ข่าว

มะกันแค่ซักถามหรือแทรกแซง

มะกันแค่ซักถามหรือแทรกแซง

12 พ.ค. 2553

มีคำถามว่าการที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ นายเคิร์ท แคมพ์เบลล์ มาพบปะกับตัวแทนของพรรคฝ่ายค้าน ถือว่าเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงเรื่องภายในของไทยหรือไม่ ความจริงเส้นแบ่งระหว่างการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยจากประเทศที่เป็นมิตรกับการแทรกแซงกิจการภายในของประเ

 เมื่อวานนี้ คุณกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีต่างประเทศไทย ก็เชิญ คุณเอริค จี.จอห์นสัน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยไปพบ หลังจากที่นายเคิร์ท แคมพ์เบลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศพบกับ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และคุณนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของคุณทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม

 คุณกษิต ภิรมย์ กับทูตสหรัฐ พูดคุยกันประมาณ 45 นาที หลังจากนั้น คุณชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีต่างประเทศและโฆษกฝ่ายการเมืองบอกว่า คุณกษิต ได้แสดงความไม่สบายใจถึงการพบปะกันระหว่างผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกับคุณจาตุรนต์ และคุณนพดล เกรงว่าจะถูกดึงไปเป็นเรื่องการเมือง ขอให้สหรัฐเข้าใจและตระหนักถึงความละเอียดอ่อนของการเมืองไทย

 คุณกษิต ก็อธิบายให้ท่านทูตจอห์นฟังว่า ขณะนี้สถานการณ์รัฐบาลได้ย้ำถึงระบอบประชาธิปไตยให้เสรีภาพแก่ประชาชนที่มาชุมนุมโดยไม่มีการใช้กำลังรุนแรง แต่เหตุการณ์ 10 เมษายน ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปเพราะมีกลุ่มติดอาวุธที่ไม่สามารถแยกจากกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แฝงตัวและคอยซุ่มโจมตีทำร้ายทหารและผู้ชุมนุม

 คุณชวนนท์บอกว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไทยได้ขอให้สหรัฐทราบถึงสถานการณ์การชุมนุมที่เปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใช้ความระมัดระวังในการพบปะกับกลุ่มต่างๆ ที่อาจจะถูกนำไปกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์บานปลายได้

 ความจริงคุณกษิต ภิรมย์ ก็น่าจะทำใจกว้างได้ที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐมาพบกับคุณจาตุรนต์และคุณนพดล ความจริงถ้าหากพบปะกันโดยไม่เป็นข่าวก็เป็นเรื่องปกติ และถ้าหากฟังให้ดีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐก็ประกาศสนับสนุนแผนโรดแม็พปรองดองแห่งชาติของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และก็ยืนยันว่าการชุมนุมนั้นจะต้องเป็นไปอย่างสงบ

 แต่ขณะเดียวกันการที่นายแคมพ์เบลล์ มาพบปะกับตัวแทนของฝ่ายค้านโดยไม่ได้มาพบปะกับตัวแทนของรัฐบาลในช่วงจังหวะเดียวกันนั้นก็อาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้

 ฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการพบปะผู้คนทั้งหลายในประเทศไทย การพบปะกับฝ่ายค้านไม่ใช่ความผิด เป็นเรื่องที่ทำได้และเป็นเรื่องที่ควรทำเพื่อฟังให้รอบด้าน แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องเข้าใจว่ารัฐบาลไทยเองนั้นต้องการบอกกล่าวกับรัฐบาลสหรัฐว่าสิ่งที่ทำหรือว่าเบื้องหลังที่เห็นอยู่นั้นคืออะไรกันแน่

 เพราะว่าเรื่องของข้อกล่าวหาการก่อการร้ายหรือล้มสถาบันก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ที่คุณแคมพ์เบลล์ ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศควรจะได้รับฟังอย่างละเอียดถี่ถ้วนจากคุณกษิต ภิรมย์

 ความจริงถ้าฟังจากคุณไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.ของประชาธิปัตย์ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องต่างประเทศโดยตรง ก็จะได้รับทราบว่า สถานทูตสหรัฐนั้นความจริงได้ติดต่อมาทางรัฐบาลเช่นเดียวกัน แต่ตรงกับวันหยุด ทางรัฐบาลไม่มีใครว่างพอที่จะไปพบปะด้วย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศพบปะกับตัวแทนของพรรคฝ่ายค้านแต่เพียงกลุ่มเดียวในวันนั้น

 ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้กระทรวงต่างประเทศคงไม่จำเป็นจะต้อง โอเวอร์รีแอ็ก คือไม่จำเป็นจะต้องลุกลี้ลุกลนกับการที่ตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐพบปะกับผู้แทนฝ่ายค้าน

 แต่ขณะเดียวกันสถานทูตสหรัฐประจำกรุงเทพฯ ก็น่าจะรู้ถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ คราวหน้าถ้าจะพบปะกันก็ควรจะทำพร้อมๆ หน้ากัน ทั้งฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านเพราะทุกฝ่ายจะได้มีโอกาสชี้แจงแถลงไขจุดยืนของตัวเองไม่เกิดความเข้าใจผิดกับฝ่ายใดทั้งสิ้น

สุทธิชัย หยุ่น