
อานันท์แนะดึงปชช.ปฏิรูปประเทศมุ่งแก้ยากจน
"อานันท์"ชี้สถานการณ์การเมืองน่าห่วง จะมีความสับสนมากขึ้นเหตุปัญหาหมักหมมหลายปี เปรียบเหมือนสองฝ่ายรบกันแนะหยุดยิงและมาตั้งสติ แนะดึงภาคประชาชนผลักดัน ราชการ-การเมือง ต้องอยู่ข้างหลัง ชี้ควรแก้ปัญหายากจนก่อนทุกอย่างจะดี
(11พ.ค.) นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "9 ทันสถานการณ์ทางออกประเทศไทย"ทางโมเดิร์นไนน์ทีวีว่า สถานการณ์ยังน่าห่วง ความสับสนมีมากขึ้นเพราะหมักหมมมาหลายปี บอกไม่ได้ว่าเริ่มตอนไหนแต่เมื่อไม่ได้รับการจัดการในทางที่ดีความสับสนก็เพิ่มทวีคุณไป ทั้งนี้หลายเรื่องดีขึ้นท่ามกลางความสับสนและวุ่นวาย คือคนไทยสนใจการเมืองมากขึ้นและการต้องการมีส่วนร่วมและอยากช่วยแก้ปัญหามีมากและเดินไปในทางที่เหมาะสม แต่บางมุมตัวลบก็มากขึ้นเพระาหากรู้และเข้าใจมากขึ้นก็อาจเข้าใจผิดหรือถูก
เราต้องสะกดใจตัวเองว่าการเดินทางบนถนนประชาธิปไตยจะเต็มไปด้วยดอกกุหลาบระหว่างอาจมีหลุมและบ่อ ทุกประเทศหลงทางประเทศแต่เราอาจไม่หนักหน่วงแต่คนไทยอาจใจร้อนไป นำไปสู่จุดหมายการมีประชาธิปไตยแบบสมบูรณ์ต้องอดทน อดกลั้นและสู้กับปัญหา ส่วนการเสียชีวิตนั้นไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งที่สังคมต้องการหรือไม่มีราคาแต่ทุกสังคมในทางประวัติศาตร์แต่ก็ไม่ควรล้มตายแต่หากต้องเกิดก็ต้องเกิด
เวลามีความวุ่นวายสับสนหากปล่อยตัวไปอยู่ในสังเวียนความวุ่นวายเราก็จะสับสนวุ่นวายไปด้วยอาจปล่อยไปตามธรรมชาติอย่าเอาตัวไปอยู่กับศูนย์กลางความวุ่นวายสับสนเพราะอาจถูกพายุวุ่นวายสับสน ดังกล่าวเตลิดไปควรอยู่ห่าง แต่หากติดตามมากไปก็อาจบ้าได้ อยู่ใกล้ได้แต่อย่าใกล้ไปคนมีบทบาท ก็ต้องมีความผูกพันกับเหตุการณ์ความวุ่นวายนั้นเราต้องให้ความสนใจบ้างเพราะเป็นเรื่องของสังคมแต่สมควรแค่ไหนก็อยู่ที่แต่ละตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบของแต่ละคน
ส่วนแผนโรดแม็พที่นายกฯประกาศไว้นั้นก็เป็นความพยายามในการหาทางออก บางคนก็ชอบและไม่ชอบก็มีสิ่งดีและไม่ดีประเด็นอยู่ที่อีกฝ่ายชอบหรือไม่ หากจะเริ่มคุยกันก็ต้องให้แน่ใจว่าสิ่งที่ตกลงคือตกลงเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่คุยคนละเรื่องเหมือนแผนที่การเดินทางไปแนวทางเดียวกันหรือไม่ตนไม่อยกาพูดเรื่องนี้ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของคนที่มีปัญหาคุยกัน
อย่างไรก็ตามตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เข้าพบตนนั้น ตนได้แนะว่า คนกลางตามปกติหากมีการเจรจาบทบาทคนกลางต้องเงียบแต่ไม่ใช่คนไกล่เกลี่ย แต่ไม่ควรมีคนช่วยมากไป
"ยกตัวอย่างหากรบสองฝ่ายแต่ไม่รู้ใครแพ้หรือชนะแต่ก็ควรหยุดยิงหรือสงบศึกชั่วคราวและมาตั้งสติปัญญาว่าหลังหยุดยิงก็เริ่มมาคุยกันว่าเรื่องที่คุยกัยตรงกันหรือไม่ หากไม่ก็ถือว่าไม่ใช่การเจรจา ก็เช่นกันการที่นายกฯเสนอแผนมาอีกฝ่ายเห็นด้วยหรือไม่"
ตนคิดว่าสายไปหากใช้รัฐสภาเป็นกลไก การเปิดอภิปรายก็เป็นเพียงต่างคนต่างพูด ก็ไม่ข้อยุติ ระบบการเมืองที่มีอยู่ขณะนี้ไม่เอื้อให้ทะลุปรุโปร่งในการแก้ปัญหา
ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ก็ยังไม่มีการพิสูจน์อะไร สำหรับตนอยากเลิกพูดใน 5 ข้อ หากเป็นตนจะถามตนเองว่าปัญหาตนคืออะไรสังคม เศรษฐกิจ การเมืองหรือไม่ ปัญหาอยู่ที่ไหน ตนคิดว่ารากเหง้าคือความยากจน ศรัตรูของไทยคือยากจนเป็นมานาน หากทำให้ความยากจนลดไป ให้คน 8-9 ล้านคนสามารถปลดเรื่องหนี้ได้ ทำให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เช่นพวกหาเช้ากินค่ำ ไม่มีงานทำ เร่รอ่น ทุพลภาพ มีงานทำแต่เป็นงานนอกระบบ ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้ หรือคนที่มีงานทำ
