีดความสามารถของรัฐบาลนี้สอบตก ต้องสอบซ่อมใหม่

 นายอุดม กล่าวอีกว่า อยากเตือนรัฐบาลให้ใส่ใจเรื่องข้อมูลข่าวกรองให้มากกว่านี้ เพราะไม่ทราบว่ารัฐบาลรู้ข้อมูลของกลุ่มผู้ชุมนุมเท็จจริงแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในเครือข่ายเสื้อแดงระดับสูง ทราบว่ามีการแบ่งกำลัง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1.เป็นกลุ่มปลุกระดมมวลชน กลุ่มที่ 2 มีหน้าที่คอยก่อกวนทำให้เกิดเหตุความวุ่นวาย และกลุ่มที่ 3 มีหน้าที่คอยใช้กำลังทันทีที่ได้รับสัญญาณ แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง ตนจึงได้แต่ปลงว่าคงเป็นคราวเคราะห์ของบ้านเมืองที่ไม่มีคนที่เห็นแก่บ้านเมืองจริงๆเข้ามาบริหารประเทศ ตนเคยหวังว่ารัฐบาลชุดนี้จะพาหนีเสือได้ แต่กลับพาเราหนีเสือโดยวิ่งเข้าป่าแล้วอย่างนี้จะรอดจากเสือหรือไม่