ข่าว

"สุเทพ"เสี่ยงตัวประกันในมือตร.

"สุเทพ"เสี่ยงตัวประกันในมือตร.

12 พ.ค. 2553

แม้มติแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะตอบรับแผนปรองดองแห่งชาติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤศจิกายน ปลายปีนี้ แต่ยังมีข้อเสนอจากคนเสื้อแดงหรือที่เรียกว่า "เรดแม็พ" เพื่อกา

 ประเด็นสำคัญในข้อเรียกร้องดังกล่าวคือ การให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เมษายน จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

 แต่ดูเหมือนข้อเสนอของคนเสื้อแดงจะไม่ได้รับการตอบสนองภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดเมื่อนายสุเทพ เบนเข็มไปมอบตัวกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอแทน

 คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นส่วนหนึ่งใน "ไม้ตาย" รัฐบาล ที่มีบทบาทในการกดดันแกนนำคนเสื้อแดงมาโดยตลอด

 ขณะที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ออกมาขานรับต่อการมอบตัวของนายสุเทพพร้อมอธิบายว่า  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้โอนสำนวนคดีกล่าวโทษนายกรัฐมนตรีและนายสุเทพ มาให้ดีเอสไอแล้ว จึงมีความชอบธรรมที่นายสุเทพจะเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยไม่ต้องรอให้มีหมายเรียก

 "คดีนี้ดำเนินการโดยกองปราบปรามและตำรวจนครบาล ทั้งนี้การเข้าพบพนักงานสอบสวนของนายสุเทพจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เพราะเป็นการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยตรง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเมื่อถูกร้องทุกข์กล่าวโทษ" นายธาริต ชี้แจง

 ทั้งนี้เป็นผลจากวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ จากพรรคเพื่อไทย ได้พาญาติผู้เสียชีวิตเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองปราบปราม

 จะว่าไปแล้วรัฐบาลเหมือนอ่านเกมทะลุทั้งกระดาน เพราะหลังจากพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงเข้าแจ้งความ คดีได้ถูกโอนจากสตช.ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรองรับสำนวนในอนาคต

 เมื่อรัฐบาลแก้เกมไว้ก่อน ฝ่ายเสื้อแดงก็มองทะลุเช่นกันเพราะในวอร์รูม คนเสื้อแดงก็มีนายตำรวจเชี่ยวชาญด้านสำนวนการสอบสวนอยู่จำนวนมากเพื่อคอยแก้เกมและรับข่าวที่ส่งตรงจาก "ตำรวจมะเขือเทศ"

 แกนนำบางคนถึงกับเสนอให้นายสุเทพ ไปมอบตัวกับพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. หรือแม้แต่พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ปรึกษาสบ 10 เนื่องจากไม่ไว้วางใจอธิบดีดีเอสไอ ที่รัฐบาลตั้งมากับมือและยังทำงานใกล้ชิดอยู่ในศอฉ.

 ข้อเสนอของ "เรดแม็พ" จึงมี "ดาบ" ซ่อนอยู่เบื้องหลัง หากเสื้อแดงต้องมอบตัวกับดีเอสไอ ฝ่ายรัฐบาลก็ควรมอบตัวกับสตช. เนื่องจากมั่นใจว่าตร.มะเขือเทศ ยังคงยึดโยงอยู่ในศูนย์อำนาจสตช. หากวันใดเกิดผลัดเปลี่ยนอำนาจสถานะนายสุเทพ ก็ไม่ต่างกับตัวประกัน

 ยิ่งชัดเจนจากท่าทีของตำรวจที่ผ่านมา ไม่ว่าการละเลยบังคับใช้กฎหมายหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่โดยเฉพาะฐานที่มั่นของคนเสื้อแดงในภาคเหนือและอีสาน

 ถ้าจะไล่เรียงรอยร้าวระหว่างตำรวจกับรัฐบาล ต้องเริ่มต้นจากความพยายามผลักดัน พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ ขึ้นนั่งผู้นำองค์กร แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ กลับพบอุปสรรคใหญ่เมื่อมีหลายฝ่ายอยากให้พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. มีชื่อเข้าชิงโดยกล่าวอ้างถึงสัญญาณพิเศษจนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถูกกดดันอย่างหนักถึงกับยื่นใบลาออก เพราะไม่สามารถผลักดันพล.ต.อ.จุมพล ขึ้นนั่งผบ.ตร.ได้สำเร็จ

 ทำเอานายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ถึงกับเสียรังวัด แม้จะมีการประชุมอีกหลายครั้งแต่นายกฯ ก็ไม่สามารถผลักดันพล.ต.อ.ปทีป ฝ่าด่านขึ้นไปได้

 ประเด็นต่อมาซึ่งถือว่าอื้อฉาวที่สุดในประวัติศาสตร์ขององค์กรตำรวจคือ ข่าวการซื้อขายเก้าอี้กันอย่างกว้างขวาง ทุกระดับชั้น ตั้งแต่โผโยกย้ายระดับนายพลจนถึงสารวัตร

 ว่ากันว่ามีตัวเลขสะพัดในการแต่งตั้งตำรวจที่ผ่านมานับร้อยล้านบาท สตช.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนโดยมีพล.ต.ท.เอก อังสนานนท์ ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นประธาน

 แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลสรุปแน่ชัด มีเพียงการสั่งย้าย พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย ผบช.ภ. 2 เป็นการชั่วคราวพร้อมกับส่งพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับคนโตในรัฐบาลไปจัดทำบัญชีโยกย้ายระดับรองผบก.ลงถึงสารวัตร เสียใหม่ ท่ามกลางเสียงนินทาว่า "มาตรฐานไม่ต่างกัน"

 ความสัมพันธ์ระหว่างนายสุเทพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ก็มีแต่ทรุดลงทุกวัน แม้ฉากหน้าจะดูราบรื่น แต่เบื้องหลังโดยเฉพาะในที่ประชุมศอฉ. บ่อยครั้งที่นายสุเทพตำหนิบิ๊กตำรวจหลายคนแบบไม่ไว้หน้า

 ตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคนจึงเก็บความแค้นไว้ในใจ รอดักจังหวะสอง

 แต่คนอย่างนายสุเทพก็คงได้กลิ่นสัมผัสแค้นได้ ไม่เช่นนั้นคดีความต่างๆ คงไม่รีบโอนไปให้ดีเอสไอดำเนินการ

 เพราะถึงยังไงนายสุเทพ ก็คงไม่เดินเข้าถ้ำเสือหรือเป็นลูกไก่ในเงื้อมมือตำรวจแน่นอน!!