
ฝนถล่มทัวร์ลื่นลงข้างทางดับ4เจ็บเพียบ
พายุฝนถล่มถนนลื่น รถทัวร์เสียหลักลงข้างทาง ดับ 4 ศพ บาดเจ็บรวม 30 ราย ขณะอุบัติเหตุอีกราย รถกู้ชีพพุ่งเสย 18 ล้อ เจ้าหน้าที่แพทย์-พยาบาลเจ็บอีก 4 พายุลูกเห็บถล่มเชียงราย หมอกควันเบาบางลง
(18มี.ค.) พ.ต.ท.สวงค์ พรรณไวย์ สว.เวรสภ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งอุบัติเหตุ รถบัสพลิกคว่ำลงข้างทาง เป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตหลายราย เหตุเกิดบริเวณถนนสายเอเซีย มุ่งหน้านครสวรรค์ ก.ม.ที่ 42+700 ต.หันสังข์ อ.บางปะหัน หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งพุทไธศวรรย์ เดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ที่เกิดเหตุบริเวณริมถนน พบรถทัวร์สองชั้นปรับอากาศ สีส้ม ทะเบียน14-1189 กทม. หมายเลขข้างรถ ม.4 ค/ 956-1683 รถร่วมบขส.สายกรุงเทพ-แม่สอด พลิกคว่ำตะแคงซ้ายอยู่ในสภาพกระจกแตก ตัวถังบิดเบี้ยว พบผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งเสียงร้องครวญครางขอความช่วยเหลือ ข้าวของกระจัดกระจาย โดยมีผู้บาดเจ็บจำนวน 13 คน นอกนั้นบาดเจ็บเล็กน้อยรวมแล้วกว่า 30 คน นอกจากนี้ที่ชั้นล่างของรถยังพบศพผู้โดยสารติดอยู่จำนวน 4 ราย เป็นชาย 1 คนหญิง 3 คน อยู่ระหว่างอายุ 20-40 ปี ไม่พบหลักฐานอะไร ส่วนใหญ่ขาและแขนขาด ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า เป็นชาวพม่า และชาว อ.แม่สอด จ.ตาก
จากการสอบสวนนายรังสรรค์ สีทอง อายุ 42 ปี บ้านอยู่ 710 ม.5 ต.หัวบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ คนขับรถทัวร์คันเกิดเหตุ ทราบว่า ได้ขับรถออกจากหมอชิต กรุงเทพ เวลา 09.00 น. โดยตลอดเส้นทางมีฝนตกอย่างหนัก จึงขับรถไม่เร็ว จนกระทั่งมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นช่วงโค้งเล็กๆ มีฝนตกมากทำให้ถนนลื่น ตนไม่สามารถควบคุมพวงมาลัยรถได้ ทำให้รถส่ายไปมา และพุ่งชนเข้ากับเกาะกลางถนน ตนพยายามประคองรถจนเสียหลักลงไปข้างทาง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บดังกล่าว
จากการสอบสวนนายแวร์ อายุ 30 ปี ชาวพม่า ให้การว่า ได้นั่งอยู่ชั้นบนตอนกลางกับภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบ โดยจะไปบ้านที่แม่สอด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถมีอาการส่ายไปมา แล้วพุ่งลงข้างทาง ตนและภรรยากอดลูกสาวเอาไว้แน่น และโชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
ส่วนน.ส.รัตนา แก้วงาม อายุ 29 ปี บ้านอยู่ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด บอกว่า ได้มาซื้อของที่กรุงเทพฯ เพื่อไปขายที่บ้าน ขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ชั้นบนก็รู้สึกคล้ายรถเหวี่ยงไปมา จึงสะดุ้งตื่น จากนั้นไม่ถึง 1 นาที รถก็พลิกคว่ำ ตนได้ยินเสียงคนร้องเอะอะโวยวาย เมื่อคลานออกมาก็พบว่า มีคนเสียชีวิตอยู่ข้างล่าง
เวลาใกล้เคียงกัน ขณะที่รถกู้ชีพ รพ.พระนครศรีอยุธยา หมายเลขทะเบียน กฉ 438 พระนครศรีอยุธยา กำลังจะไปรับผู้บาดเจ็บ ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 1 ก.ม. ได้มีรถยนต์ตู้ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนวิ่งตัดหน้า ทำให้รถตู้ของโรงพยาบาล ต้องหักหลบ แล้วเข้าไปชนท้ายรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 82-7420 นครสวรรค์ และลูกพ่วงทะเบียน 82-7421 นครสวรรค์ เป็นเหตุให้นายเสน่ห์ รุ่งเรือง อายุ 40 ปี พนักงานขับรถถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ที่พวงมาลัย จนท.ช่วยกันงัดร่างออกมา โดยมีอาการสาหัส
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ประจำรถบาดเจ็บอีก 4 รายได้แก่ น.ส.จิตรี แสงพราย อายุ 30 ปี จนท.เวชกิจ น.ส.สุธาทิพย์ นิลวิเชียร อายุ 33 ปี พยาบาล นายยรรยง ลิ้มสันติธรรม อายุ 30 ปี พนักงานสื่อสารบาดเจ็บสาหัส และนายชาติชาย สุภีแดน อายุ 30 ปี พยาบาล โดยทั้งหมดขณะนี้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พระนครศรีอยุธยา
