
นปช.ประกาศไม่รับสุเทพมอบตัวดีเอสไอผิดขั้นตอน
นปช.ประกาศไม่ยอมรับสุเทพมอบตัวดีเอสไอ อ้างทำผิดขั้นตอนตามกฎหมาย ระบุไปวันนี้ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่ใช่ผู้ต้องหาจี้เรียกประชุมคกพ.รับเป็นคดีพิเศษคืนนี้ หากทำถูกต้องสัญญาลูกผู้ชายพร้อมสลายการชุมนุม
เมื่อเวลา 18.15 น.วันที่ 11 พ.ค. แกนนำนปช.ได้ร่วมกันแถลงข่าวโดยขาดนายวีระ มุสิกพงษ์ ประธาน นปช. เป็นวันที่สองท่ามกลางกระแสข่าวการขอลดบทบาทของนายวีระ โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. กล่าวว่า ข้อเรียกร้องของนปช. ที่มีต่อรัฐบาล โดยเฉพาะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในข้อเรียกร้องอื่นเราเชื่อมั่นว่ารัฐบาลถ้าจริงใจในการสร้างความจริงจังของรูปธรรมก็สามารถทำได้เช่น สถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลก็ต้องออกอากาศ ขณะเดียวกันการตอบสนองข้อเรียกร้องอื่น ๆ เมื่อมีประชาชนเป็นสักขีพยาน รัฐบาลก็มิอาจบิดพลิ้ว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การแสดงความรับผิดชอบโดยการเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของนายสุเทพ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังเป็นปัญหาที่ต้องอธิบายและต้องการความชัดเจนตามตัวบทกฎหมายการเดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ของนายสุเทพ แล้วกลับออกมาในวันนี้ ไม่สามารถอธิบายว่าคือการนี่คือการนับหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการใช้ จ้างวานให้สังหารประชาชนแต่ย่างใด นปช.ไม่ยอมรับการดำเนินการดังกล่าว เพราะนายสุเทพ ไม่ได้ไปดีเอสไอในฐานะผู้ต้องหา แต่ไปลงนามรับทราบเรื่องราวร้องทุกข์ นายสุเทพอาจอธิบายว่าเป็นการแสดงสปิริต แต่พฤติกรรมเป็นเพียงการไปตรวจราชการ เราต้องการรูปธรรมตรงไปตรงมาในการปฏิบัติ ให้ผู้มีอำนาจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นคดีแรก
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ด้วยเหตุผลของข้อกฎหมายมิอาจยอมรับได้ว่านายสุเทพตกเป็นผู้ต้องหาของดีเอสไอ เพราะทุกคดีที่ดีเอสไอจะมีอำนาจดำเนินการ สืบสวนก็ต่อเมื่อคดีความดังกล่าวต้องผ่านคณะกรรมการคดีพิเศษ และจะต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยยกตัวอย่างเอกสารที่เป็นคดีพิเศษของนปช.ซึ่งลงใน ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 127 ตอนพิเศษที่ 53 ง. ลงวันที่ 28 เม.ย. 2553 เรื่องมติคณะกรรมการคดีพิเศษ ประกาศให้เป็นคดีพิเศษ และระบุการกระทำความผิดสี่กรณี คือ 1. การก่อการร้าย 2. ขู่ให้รัฐกระทำการใด 3. ทำร้ายจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน และ 4.กระทำการต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของราชการ การดำเนินการ ต้องทำเช่นนี้จึงจะมีอำนาจ แต่คดีที่มีคนไปร้องทุกข์นายสุเทพ ในข้อหาบงการ ใช้จ้างวาน สังหาร ยังไม่มีการบรรจุไว้ในคดีพิเศษ ดังนั้นดีเอสไอจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ในการเป็นพนักงานสอบสวนแต่อย่างใดถ้าสุเทพ จะอธิบายว่าวันนี้ไปตรวจราชการเรารับได้แต่อธิบายว่าเป็นการมอบตัวในฐานะผู้ต้องหาเรารับไม่ได้แลจะรอต่อไป
