
ผู้นำความปลอดภัยในโลกของตำรวจ
ความเนิ่นนานของการชุมนุมประท้วง ส่งผลให้การจัดส่งกำลังตำรวจจากจังหวัดต่างๆ เพื่อสบทบกับกำลังที่กรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น จนทำให้รถตำรวจที่ใช้สำหรับรับส่งเจ้าหน้าที่มีจำนวนไม่เพียงพอ รถบัส 2 ชั้นของบริษัทเอกชนถูกเลือกใช้ในการปฏิบัติภารกิจ
รถบัสเอกชนวิ่งด้วยความเร็วสูง ความอ่อนเพลียจากการปฏิบัติภารกิจทำให้ทุกคนในรถต่างพากันนอนหลับ เวลาผ่านมาระยะหนึ่งตำรวจนายหนึ่งรู้สึกตัวถึงภาวะส่ายไปมาของรถ จึงลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปหาคนขับ แต่ช้าเกินไปรถไถลไปชนเกาะกลางถนน กระเด็นและพลิกคว่ำลงข้างทาง "อีกนิดเดียวพวกเขาก็จะถึงบ้านแล้ว" นายตำรวจใหญ่เล่าด้วยน้ำเสียงแสดงความสะเทือนใจกับเหตุการณ์
รถบัส 2 ชั้นที่พาเหล่าบรรดาตำรวจจังหวัดตรังกลับบ้านหลังจากเสร็จจากการปฏิบัติภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมประท้วงที่กรุงเทพฯ พลิกคว่ำ ทำให้เด็กรถ 2 คนเสียชีวิต คนขับรถบาดเจ็บสาหัส ตำรวจประมาณ 40 นายได้รับบาดเจ็บและบาดเจ็บสาหัส สารวัตรคนหนึ่งแขนขาด
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สั่งการให้เครื่องบินพานายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลตำรวจไปตรวจอาการผู้บาดเจ็บในทันที ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ถูกนำส่งโรงพยาบาลที่เกิดเหตุในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผู้บาดเจ็บสาหัสส่วนหนึ่งถูกนำตัวกลับพร้อมกับทีมแพทย์เพื่อรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ตัวอย่างการกระทำของ พล.ต.อ.อดุลย์ ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นรูปธรรมของการที่ผู้นำตำรวจดูแลเอาใจใส่ในเรื่องความปลอดภัย (safety caring) ของผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะเดียวกัน รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งทำการสอบสวนการเกิดเหตุทันที เพื่อรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียดชัดเจน (management information system : MIS) ผลการวิเคราะห์ถูกนำมาใช้ในการบริหารจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (safety management) มีการถ่ายทอดข้อมูลและออกคำสั่งในที่ประชุม เพื่อให้มีการบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเน้นย้ำว่า “ชีวิตของคนทุกคนมีความสำคัญ”
ดังนั้น ระบบการจัดหารถยนต์จะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากกว่าที่จะปล่อยให้เถ้าแก่ประหยัดต้นทุนจนเกิดความสูญเสีย คนขับรถต้องมี 2 คน เพื่อสับเปลี่ยนกันและป้องกันการเหนื่อยล้าและหลับใน เนื่องจากระยะทางไกลและเดินทางในเวลากลางคืน ต้องมีผู้บังคับรถทำหน้าที่กำกับ ดูแลการทำหน้าที่ของคนขับรถและเด็กรถให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการหยุดพักที่เหมาะสม
ผู้บังคับขบวนจะต้องกำกับดูแลให้ขบวนรถขับเคลื่อนไปอย่างเรียบร้อยพร้อมๆ กันด้วยความเร็วที่เหมาะสม หากเกิดเหตุผู้บังคับรถและผู้บังคับขบวนจะต้องถูกดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อระบุผู้กระทำผิดและรับผิดชอบ ความห่วงใยด้านความปลอดภัยถูกกำกับด้วยการกำหนดบทลงโทษเมื่อมีการฝ่าฝืนเพื่อป้องกันการละเลย และอาจทำให้เกิดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุจราจร
เจตนาและความจริงใจที่มีต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจราจรในโลกของตำรวจนั้นมิควรติดอยู่ในกรอบกับดักเพียงการจับกุมรถยนต์บนท้องถนนเพื่อเปรียบเทียบปรับเท่านั้น หากแต่สำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนควรเริ่มต้นจากผู้นำที่มุ่งมั่นและใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจังและจริงใจ ไม่ใช่เพียงการทำตัวเป็นตัวอย่างในเรื่องการเคารพกฎจราจร การไม่เรียกตรวจในระยะกระชั้นชิด การไปเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล หรือแม้กระทั่งการไปงานศพของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ประสบอุบัติเหตุเท่านั้น หากแต่ผู้นำตำรวจจะต้องมีภาวะผู้นำความปลอดภัยซึ่งมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ เป็นผู้ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัย (safety coaching) การบริหารจัดการ ดูแลเอาใจใส่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย (safety caring) และกำกับดูแลให้เกิดความปลอดภัย (safety controlling)
ดังนั้น ภารกิจของผู้นำในการดูแลความสงบเรียบร้อยของการชุมนุมประท้วงจึงควรครอบคลุมไปถึงการดูแลทุกข์สุขและความปลอดภัยในการเดินทางของลูกน้องด้วย
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



