ข่าว

พลังงานงัดแผนรับมือยอดใช้ไฟพุ่ง

พลังงานงัดแผนรับมือยอดใช้ไฟพุ่ง

11 พ.ค. 2553

อากาศร้อนจัด ยอดใช้ไฟฟ้าสูงสุดพุ่งถึง 10 ครั้งแล้วในปีนี้ พลังงานห่วงกำลังผลิตสำรองไม่พอจ่ายในปีหน้า เรียกหารือหน่วยงานวางแผนรับมือ เล็งยืดเวลาให้โรงไฟฟ้าเก่าที่เตรียมปลดระวางผลิตต่อ

 นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้าจะนัดหารือกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รวมทั้ง กฟฝ. เพื่อหาแนวทางเพิ่มกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายทันที หลังจากที่เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีค) เพิ่มขึ้นเป็นครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 "ในปีหน้าหากพีคเพิ่มขึ้นจากปีนี้ในอัตราที่เท่ากัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ แต่ กฟผ.ไม่มีกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายทันทีเหลืออยู่ จะทำให้การสั่งจ่ายไฟฟ้ามีปัญหาได้และอาจจะเกิดกรณีไฟฟ้าตกและดับได้" นายพรชัยกล่าวและว่า ปัจจุบันกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายทันทีมีอยู่ประมาณ 700-1,400 เมกะวัตต์

 ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวทางกฟผ.ได้ให้มีการเพิ่มมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบไฟฟ้าอย่างสูงสุด ทั้งโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า สายส่ง ศูนย์ควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า โดยตั้งเป็นศูนย์เฉพาะกิจ เฝ้าระวังเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อจัดให้มีกำลังสำรองพร้อมจ่ายทันทีให้มากกว่าช่วงปกติโดยให้อยู่ในช่วง 2,000-3,000 เมกะวัตต์ เพื่อรองรับกรณีที่ระบบส่งถูกทำลายหรือโรงไฟฟ้าหลายแห่งขัดข้องพร้อมกัน

 สำหรับมาตรการที่เตรียมรองรับไว้ คือ ยืดอายุโรงไฟฟ้าที่จะต้องปลดระวางออกจากระบบ ซึ่งตามแผนจะมีถึงประมาณ 1.7 หมื่นเมกะวัตต์ออกไป ซึ่งบางโรงสามารถปรับปรุงได้ รวมทั้งเร่งให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก หรือเอสพีพี ประเภทพลังงานร่วม (โคเจเนอเรชั่น) อีกประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ซึ่งกำลังประกาศรับซื้อต่อไป ซึ่งโรงไฟฟ้าเอสพีพีสามารถดำเนินการได้เร็ว ซึ่งจะมาช่วยเสริมความมั่นคงให้กับระบบได้

 ด้านนายบรรพต แสงเขียว รองผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ได้เกิดพีค เท่ากับ 24,009.9 เมกะวัตต์ นับเป็นครั้งที่ 10 ของปี 2553 สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนอุณณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 39 องศาเซลเซียส