ข่าว

ละครโหวง ๆ

ละครโหวง ๆ

12 พ.ค. 2553

วันก่อนผมคุยกับเพื่อนรุ่นน้องซึ่งคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงละครโทรทัศน์มาเป็นเวลานาน คุยไปคุยมาก็วกกลับไปสู่ละครโทรทัศน์ยุคหลังช่อง 4 บางขุนพรหม ที่มีคณะอารีย์วัลย์ของคุณอารีย์ นักดนตรี หรือคณะศรีไทยการละคร ของคุณเทิ่ง

 สติเฟื่อง ซึ่งทำละครดีๆ ให้ดูกัน คำว่า “ดี” ในที่นี้คือดีทั้งเนื้อหาสาระ ศิลปะการแสดง ฉากและองค์ประกอบอื่นๆ รวมทั้งคุณค่าทางจิตใจ ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มเอม เราคุยกันถึงนักแสดงรุ่นเก่า อย่าง ทัต เอกทัต หรือสุพรรณ บูรณะพิมพ์ ที่มีจิตวิญญาณของศิลปินอย่างเต็มเปี่ยม และลีลาการแสดงอันประทับใจยังคงติดหูติดตามาจนถึงทุกวันนี้

 การสนทนาในวันนั้น ทำให้ผมระลึกชาติถึงสมัยที่มีโทรทัศน์อยู่ 2-3 ช่อง และมีละครออกอากาศกันเพียงช่องละ 2-3 เรื่อง และแต่ละเรื่องก็ออกอากาศกันเดือนละครั้ง แถมยังเป็นรายการสดอีกต่างหาก มีละครอยู่ชุดหนึ่งซึ่งผมมักจะติดตามชมกันเป็นประจำคือละครคติชีวิตเยาวชน ของคณะเชนย์ รัชดา ที่มี จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นผู้ให้การสนับสนุน และออกอากาศกันเดือนละครั้งเช่นกัน เนื่องจากเนื้อหาของละครเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน โดยเน้นเรื่องการส่งเสริมคุณธรรมและการทำความดี (ตามคติพจน์ของจอมพลถนอม ที่ว่า “จงทำดี จงทำดี จงทำดี”) ดาราที่รับบทบาทนำแสดงจึงเป็นเด็กและเยาวชน อาทิ พิศาล อัครเศรณี, จิตรกร สุนทรปักษิน, รอง-โต้ง เค้ามูลคดี, สุประวัติ ปัทมะสูตร, อัจฉราวดี เถาเสถียร, ปนัดดา กัลย์จารึก เป็นต้น ซึ่งดาราเด็กในครั้งนั้นต่างเติบโตขึ้นมาเป็นนักแสดงเจ้าบทบาท และผู้กำกับภาพยนตร์และละครที่มีชื่อเสียงแทบทั้งสิ้น

 ผมมีความเชื่อว่า สังคมและสิ่งแวดล้อมมีผลต่อวิธีคิด วิธีการดำเนินชีวิต และการตัดสินใจของเยาวชน และสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือ และอินเทอร์เน็ต ก็ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อสังคม หากพิจารณาถึงสื่อดังกล่าวในเวลานี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่าขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน และมุ่งแสวงหาผลประโยชน์โดยมิได้คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้บริโภคสื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเด็กและเยาวชน ภาพของความรุนแรงต่างๆ พฤติกรรมที่ไม่สมควร เช่นการตบตีแย่งชิงผู้ชาย การใช้กำลังข่มขืนหรือข่มเหงสตรีเพศ การตัดสินปัญหาด้วยกำลัง การพูดจาโกหกพกลม ความละโมบโลภมากมุ่งหวังในทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่น ความสุรุ่ยสุร่ายอวดมั่งอวดมี การอาฆาตพยาบาท การแก้แค้นล้างแค้น ฯลฯ

 ที่เด็กและเยาวชนพบเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันในละครโทรทัศน์แบบไทยๆ ในยุคปัจจุบัน ได้บ่มเพาะสิ่งเลวร้ายเหล่านั้นในดวงใจดวงน้อย และแพร่ขยายเชื้อโรคที่เป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่สังคมไทย ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ หากพฤติกรรมทางสังคมของคนไทยในอนาคตอันใกล้ จะขาดคุณลักษณะที่ดีงาม และกลายเป็นสังคมที่เห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบ แสวงหาประโยชน์ส่วนตน และนิยมความรุนแรง

 เป็นที่น่าประหลาดใจว่า ปัจจุบันนี้มีสถานีโทรทัศน์เพิ่มขึ้น มีรายการละครเพิ่มขึ้น และละครก็มีวันและเวลาออกอากาศเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างมากมาย แต่ละครโทรทัศน์ดีๆ กลับลดน้อยถอยลง ยิ่งละครโทรทัศน์สำหรับเยาวชน ที่ส่งเสริมศีลธรรมและจรรยาธรรม แบบคณะเชนย์ รัชดา ในอดีตด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อสถานีโทรทัศน์ของเราได้กลายเป็นเรื่องของการพาณิชย์เต็มรูปแบบไปแล้ว ทำให้คำนึงถึงการขายเวลา ขายสินค้า มากกว่าคุณค่าทางจิตใจและการสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้สังคม ประเทศชาติ และเยาวชน

 ไหนๆ ท่านนายกรัฐมนตรี ก็วางโรดแม็พที่จะปฏิรูปสื่อแล้ว ผมขอฝากท่านช่วยปฏิรูปสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะละครโหวงๆ ทั้งหลาย ให้ซาๆ ไปจากจอ ด้วยเถอะครับ