
สตช.องค์กรพิการ
อดีตอันรุ่งโรจน์ขององค์กรตำรวจไทย ในยุคที่มีชื่อเรียกขานว่า "กรมตำรวจ" เป็นองค์กรที่มีความน่าเกรงขาม ผู้นำองค์กรมีศักดิ์ศรี
เป็นที่เคารพยำเกรงทั้งคนดีและคนชั่ว ทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ รวมตลอดไปจนคนหาเช้ากินค่ำ ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ผ่านการคัดกรองมาอย่างเข้มงวดด้วยคุณสมบัติสำคัญอย่างน้อย 4 ประการคือ
1.มีความรู้ รู้งาน รู้คน รู้พื้นที่รับผิดชอบ
2.มีความสามารถ มีประสบการณ์การทำงานในหน้าที่ตำรวจ ทั้งงานสืบสวน สอบสวน ปราบปราม และงานบริหาร
3.มีความอุตสาหะ ขยันอดทน ซื่อสัตย์ สุจริต
4.มีความกล้าหาญ มีความรับผิดชอบ ปกป้องลูกน้อง และชื่อเสียงของหน่วยงาน
ด้วยความมีคุณสมบัติเบื้องต้น งานขององค์กรตำรวจจึงเป็นที่ยอมรับของสังคมคนดีตลอดมา รัฐบาลบริหารประเทศไปด้วยความราบรื่น ประชาชนทำมาหากินและดำรงชีวิตอยู่อย่างปกติสุข ในระดับที่ประเทศชาติเจริญพัฒนาทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง อย่างก้าวหน้ายืนในเวทีโลกได้
เดี๋ยวนี้ องค์กรตำรวจที่เปลี่ยนจากกรมตำรวจมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นเช่นไร? สามารถเรียกว่า "องค์กรพิการ" ได้หรือไม่ ?
เหตุผลคือ สตช.ไม่อาจเป็นองค์กรที่สังคม และประชาชนยอมรับนับถือได้อีกต่อไป ศักดิ์ศรี? การเคารพยำเกรง? ไม่ว่าผู้นำองค์กร ผู้บังคับบัญชาระดับนายพล หรือระดับบริหาร ลองสำรวจตัวเองดูเถิดว่า มีหลงเหลืออยู่หรือเปล่า ?
นี่ ! คงต้องโทษนักการเมืองส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้นำ สตช.ในระดับต่างๆ ขาดคุณสมบัติ 4 ประการ ด้วยสาเหตุจากความพิการของระบบบริหารงานบุคคลที่เละเทะสะสมมาช้านาน โดยไม่คิดแก้ไข เพราะความหนาของกิเลสจากคนในองค์กร และผู้มีอำนาจทางการเมืองประกอบกัน
ปรากฏการณ์ที่เกิดการชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ การฝ่าฝืนกฎหมายในลักษณะท้าทายอำนาจรัฐ การใช้อาวุธสงครามกระทำการในสังคมเมืองหลวงอย่างเปิดเผย การประกาศโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอย่างอหังการ ว่าจะกระทำผิดกฎหมายในเรื่องต่างๆ โดยไม่เกรงกลัวต่อการถูกจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย และอีกหลายๆ ปรากฏการณ์
เราสมควรเรียกสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือ สตช.ว่า "องค์กรพิการ" !!
คมพิทักษ์ราษฎร์



