
ศาลรธน.อนุมัติปชป.ขอขยายเวลา15วันแจงยุบพรรค
ศาลรธน. อนุมัติ ปชป. ขอขยายเวลา 15 วัน ชี้แจงคดียุบพรรค ปชป. ยันไม่เร่งหรือประวิงเวลา ทำตามรูปคดี นิพิฏฐ์ ยันเวลานี้นับว่าเพียงพอ
เมื่อเวลา 14.00 น. นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการว่า คณะตุลาการได้มีการพิจารณาคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ที่ขอขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงในคดีที่นายทะเบียนพรรคการเมืองขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากใช้เงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยศาลได้มีมติอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาออกไปอีก 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จากเดิมที่พรรคประชาธิปัตย์ขอมา 30 วัน ทั้งนี้หากไม่มีการยื่นภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ถือว่าไม่ติดใจ นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติรับใบมอบฉันทะของพรรคประชาธิปัตย์รวม 3 ฉบับ ที่จะให้ทนายเป็นผู้ดำเนินการแทนไว้ในสำนวน
นายพสิษฐ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามก่อนการพิจารณาเรื่องดังกล่าว นายเฉลิมพล เอกอุรุ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้แถลงขอถอนตัวออกจาการพิจารณาคดีนี้ เนื่องจากเห็นว่าในคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองนั้นมีการอ้างถึงนายประพร เอกอุรุ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนามสกุลเดียวกับนายเฉลิมพลอยู่ในสำนวน จึงเกรงว่า หากยังปฏิบัติหน้าที่ในองค์คณะอาจถูกร้องคัดค้านได้ ซึ่งที่ประชุมคณะตุลาการได้พิจารณาและอนุญาตให้นายเฉลิมพลถอนตัวจากการพิจารณาคดีได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า ศาลจะพิจารณาเรื่องนี้โดยเร็ว เพื่อคลี่คลายปัญหาทางการเมือง นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ศาลมีมาตรฐานเดียวในการพิจารณา การขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหานั้น ศาลก็อนุญาตให้กับทุกพรรคเหมือนดังที่เคยปรากฏในคดีอื่นที่ผ่านมา และขอยืนยันว่า คณะตุลาการชุดนี้จะไม่มีการประวิง ยื้อหรือเร่งเวลาในการพิจารณาคดี ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า หากศาลมีคำวินิจฉัยคดีนี้ก่อนมีการเลือกตั้งก็จะไม่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองนั้น การกำหนดวันเลือกตั้งถือเป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร ซึ่งกระบวนการพิจารณาของศาลในคดีจะไม่มีการไปยึดเกี่ยวหรือผูกพันใดๆ การพิจารณาจะเป็นไปตามขั้นตอนต่างๆ โดยยึดหลักนิติธรรม ซึ่งหากคณะตุลาการเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้รับเป็นข้อยุติ ก็จะพิจารณาและวินิจฉัยได้เลย แต่หากจำเป็นต้องแสวงหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็จะเป็นดุลยพินิจของคณะตุลาการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป อีกทั้งการพิจารณาคดีนี้ทางประธานศาลรัฐธรรมนูญได้แต่งตั้งให้ตุลาการทั้งคณะเป็นตุลาการประจำคดี
นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ในส่วนของเรื่องระยะเวลาการพิจารณา คดีนี้ไม่สามารถนำไปเทียบเคียงกับคดียุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ เนื่องจากคดียุบพรรคการมืองทั้ง 3 พรรค มีข้อยุติในชั้นศาลฎีกาแล้ว นอกจากนี้ยังไม่สามารถนำไปเทียบเคียงกับกรณีที่นายทะเบียนยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคการเมือง เนื่องจากใช้เงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองผิดวัตถุประสงค์ไปก่อนหน้านี้ เพราะแต่ละคดีมีรายละเอียดของเนื้อหาที่แตกต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาทียบเคียงกันได้ ซึ่งการคาดเดากันไปว่า ศาลจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีนี้กี่เดือน และจะวินิจฉัยก่อนหรือหลังการเลือกตั้งนั้น ขอยืนยันว่าจะไม่มีผลผูกพันต่อการพิจารณาของคณะตุลาการ
เมื่อถามว่า คณะตุลาการมีกดดันหรือถูกข่มขู่ในการพิจารณาคดีนี้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้สัมผัสคณะตุลาการทุกคน ความกดดันภายนอกแม้จะมี แต่เมื่อเข้ามาเป็นตุลาการแล้วก็ต้องรับแรงกดดันนั้นให้ได้ และไม่ให้แรงกดดันนั้นมาเป็นปัจจัยในการที่จะทำให้การวินิจฉัยคดีไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการข่มขู่ตุลาการ แต่ในอนาคตไม่ทราบ และถึงแม้จะมีการข่มขู่ ตนก็เชื่อว่าตุลาการทุกคนจะไม่หวั่นไหว เพราะมีความตั้งใจที่จะทำงานบนความถูกต้องเพียงมาตรฐานเดียว
ศาลรธน.ยอมปชป.ให้เลื่อนส่งสำนวนคดียุบพรรค
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นรื่องดี เพราะคณะทำงานฯจะมีเวลาหาข้อมูลเพิ่มเติมและปรับถ้อยคำคำชี้แจงให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นซึ่งคงจะเป็นเรื่องรายละเอียดต่างๆ ซึ่งการเลื่อนเวลาออกไปอีก 15 วันนั้นส่วนตัวคิดว่าเพียงพอ ทั้งนี้การที่ต้องขอขยายเวลาออกไปนั้น เนื่องจากเอกสารหลักฐานยังไม่เรียบร้อย 100 เปอร์เซน หลังจากนั้นก็จะยื่นสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ซึ่งศาลก็จจะกำหนดวันไต่สวนต่อไป



