
เที่ยวงาน "มหัศจรรย์พนมรุ้ง" เมืองบุรีรัมย์ ชมแสงอาทิตย์ลอด 15 ประตู 2-5 เม.ย.นี้
"เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม" เป็นคำขวัญประจำ จ.บุรีรัมย์
ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเมืองแห่งอารยธรรมขอมโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานนับพันๆ ปี
ร่องรอยอารยธรรมขอมโบราณที่ชัดเจนที่สุดในจังหวัดอีสานใต้แห่งนี้ คือ "ปราสาทหินพนมรุ้ง" ซึ่งเป็นปราสาทหินทรายขนาดใหญ่ที่มีการวางผังอย่างมีระเบียบ
หลักฐานความเป็นอัจฉริยะของช่างขอมโบราณที่ชัดเจนที่สุด คือ การวางตำแหน่งประตูปราสาททั้ง 15 ประตูให้สามารถรับแสงอาทิตย์ได้อย่างพร้อมเพรียงกันทั้ง 15 ประตูได้อย่างน่ามหัศจรรย์ !!
ทั้งนี้ นักโบราณคดีเชื่อว่า มหาเทวาลัยพนมรุ้ง สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15-18 โดย "มหาฤาษีนเรนทราทิตย์" ซึ่งเป็นญาติของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งอาณาจักรขอม
ต่อมา เกิดการแก่งแย่งเพื่อสืบราชสันตติวงศ์ จนถึงขั้นลอบปลงพระชนม์พระเจ้าธรณีนวรมันที่ 1 ซึ่งมีพระชายา ชื่อพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี ผู้เป็นมารดาของนเรนทราทิตย์
หลังจากพระเจ้าธรณีนวรมันที่ 1 ถูกลอบปลงพระชนม์ นเรนทราทิตย์ ก็ได้เสด็จหนีออกไปบำเพ็ญพรตภาวนา เพราะเบื่อหน่ายต่อการแย่งชิงอำนาจ และได้เดินทางไปพบถ้ำบนเขาพนมรุ้ง โดยมี "หิรัญญะ" ซึ่งเป็นบุตรชายของนเรนทราทิตย์ตามเสด็จไปปรนนิบัติรับใช้
ในครานั้น นเรนทราทิตย์ เดินทางมาจนพบภูเขาพนมรุ้ง และเกิดความประทับใจจึงอยู่บำเพ็ญบารมีในถ้ำอันเงียบสงบ ทั้งยังได้สร้างปราสาทหินทรายเพื่อเป็นเทวาลัยถวายแด่พระอิศวรอีกด้วย
ตามตำนานเล่าว่า หลังจากนเรนทราทิตย์บวชเป็นฤาษี และเข้าไปบำเพ็ญภาวนาโดยปิดปากถ้ำไว้ ด้วยความเพียรจึงได้ตบะญาณทำลายปากถ้ำออกมาพบกับแสงสว่างภายนอกจนกลายเป็น "มหาฤาษี" ณ ปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้
ปัจจุบันปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่ที่บ้านตาเป็ก ต.ตาเป็ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ 77 กิโลเมตร และตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล
ในทางธรณีวิทยายังเชื่อว่า ภูเขาพนมรุ้งเคยเป็น "ภูเขาไฟ" ที่ผ่านการระเบิดมาแล้ว จึงนับว่า ทั้งตัวปราสาทพนมรุ้ง และเขาพนมรุ้งล้วนมีคุณค่าทั้งทางประวัติศาสตร์ และทางโบรารณคดีที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง
ด้วยความสำคัญของเขาพนมรุ้งดังกล่าว ชาวบ้านในพื้นที่จึงให้ความเคารพสักการะอย่างมาก ทั้งยังมี "ประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง" สืบต่อกันมาช้านานอีกด้วย
นายชนาส ชัชวาลวงศ์ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เล่าว่า ประเพณีการเดินขึ้นเขาพนมรุ้ง เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2481 โดย ท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมญาณ วัดท่าประสิทธิ์ จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปวิปัสสนากรรมฐานบนเขาพนมรุ้ง
แต่ขณะนั้นยังไม่มีทางขึ้นสู่ตัวปราสาท ซึ่งสามารถขึ้นได้รอบทิศทางเหมือนปัจจุบัน แต่ในวันแรม 1 ค่ำเดือน 5 ก็จะมีพุทธศาสนิกชนดั้นด้นขึ้นไปทำบุญปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองด้วยจิตศรัทธาเป็นจำนวนมาก
ต่อมา ท่านเจ้าคุณโอภาสธรรมคุณ จึงได้ประชุมญาติโยมจากบ้านบุ ต.จระเข้มาก ช่วยกันถากถางทางขึ้นสู่เขาพนมรุ้ง โดยตัดทางมาที่หนองบัวราย (สระเพลง) อ.ประโคนชัย ขึ้นสู่ปราสาท และถางพื้นที่หน้าปราสาทให้เป็นลานกว้างจนเริ่มมีคนมาสักการะมากขึ้นเรื่อยๆ
นายมงคล สุระสัจจะ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวเสริมว่า จังหวัดบุรีรัมย์ประกาศให้ปราสาทพนมรุ้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 เพื่ออนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีเดียวกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
นายมนตรี ธนภัทรพรชัย หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ระบุว่า การจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปี โดยจะมีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ
ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้ชมกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น วิถีชีวิตชนเผ่าโบราณ วัฒนธรรมดนตรีพื้นบ้าน สื่อสารด้วยกลอ และการเป่าเขาสัตว์ที่ไพเราะ พร้อมทั้งการตั้งแสดง "ทุ่งหินภูเขาไฟ" ซึ่งจัดเรียงหินภูเขาไฟเป็นแนวตั้งตามความเชื่อโบราณอย่างวิจิตรตระการตา
ที่สำคัญ ผู้ที่มาเที่ยวงานมหัศจรรย์พนมรุ้ง ยังได้ร่วมรับพลังแสงพระอาทิตย์ ซึ่งจะสาดส่องผ่าน 15 ช่องประตูของปราสาทพนมรุ้งในระหว่างวันที่ 2-4 เมษายน กันอีกครั้ง
ร้อนนี้ หากยังไม่ได้วางแผนจะไปเที่ยวที่ไหน บุรีรัมย์ฝากชวนมาเที่ยวชมงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง พร้อมชมความมหัศจรรย์ของแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้งที่จะจารึกในความทรงจำอันแสนงดงามของท่านไปตราบนานเท่านาน
"สุรชัย พิรักษา"



