
ทนายเสื้อแดงนปช.บุกบชน.ต่อรองมอบตัว
"ทนายความ"แกนนำ นปช. บุก " บช.น. หารือร่วม พนักงานสอบสวนนครบาล- ดีเอสไอ ต่อรองการเข้ามอบตัว ตั้งเงื่อนไข ไม่ให้ฝากขังในเรือนจำหรือศาล ขณะที่ มือกฎหมาย บช.น. เรียกถกเครียดคณะทำงาน หลังรับฟังข้อเสนอ เตรียมเปิดแถลงข่าวชี้แจงจุดยืน บ่ายนี้
(12พ.ค.) เวลา 11.00 น. นายคารม พลทะกลาง ทนายกลุ่มนปช. พร้อมคณะทำงาน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.วีรวิทย์ จันทร์จำเริญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ( รอง ผบก.น.1 ) รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน พร้อมหารือร่วมกันกับพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในห้องประชุมกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ชั้น 3 อาคารกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรณีการเข้ามอบตัวของแกนนำตามหมายจับข้อหาต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งส่วนของคดีความผิดที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีอาญาต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
นายคารม เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการหารือว่า การมาวันนี้เพราะได้รับการประสานจาก พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ( ผบช.น.) เรื่องการอำนวยความสะดวกในการเข้ามอบตัวของแกนนำโดย ผบช.น.อยากให้แกนนำทุกคนเข้ามอบตัวสู้คดีตามกฎหมาย ซึ่งหากจะมีการเข้ามอบตัวจริงๆทางแกนนำได้หารือกันแล้วว่าจะเข้ามอบตัวที่กองปราบปราม ตามหมายจับ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีการหารือในส่วนของการกระทำความผิดข้อหา การก่อการร้าย ของดีเอสไอ ข้อหาล้มเจ้า ก็อยู่ในอำนาจสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งกำลังมีการดำเนินการอยู่
" ส่วนการสอบสวนพยาน หลักฐานคดีล้มเจ้ายังไม่ชัดเจน ประเด็นของพวกเราคือ แกนนำอยากมอบตัว หากชัดเจนในเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะสามารถควบคุมตัวได้ 7 วันตามมาตรา 12 จะทำอย่างไร ซึ่งที่จริงดีเอสไอ ซึ่งเป็น 1 ในกรรมการของ ศอฉ. ต้องชัดเจน ว่าหากมอบตัวแล้ว จะมีการขอเพิกถอนหมายตรงนี้ได้หรือไม่ เพราะจะเป็นการปรองดอง เพราะหากมอบตัวก็ประกันตัวไม่ได้ เพราะไม่ใช่อำนาจศาล แต่เป็นอำนาจของศอฉ. " นายคารม กล่าว
นายคารม กล่าวอีกว่า จากการหารือกับนายธาริศ เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการเข้ามอบตัวของแกนนำซึ่งจะมีการพาไปมอบตัวในทุกข้อหาที่ไม่ใช่ข้อหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งกองปราบเป็นคนขอก็ต้องไปฝากขังที่ศาล ซึ่งไม่ได้ห่วงอำนาจศาล แต่หากรัฐบาลต้องการปรองดองจริงๆ ก็ให้เพิกถอนและไปจบที่กองปราบเลยจะดีที่สุด และหลังจากนี้จะไปชี้แจงกับแกนนำทุกคน ซึ่งประเด็นวันนี้คือ มีหลายข้อหา โดยเฉพาะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผุ้กระทำความผิดที่ถูกออกหมายจับรวม 37 คนรวมแกนนำด้วย
นายคารม กล่าวอีกว่า หากเข้ามอบตัวแล้วการควบคุมตัวไม่ใช่เรือนจำ ไม่ใช่ศาล ก็ไม่กังวล ส่วนการสอบสวนรวบรวมหลักฐานคดีล้มเจ้านั้นจากการสอบถาม ยังไม่คืบหน้าไปมากนัก แต่ข้อหาก่อการร้าย เป็นหนึ่งในคดีพิเศษ หากเรื่องนี้จบ ไม่ต้องไปที่ศาลพวกเราก็รับได้ ส่วนจะมอบตัววันไหนนั้นยังไม่มีการยืนยันชัดเจนแต่จาก เบื้องต้นที่มีการกำหนดตามเดิมคือวันที่ 15 พฤษภาคม แต่ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน เพราะหากมีการมอบตัว แต่ไม่ได้รับการปล่อยตัวก็คิดว่าแกนนำคงไม่เข้ามอบแน่นอน ตอนนี้ทุกคนกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่จึงมีการมาหารือเพื่อได้รับการยืนยันชัดเจนก่อน
" ตอนนี้มีแกนนำยังห่วงว่า หากมอบตัวแล้วคนที่ชุมนุมที่ราชประสงค์จะทำอย่างไร วันนี้หากไม่มีเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เข้ามอบตัวเลย ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีบางคนชิงเข้ามอบตัวก่อนนั้นก็ยังไม่มี หากมีการมอบตัวก็น่าจะพร้อมกัน โดยน่าจะไปที่กองปราบ โดยดีเอสไอก็มาที่กองปราบได้ ทั้งในส่วนคดีก่อการร้าย และล้มเจ้า ส่วนประเด็นนายสุเทพ ( นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี) ก็เป็นอีกเรื่อง เพราะตอนนี้แกนนำมีหมายจับในเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากรัฐบาลปรองดองก็ให้นโยบายกองปราบ ดีเอสไอไป " นายคารมกล่าวและว่า
ส่วนคดีอาญาก็มีอยู่แต่ยังไม่แน่นอน กรณีของนายสุเทพนั้น ตามที่นายจตุพร (พรหมพันธ์ แกนนำนปช.) พูดก็ถูกที่เป็นเหมือนการเล่นปาหี่ การเล่นละคร เหมือนไปสอบถามเท่านั้น เพราะไม่มีการพิมพ์นิ้วมือ ถ่ายรูปทำตามขั้นตอน ก่อนปล่อยตัวกลับ มันไม่มีขั้นตอนนั้น เพราะยังไม่มีคดี อย่างไรก็น่าจะโดนดำเนินคดี อยากให้นำไปสู่กระบวนการจริงๆดีกว่า หากมอบตัวไม่ถูกต้องก็ต้องเริ่มใหม่ เรื่องนี้ก็น่าคิด หากนายสุเทพอยากให้ปรองดองก็มอบให้ถูกต้องเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายคมรมพร้อมคณะเดินทางกลับไปแล้วนั้น พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เรียกประชุมคณะทำงานสอบสวนของนครบาลชุดดังกล่าวพร้อมหารือร่วมกับอธิบดีดีเอสไอเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงเศษเพื่อกำหนดท่าทีในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจและดีเอสไอ จากนั้นจะร่วมกันแถลงข่าวความชัดเจนในกรณีที่แกนนำจะเข้ามอบตัวในช่วงบ่ายวันนี้ที่ห้องประชุม บช.น.