พายุลูกเห็บถล่มเชียงราย หมอกควันเบาบางลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพายุลูกเห็บพัดถล่มจังหวัดเชียงราย สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ทางการเกษตร สัตว์เลี้ยง และบ้านเรือนจำนวนมาก เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือ พร้อมกันนี้พบว่าหมอกควันในจังหวัดเชียงรายได้เริ่มเบาบางลง
นายสุเทพ เดชชัยศรี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้มีฝนตกในหลายพื้นที่ พบว่าได้เกิดพายุลูกเห็บในพื้นที่ ต.ห้วยสัก และ ต.ดอยลาน อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างความเสียหายบ้านเรือนประชาชนกว่า 800 หลังคาเรือน พื้นทื่ทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงสูญหายจำนวนมาก
เบื้องต้นพบว่าพายุลูกเห็บที่ตกลงมาในครั้งนี้มีขนาดความใหญ่เท่ากับนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งทำให้หลังคาบ้านเรือนของประชาชนได้รับความเสียหายอย่างหนักจำนวน 2 หลังคาเรือน และเกิดรูรั้วเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย พร้อมกับนำกระเบื้องออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหาย โดยจะได้มีการตั้งงบประมาณฉุกเฉินออกช่วยเหลือประชาชนทันที
พร้อมกันนี้พบว่าสภาพหมอกควันในพื้นที่ ได้มีปริมาณเบาบางลงอย่างมาก ซึ่งทำให้วิสัยทัศน์การมองเห็นสามารถมองเห็นได้ไกลกว่าเดิม ซึ่งก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้งดการเผาเพื่อป้องกันการเกิดหมอกควันขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
พายุฝนฤดูร้อนถล่มบุรีรัมย์ น้ำท่วมถนนสูงเกือบ 50 ซ.ม.
ได้เกิดเหตุพายุฝนฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ นานกว่า 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เกิดน้ำท่วมขังถนนหลายสาย ได้แก่ ถนนจิระ ถนนอินทร์จันทร์ณรงค์ ถนนทางเข้า บขส. และถนนแสนสุข ระดับน้ำสูงเกือบ 40 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สัญจรไปมาได้อย่างลำบาก ประกอบน้ำเสียจากท่อระบายน้ำของเทศบาล ไหลทะลักออกมาส่งกลิ่นเหม็นเข้าบ้านเรือนประชาชน ต้องนำกระสอบทรายมาวางกั้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเป็นอย่างมาก
ขณะที่ชาวบ้านทั้งสองข้างถนนที่ถูกน้ำท่วมดังกล่าว ได้ออกมาร้องขอให้เทศบาล เร่งออกมาสำรวจ สาเหตุการเกิดน้ำท่วมขัง ชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะเกิดจากท่อระบายน้ำมีขนาดเล็กและมีส่งปฏิกูลอุดตัน ทำให้น้ำระบายไม่ทันจึงเกิดมีน้ำท่วมขังทุกครั้งที่มีฝนตก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานานหลายปี จึงร้องขอให้เทศบาลเร่งเข้ามาสำรวจ และจัดสรรงบประมาณขยายท่อระบายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและประชาชนที่สัญจรไปมา
นางปาลีรัตน์ สมานประธาน นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองช่างสุขาภิบาล งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาล ออกสำรวจและเร่งระบายน้ำให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน ซึ่งเทศบาลเตรียมหามาตรการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังระยะยาวในเขตเทศบาล สำรวจ และจัดหางบประมาณมาดำเนินการ
ขณะที่ นายพรเชษฐ์ แสงทอง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนและผู้สัญจรไปมาในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ระมัดระวังอันตรายที่จะเกิดจากพายุฤดูร้อนถล่มพัดบ้านเรือน ป้ายโฆษณาและต้นไม้หักโค่นทับถนน อาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับผู้สัญจรบนท้องถนนได้ในช่วงนี้
ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมา จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับผลกระทบจากวาตภัยเหตุพายุฤดูร้อน ใน 8 อำเภอ 15 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 72 ครัวเรือน 45 คน ซึ่งทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอำเภอได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว



