
ยัน"หนี้กรีซ"ไม่กระทบแบงก์ไทยธปท.จับตาบาทแข็งห่วงส่งออกแข่งขันลำบาก
ธปท.มั่นใจวิกฤติหนี้กรีซไม่กระทบแบงก์ไทย ปล่อยกู้ให้ธุรกิจกรีซเพียง 340 ล้านบาท รับค่าเงินบาทเทียบยูโรแข็งขึ้น ดันต้นทุนส่งออกไปยุโรปสูง นักวิชาการมองยังกระทบไม่มาก แต่ต้องดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งเกินไปจนกระทบส่งออก
นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วิกฤติหนี้ในยุโรปไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินไทยมากนัก เนื่องจากมีการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทที่มีสัญชาติกรีซเพียง 340 ล้านบาทเท่านั้น ถือว่าน้อยมาก
นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายตลาดการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พบว่าค่าเงินยูโรเมื่อเทียบเงินบาทมีการอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 10% ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มที่ส่งสินค้าออกไปยุโรปมีต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย ส่วนความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐนั้น ช่วงที่ผ่านมายอมรับว่ามีความผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งเป็นไปตามปริมาณการไหลเข้าออกของเงินทุนต่างประเทศระยะสั้น ที่มีความกังวลกับสถานการณ์หนี้สาธารณะของกรีซ แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือว่าเป็นไปทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า วิกฤติหนี้กรีซยังไม่มีผลกระทบต่อการส่งออกไทยมากนัก เนื่องจากประเทศสมาชิกยูโร 16 ประเทศ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) อนุมัติเงินกู้แก่กรีซรวมจำนวนกว่า 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแก้วิกฤติดังกล่าว ซึ่งจะต้องจับตาว่ากรีซจะสามารถแก้ปัญหาไม่ให้ลุกลามไปยังประเทศอื่นได้หรือไม่
โดยประเมินว่าหากผลกระทบอยู่เฉพาะในกรีซจะมีผลกระทบการส่งออกไทย 0.1% แต่หากผลกระทบลามไปโปรตุเกสจะกระทบการส่งออก 0.2-0.4% หรือคิดเป็นมูลค่า 613 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นกรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้มากที่สุด และกรณีเลวร้ายสุด หากผลกระทบของกรีซลุกลามไปยังโปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ และอิตาลี จะกระทบการส่งออก 1.2-1.5% คิดเป็นมูลค่า 2,533 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้านนายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤติการเงินของยุโรปอาจจะไม่กระทบโดยตรงกับประเทศไทย แต่ยังต้องจับตามองสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งตลาดหุ้น อัตราดอกเบี้ย การส่งออก และค่าเงินบาท โดยเฉพาะเรื่องของค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะเข้ามาดูแลเสถียรภาพของค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินไปจนส่งผลเสียต่อการแข่งขันในการส่งออกสินค้าของไทย