“นปช.ขอยืนยันอีกครั้งว่าเราตอบรับวันเลือกตั้งยุบสภา แต่เราพร้อมจะยุติการชุมนุมเมื่อนายสุเทพ เดินหน้าไปนับหนึ่งตามกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น หากนายสุเทพ จะไปพบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอต้องไปหลังจากมีมติรับเป็นคดี พิเศษแล้ว หากไปพบตำรวจ ก็ต้องไปในฐานะผู้ถูกกล่าวหาในคดีเดียวกัน ต้องไปอย่างถูกต้อตรงไปตรงมา และเมื่อนั้นคนเสื้อแดงก็จะขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุมทันทีเช่นกัน คนเสื้อแดงเป็นลูกผู้ชายและมีเกียรติยศ เราจะชวนกันขึ้นเวทีประกาศยุติการชุมนุม นายสุเทพไปวันนี้ประกาศวันนี้ ไปวันไหนประกาศวันนั้น ไม่ประกาศก็ไม่ไปเช่นเดียวกัน”นายณัฐวุฒิกล่าว
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ตามที่มีสื่อมวลชนอธิบายว่า มีหกคดีที่เกี่ยวกับการใช้กำลังกับประชาชนในวันที่ 10 เม.ย. ที่กองปราบปรามและกองบังคับการสืบสวนสอบสวนกลางมีมติส่งสำนวนให้ดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการ เราถือว่าเป็นการทำงานระหว่างส่วนราชการ แต่ดีเอสไอจะมีสถานะเป็นพนักงานสอบสวนก็ต่อเมื่อมีมติจากที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษอยู่ดี
ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธ์ รองประธาน นปช. กล่าวว่า การไปดีเอสไอของนายสุเทพในวันนี้ เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษยังไม่มีอำนาจดำเนินคดีนี้ เพราะตอนนี้คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไอมีห้าเรื่องคือ 1.ก่อการร้าย 2.ขู่บังคับให้รัฐบาลจำยอม 3.ทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที รัฐ 4.กระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ราชการ และ 5. คดีล้มสถาบัน เพื่อให้การดำเนินคดีถูกต้อง ต้องดำเนินการดังนี้ ดีเอสไอต้องนำเรื่องที่ผู้มีเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ เสนอต่อคณะกรรมการคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ. คดีพิเศษ ต่อจากนั้นพนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ เพื่อให้ทั้งสองตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเสียก่อนและจึงเรียกให้ทั้งสองไปรับทราบข้อกล่าวหา
“หากนายสุเทพไปในฐานะผู้ต้องหาต้องมีการปั๊มลายมือ ต้องมีการประกันตัว เราจึงมิอาจรับแสดงการปาหี่ระหว่างดีเอสไอและนายสุเทพได้ หากนายสุเทพต้องการเข้าสู่กระบวนการ นายสุเทพเป็นประธานในคณะกรรมการคดีพิเศษ คืนนี้สามารถเรียกประชุม และพรุ่งนี้ให้หมายเรียกและนายสุเทพเดินทางไปพบในฐานะผู้ต้องหาไม่ใช่ในฐานะผู้บังคับบัญชาเหมือนในวันนี้”นายจตุพรกล่าว
นายจตุพรกล่าวว่า หากยังไม่มีการดำเนินการก็ให้ไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนท้องที่ที่มีการร้องทุกข์ และให้หน่วยงานแจ้งข้อกล่าวหาให้คนทั้งสองรับทราบ ในฐานะผู้ต้องหา เมื่อนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพรับทราบโดยถูกต้อง และได้รับการประกันตัว นปช. ก็ต้องได้รับการประกันตัวเช่นกัน หากนายสุเทพไม่ได้รับประกันตัว พวกตนจะไม่ใช้สิทธิเช่นกัน หากทำถูกต้องครบถ้วนเราก็พร้อมสลายทันที ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เมื่อพ้นสมัยประชุมก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้องเช่นกัน