ความจนคงไม่จนรายได้อย่างเดียวแต่รวมไปถึงจนโอกาส เพราะเกิดมาในครอบครัวรายได้ไม่ดีก็จนโอกาสในการได้รับเลี้ยงดูได้อย่างดี ไม่สามารถเข้าถึงการเข้าถึงระบบรักษาพยาบาล ขาดโอกาสการศึกษา ไม่สามารถเข้าถึงเรื่องอื่นอีกมาก พวกจนสิทธิที่ควรได้ในฐานะมนุษยชน ขาดปัจจัย 4 สิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญแม้มีตแไม่สามารเข้าถึงได้ หรือสิทธิการเข้าไปสู่ความยุติธรรมและเป็นธรรม เพราะกม.ทั่วไปมีสาระความยุติธรรมแค่ไหน และยังขาดความเสมอภาคในการใช้กม.อย่างเท่าเทียมอย่าไปดูวาเขาเป็นคนจนอย่าไปดูเรื่องการให้ทานแม้เป็นเรื่องดี
การแก้ปัญหาอยากเห็นภาคประชาชนชี้นำรัฐบาลไม่ควรให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเดียว สำหรับการปฏิรูปประเทศก็ยังไม่เคยทำสำเร็จเพราะกว้างมากทั้งสังคม เศรษฐกิจ และอีกมากมายจะเอาเวลาจากไหนมาทำเพราะปัญหาขณะนี้ เป็นปัญหาเฉพาะหน้า แต่หากจะทำก็ทำไป เพราะเป็นการเริ่มต้นสำหรับการปฏิรูป
ทั้งนี้การเสนอ 5 ข้อหากจะทำก็ต้องทำอย่างฉับพลันอยากให้ภาคประชาชนมีส่วน เดินเร็วขึ้นความขัดแย้งในขณะนี้เป็นการขัดแย้งด้านการเมือง แบ่งปันผลประโยชน์การเมือง ปัญหาทุกอย่างไปพัวพันกับคุคคล แต่สำหรับตนหากใครจะทำอะไรก็ทำไปแต่คิดว่าจะไม่ราบรื่นพราะถูกคนและการเมืองดึง เราจะหาจุดยืนร่วมกันได้หรือไม่
สังคมไทยคนรวย 5 เปอร์เซ็นต์ครอบครองรายได้ประเทศ 52 เปอร์เซ็นต์ มีความเหลื่อมล้ำมากหากเราจะแก้ปัญหาความยากจนคิดว่าคงไม่มีใครขัดข้องทุกคนร่วมได้หมด และสร้างความมีส่วนร่วมมากขึ้น และดึงภาคประชาชนเข้ามา ปัจจุบันการศึกษาความยากจนมีมาก หลายหน่วยงานดำเนินการ แต่ไม่มีคนทำเพราะมีแต่คนคิค เรารู้ว่าประชาชนต้องการอะไร ซึ่งเราสามารถมีมาตรการได้เลยไม่ต้องทำนโยบายเพราะเรามีนโยบายอยู่แล้ว ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนแก้ปัญหาความยากจนได้ดี แต่บางประเทศก็ทำได้ หากเราลดความจนได้ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้
หากคนได้รับโอกาสการศึกษาที่ดีก็มีโอกาสด้านอื่นแม้จะให้เรียนฟรีแต่เราขาดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ คือครู ถึงเวลาเราต้องปรับปรุงหลักสูตรต่าง ๆ รายได้ครู แต่ในสภาพศก.ขณะนี้ก็ควรมีมาตรการทางงบไปช่วยด้วย น่าเสียดายที่คนจนส่วนมากอยู่ในภาคเกษตร
ส่วนที่ว่ากฏกติกาหลักสังคมต่าง ๆ คนไม่เคารพนั้น ตรงนี้ถือเป็นบ่อเกิดแห่งความวุ่นวาย แต่ประเด็นต่าง ๆ ก็อยู่ที่จิตใจ ทั้งนี้ค่านิยมในเด็กเปลี่ยนไปมากซึ่งส่วนมากอันตรายมากกว่า ซึ่งควรดูในเรื่องศาสนาทุกอย่างเกิดจากจิตสำนึกมากกว่า
นักการเมืองบางครั้งถูกกล่าวแบบไม่ถูกต้องนัก แต่ในประเทศก็ไม่พอใจในเรื่องความเป็นประชาธิปไตยของเขาก็มีแต่ก็พยายามแก้ไขไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จ เช่นในอังกฤษขณะนี้มีการถกเถียงเรื่องการเลือกตั้งเช่นกัน อังกฤษอาจเปลี่ยนแปลงได้แต่สิ่งที่เขาหารือไม่ใช่ต้องมาทะเลาะกัน แต่อาจแตกต่าง แต่เราประชาธิปไตยปะทะกันมากแต่ไม่อันตรายหากปะทะทางความคิด เอายอมรับในการเอาความคิดมาถกเถียงกัน รธน.ไม่ใช่ยาสำเร็จรูป แต่เป็นแค่สิ่งประกอบ เท่านั้น การเป็นปชต.ไม่ใช่อยู่แค่การเลือกตั้ง หรือนักการเมือง แต่อยู่ที่จิตใจ
"มาดูว่าเราคุยในเรื่องที่ทะเลาะกันได้หรือไม่ หากหมกมุ่นแต่ในเรื่องที่เราทะเลาะกันก็ไม่ได้ การเมืองราชการต้องอยู่ข้างหลังแต่ให้ภาคประชาชนผลักดันกันเอง" นายอานันท์ กล่าว



