
รองผบช.น.-อธิบดีDSIแจงสุเทพมอบตัวตามคดีพิเศษ
"มือกฎหมายนครบาล" จับมือ "อธิบดีดีเอสไอ" แถลงข่าวแจงข้อกฎหมายตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ "คดีเทพเทือก"เข้าข่ายเป็นคดีพิเศษ การเข้ามอบตัวเป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว ยืนยันเมื่อเป็นคดีพิเศษแล้วจะกลับเป็นคดีธรรมดาไม่ได้ ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน รวบรวมส่งให้ "ป.
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 พ.ค. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านกฎหมาย พร้อมด้วยนายธาริต เพ็งดิษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะทำงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและคดีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ร่วมกันแถลงข่าวกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะเข้ารับทราบคำร้องทุกข์กล่าวหาหลังสั่งสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาและการดำเนินสอบสวนคดีกับแกนนำผู้ชุมนุมนปช.ว่า การทำร้ายร่างกายประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เข้าข่ายความผิดตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2553 ในมูลฐานความผิด 4 ลักษณะเป็นคดีพิเศษ คือกรณีการก่อการร้าย ,กรณีการขู่บังคับให้รัฐบาลดำเนินการใด ๆ กรณีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกรณีกระทำต่ออาวุธยุทธภัณท์ของทางราชการ และเมื่อเป็นคดีพิเศษแล้ว จะกลับเป็นคดีธรรมดาไม่ได้ ต้องดำเนินการสอบสวนไปตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 มาตรา 21 และการสอบสวนต้องกระทำโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษหรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจาก 13 หน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นเท่านั้น
"หนังสือกล่าวโทษของญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมวันที่ 10 เม.ย.53 และเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องซึ่งกล่าวหานายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ กรณีสั่งการให้ใช้อาวุธจริงประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายประชาชน จึงเข้าข่ายลักษณะที่ 3 ของมติคณะกรรมการคดีพิเศษครั้งที่ 3/2553 ลงวันที่ 16 ม.ย.2553 คือ กรณีทำร้ายร่างกายประชาชนจึงถือเป็นคดีพิเศษ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 250 มาตรา275 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 66 กรณีกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯหรือข้าราชการการเมืองอื่นกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่นๆจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการไต่สวน " พล.ต.ต.อำนวยกล่าวและว่า ดังนั้น คดีนี้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นเท่านั้น แล้วส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป ส่วนการรับทราบข้อกล่าวหาของนายสุเทพนั้นเป็นการรับทราบข้อกล่าวหาตามหนังสือกล่าวโทษของผู้กล่าวหาทั้ง 14 คนโดยตรง กล่าวคือ กรณีกล่าวหาว่าสั่งการให้ใช้อาวุธจริงประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายประชาชน
ด้าน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า การที่นายสุเทพเข้ามอบตัวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แม้จะไปมอบตัวกับใคร ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอ หรือท้องที่ใด สุดท้ายเรื่องก็จะถูกส่งไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ดี ส่วนกรณีที่แกนนำ นปช. เรียกร้องให้ไปมอบตัวกับกองปราบปรามนั้นเห็นว่า เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล จึงอยากเรียกร้องให้แกนนำดำเนินการสลายการชุมนุมตามที่ได้ประกาศต่อประชาสังคม
ส่วนความกังวล หากแกนนำ นปช.จะเข้ามอบตัวแล้วไม่ได้รับการประกันตัวนั้น พล.ต.ต.อำนวย กล่าวเสริมว่า อำนาจอยู่ที่ศาล หากยังไม่มอบตัวก็ไม่ควรที่จะพูดไปถึงเรื่องการให้ประกันตัว ให้ประกันตัวหรือไม่ศาลจะเป็นผู้พิจารณา หมายจับ พ.ร.ก.ไม่ใช่หมายจับคดีอาญา เมื่อมีการยกเลิกก็จบ ส่วนแกนนำคนใด มีคดีอาญาในฐานความผิดใด ก็ว่ากันไปตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจะใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2546 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งเป็นคดีการเมือง ต้องมีการสอบสวนในเบื้องต้น เพื่อส่งเรื่องให้กับ ป.ป.ช. เช่นเดียวกับเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่ได้ส่งเรื่องเอาผิดกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และ พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ชี้มูลความผิดต่อไป



