
อาคีโนต้องก้าวข้ามความน่าเบื่อ
ถึงนาทีนี้ก็ไม่มีอะไรต้องสงสัยอีกต่อไปว่าวุฒิสมาชิกเบนิโญ "นอยนอย"
อาคีโนที่ 3 จะได้เข้าไปทำงานและพำนักที่ทำเนียบมาลากันยังในฐานะประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ หลังประสบชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อวันจันทร์ เหนืออดีตประธานาธิบดีจอมเสเพลโจเซฟ เอสตราดา ที่มาเป็นที่สองถึงเกือบครึ่งต่อครึ่ง
และไม่ต้องสงสัยอีกเช่นกันว่าชัยชนะของนอยนอยในครั้งนี้เป็นผลมาจากชาวตากาล็อกต่างโหยหาประชาธิปไตยและสุดแสนจะเบื่อหน่ายผู้นำที่เต็มไปด้วยการทุจริตฉ้อฉล ซึ่งกวาดล้างเท่าไหร่ก็ไม่หมดไปจากทำเนียบมาลากันยังสักที แม้กระทั่งนางกลอเรีย อาร์โรโย ที่ต้องขนข้าวของออกจากทำเนียบอาถรรพณ์แห่งนี้ที่ครองมานาน 9 ปี พร้อมกับข่าวอื้อฉาวในเรื่องการคอรัปชั่น การใช้อำนาจในทางที่ผิด และเรื่องผิดปกติอื่นๆ
"ผมก็เหมือนพี่น้องร่วมชาติทุกคนที่อยากเห็นเจตนารมณ์ของประชาชนได้รับการเชิดชู ผมหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน...เราจะลงมือทำงานทันทีเพื่อผลักดันสิ่งที่ได้สัญญาไว้ระหว่างหาเสียง เราจะเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยงานเราในรัฐบาลชุดใหม่"
นอยนอยประกาศลั่น พร้อมกับให้สัญญาว่าจะทบทวนการแต่งตั้งบุคคลและข้อตกลงต่างๆ ที่นางอาร์โรโยได้ทำไว้ เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มต้นอย่างใสสะอาด
นอยนอยยอมรับด้วยว่า ไม่สนใจเสียงนกเสียงกาที่วิจารณ์ว่าตัวเองขาดประสบการณ์ แต่เพื่อความเป็นธรรมก็ต้องให้โอกาสตัวเองที่จะพิสูจน์ฝีมือก่อน
"มีคนที่พร้อมจะสนับสนุนผมเสมอ และก็มีคนที่จะวิจารณ์ผมเสมอ ผมแค่ขอให้ตัดสินผมอย่างยุติธรรม" นอยนอยย้ำ
"ผมคิดว่าประชาชนชอบผมเพราะผมซื่อสัตย์จริงใจ พวกเขาทราบว่าผมจะไม่หลอกลวง พวกเขาเชื่อมั่นว่าเมื่อมีข่าวร้าย ผมจะบอกพวกเขาอย่างตรงไปตรงมา และพวกเขาทราบว่าผมจะแบ่งปันทางออกสำหรับทุกปัญหากับพวกเขา"
อย่างไรก็ดี นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่า นอยนอย ส.ว.หนุ่มโสดวัย 50 ปี จะเป็นประธานาธิบดีที่ดีได้ก็ต้องก้าวข้ามความน่าเบื่อ อันเป็นบุคลิกประจำตัวก่อนทั้งๆ ที่ได้รับเลือกเป็น ส.ว.มา 3 สมัย ด้วยการปลุกวิญญาณของอดีต ส.ว.เบนิโญ "นินอย" อาคีโน จูเนียร์ ผู้เป็นพ่อและนางคอรี่ ผู้เป็นแม่ สองคู่ขวัญผู้เป็นวีรบุรุษและวีรสตรีประชาธิปไตยของประเทศ จะได้มีความกระตือรือร้น และกล้าตัดสินใจว่าพร้อมจะสละทุกอย่างแม้กระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องประชาธิปไตยให้อยู่ยั้งยืนยงตลอดไป เหมือนกับที่ผู้เป็นพ่อและแม่ได้ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างมาแล้ว
จะมัวแต่ตั้งหน้าตั้งตารักษาเกียรติที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ยิ่งชีพ จนไม่กล้าตัดสินใจอะไรสักอย่าง ก็คงจะเสียชื่อลูกผู้ชายตระกูลอาคีโนกระมัง



