
ไอโอซียันทำไม่ได้ เจ้าภาพร่วมโอลิมปิก
ณัฐ อินทรปาณ ไอโอซีเมมเบอร์ชาวไทย ดับฝันการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ร่วมในนามชาติอาเซียน เพราะคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ไม่มีนโยบาย ถ้าจะทำจริง คณะกรรมการโอลิมปิกไทยต้องเสนอขอแก้ไขระเบียบ แต่เป็นไปได้ยาก ย้ำไทยถ้าต้องการเป็นเจ้าภาพจริงต้องมีโครงการพ
หลังจากที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอมติให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติ ตั้งแต่ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ เอเชี่ยนบีชเกมส์ เอเชี่ยนอินดอร์และมาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ ฯลฯ ซึ่งอยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนากีฬาสู่ความเป็นเลิศ ขณะที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานโอลิมปิกแห่งประเทศไทย มีความเห็นว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในระดับโอลิมปิกเกมส์นั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่หากเสนอตัวในนามประเทศกลุ่มอาเซียน อาทิ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ก็พอจะมีโอกาส และพร้อมจะนำหารือในการประชุมสหพันธ์ซีเกมส์วันที่ 30 พฤษภาคมนี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย หากรัฐบาลให้การสนับสนุน
เรื่องดังกล่าว ดร.ณัฐ อินทรปาณ ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ประจำประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า แนวคิดเจ้าภาพร่วมจัดโอลิมปิกเกมส์ ก่อนอื่นต้องดูธรรมนูญของโอลิมปิกก่อน ซึ่งในเรื่องของกีฬาโอลิมปิกเกมส์ระบุไว้ชัดเจนว่าในเรื่องการเสนอขอเป็นเจ้าภาพให้ประเทศเดียว เมืองเดียวนำเสนอ และเป็นสิทธิ์ของไอโอซีที่จะตัดสินใจให้เมืองหนึ่งเมืองใดได้รับคัดเลือก
ทั้งนี้ ในกรณีที่จะมีเจ้าภาพร่วม หลายประเทศร่วมมือกัน ต้องเป็นเรื่องของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เสนอต่อไอโอซี เพื่อขอแก้ไขข้อบังคับ ซึ่งเป็นไปได้ยาก ในกรณีนี้ ดร.ณัฐ ยกตัวอย่างการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มีความพยายามที่จะให้เกาหลีเหนือร่มจัด แต่ไอโอซียืนยันว่าให้สิทธิ์แก่กรุงโซลเป็นเจ้าภาพเมืองเดียวเท่านั้น เพราะการเป็นเจ้าภาพร่วมมีปัญหามาก อาทิ การเข้าร่วมพิธีเปิด-ปิด การแบ่งชนิดกีฬาแข่งขัน โดยกีฬายอดนิยมอย่าง กรีฑา ว่ายน้ำ ฯลฯ ประการสำคัญก็คือ เมืองเจ้าภาพคงไม่ต้องการแบ่งจัดกับประเทศอื่น เพราะเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี หน้าตา และการแสดงศักยภาพของประเทศ
ไอโอซีเมมเบอร์ชาวไทยกล่าวในตอนท้ายว่า การจัดกีฬาโอลิมปิกเกมส์ของไทย ซึ่งเคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ 1 ครั้ง ในปี 2008 จนถึงขณะนี้ ต้องพิจารณาว่าสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่ามีโครงการอะไรพัฒนาประเทศไทยใน 10-15 ปีบ้าง เช่น การพัฒนาเมือง สร้างถนนหนนทาง อาคารสถานที่ หน่วยงานราชการ การคมนาคมขนส่ง ศูนย์แข่งขันกีฬา ซึ่งเกี่ยวพันกันทั้งหมด การที่ไอโอซีจะตัดสินให้เมืองใดเป็นเจ้าภาพ จะทำก่อน 7 ปี และจะเป็นการเร่งโครงการเหล่านี้เป็นรูปธรรมเร็วขึ้น และถือเป็นการพัฒนาเมืองนั้นไปพร้อมๆ กัน



