ข่าว

รัฐคัดโอท็อปปั้นขึ้นเวที"เอสเอ็มอี"ม.ขอนแก่นชี้ "แบรนด์-ทุน" จุดอ่อนเอสเอ็มอีสาน

รัฐคัดโอท็อปปั้นขึ้นเวที"เอสเอ็มอี"ม.ขอนแก่นชี้ "แบรนด์-ทุน" จุดอ่อนเอสเอ็มอีสาน

11 พ.ค. 2553

หน่วยงานรัฐผนึกกำลังปั้นโอท็อปขึ้นเป็นเอสเอ็มอี คัดผู้ประกอบการเด่นจังหวัดละ 2 รายเข้าติวเข้ม เน้นพัฒนาเฉพาะแต่ละราย ด้าน ม.ขอนแก่นชี้ปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอีในอีสานเป็นเรื่องการสร้างแบรนด์และเงินทุน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือโครงการยกระดับผู้ประกอบการโอท็อปสู่เอสเอ็มอี ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นการร่วมมือของ 4 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์ กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
 
 นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวมีงบดำเนินการประมาณ 62 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม โดยคัดสรรผู้ประกอบการโอท็อป 5 ดาว ที่มีศักยภาพและสมัครใจเข้าสู่กระบวนการพัฒนาจังหวัดละ 2 ราย ใน 75 จังหวัด รวม 152 ราย ซึ่งหวังผลความสำเร็จของโครงการ 80% ของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยจะวัดจากรายได้ตลอดปีเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 15% จากรายได้เดิม

 สำหรับการพัฒนาผู้ประกอบการ จะมุ่งเน้นเฉพาะราย โดยจัดโปรแกรมพัฒนาให้สอดคล้องตามสภาพแท้จริงของผู้ประกอบการ มีการศึกษาจุดอ่อนจุดแข็ง สภาพปัญหา และศักยภาพในเชิงพาณิชย์ คำนึงถึงสังคมและวัฒนธรรม ให้ความสำคัญในความเป็นสินค้าโอท็อปที่เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมท้องถิ่นและเอื้อประโยชน์ชุมชน รวมทั้งไม่สร้างผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตของคนในชุมชน

 รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากลยุทธ์ธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการวิจัยเรื่อง "ยุทธศาสตร์บูรณาการเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของภาครัฐและเอกชน" ในช่วงปี 2545-2550 พบว่า ปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านการตลาดและการแข่งขันมีความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือปัญหาทางด้านการเข้าถึงเงินทุน

 ขณะนี้ศูนย์พัฒนากลยุทธ์ธุรกิจดำเนินการจัดโครงการฝึกอบรมในหลักสูตร "การพัฒนากลยุทธ์การแข่งขันทางการตลาดและการสร้างตราสินค้า" โดยมีกลุ่มเป้าหมายธุรกิจเอสเอ็มอีและสหกรณ์ อาทิ กลุ่มผู้ผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กลุ่มผู้ผลิตสมุนไพร เพื่อพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกลุยทธ์การแข่งขันทางการตลาดและการสร้างตราสินค้า

 "สาเหตุต้องสร้างตราสินค้า เนื่องจากมองว่าการที่ผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าจะน่าซื้อมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีตรา อีกทั้งจะทำให้มีโอกาสกำหนดราคาที่เหนือกว่าสินค้าที่ไม่มีตรา ซึ่งจะทำให้สินค้าของเราแตกต่าง โดดเด่นและเหนือกว่าคู่แข่ง"  รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าว