
แคลมเบลล์ผช.ฮิลลารี่เข้าพบกษิตก่อนกลับสหรัฐ
แคลมเบลล์เข้าพบ กษิต ก่อนบินกลับสหรัฐ กษิต ย้ำชัดรบ.กังวลหวั่นถูกบิดเบือนดึงสู่เวทีโลก ร่ายยาวการเมืองไทยยังมีคอมมิวนิสต์จ้องป่วน เลขาฯรับ นพดล วิจารณ์หนักเหน็บคืนยึดประโยชน์ชาติ
(11พ.ค.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ และโฆษกฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่ามีการเชิญนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และตน เพื่อพบหารือกับนายเคิร์ท แคมเบลล์ ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐ เมื่อเช้าวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่ได้รับการติดต่อให้รับประทานอาหารเช้าอย่างที่เป็นข่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีข้อวิจารณ์ถึงการที่ รมว.ต่างประเทศ เชิญนายอีริค จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เข้าพบเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา เหมือนเป็นการผลักมิตรให้เป็นศัตรู นายชวนนท์ กล่าวว่า เราไม่มีเจตนาอย่างนั้น และไม่ใช่โอเวอร์ รีแอค และได้ทำความเข้าใจกับนายอีริค อีกทั้งเมื่อช่วงดึกวานนี้ ผช.รมต.ต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งได้เดินทางกลับจากย่างกุ้ง มาถึงไทยเพื่อเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางกลับสหรัฐ ก็ได้เดินทางมาพบนายกษิตที่บ้านพัก โดยได้เล่าให้ทราบว่าการพบปะกับกลุ่มเอ็นจีโอ หรือกลุ่มใดๆ ไม่เป็นปัญหา กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลไม่เคยต่อต้านคัดค้าน ไม่เคยปิดกั้นการรับทราบข้อมูลข้อเท็จจริง
ย้ำชัดรบ.กังวลหวั่นถูกบิดเบือนดึงสู่เวทีโลก
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า นายกษิต ยังเล่าให้ทราบด้วยว่า สิ่งสำคัญคือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในขณะนี้ หรือช่วงหลังจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. เป็นการชุมนุมผิดกฎหมาย สะสมอาวุธ นอกจากนี้ยังมีกองกำลังชุดดำทำร้ายเจ้าหน้าที่และพลเรือน พร้อมกับมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งหมดนี้แต่ละกลุ่มเชื่อมโยงกัน แบ่งแยกจากกันไม่ได้ ดังนั้นการที่ผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศสหรัฐ ไปพบกับแกนนำหรือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวโยงกับกลุ่มต่างๆ นั้น กระทรวงการต่างประเทศย่อมเกิดความกังวลในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการถูกอ้างอิงในประเด็นทางการเมือง การบิดเบือนประเด็นไปสู่นานาชาติได้ รวมทั้งเป็นการให้ความชอบธรรมกับการกระทำผิดกฎหมายภายใน หรือรับรองการชุมนุม
“ซึ่งเราก็ขอให้เขาเข้าใจตรงนี้ และเราก็อยากให้เขาแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยร่วมกับรัฐบาลไทย และเรายินดีที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยของโลก ดังนั้นการชุมนุมใดๆ ที่ต้องการจะล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ล้มล้างสถาบัน และล้มล้างรัฐบาลที่มาจากความชอบธรรมโดยใช้ความรุนแรง จึงอยากจะให้สหรัฐซึ่งเป็นประเทศที่สนับสนุนประชาธิปไตย และเป็นประเทศที่ต่อต้านการก่อการร้ายที่ชัดเจนประเทศหนึ่งของโลก ขอให้เขามีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องดังกล่าว” นายชวนนท์ กล่าว
ร่ายยาวการเมืองไทยยังมีคอมมิวนิสต์จ้องป่วน
นอกจากนี้นายกษิต ก็ได้เล่าให้ทราบถึงวิวัฒนาการทางการเมือง และพื้นฐานการเมืองของไทยแต่ตั้งอดีต ตั้งแต่ปี 2475 ที่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เคยต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ เคยมีคนที่อยู่ในลัทธิมาร์กซิสต์ และเลนินนิสต์ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ก็ยังมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศอยู่ ซึ่งเป็นข้อมูลที่นายแคมเบลล์ ไม่เคยรับทราบเรื่องนี้มาก่อน และทำให้มีท่าทีที่เข้าใจมากขึ้น เมื่อถามต่อว่า การที่ต่างประเทศลงไปหาข้อมูลเองเช่นนี้ กระทรวงการต่างประเทศจำเป็นต้องชี้แจงข้อมูลใดๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เพราะตั้งแต่ที่รัฐบาลเสนอแนวทางปรองดองแห่งชาติ ก็ยังไม่ได้เชิญคณะทูตมาร่วมฟังคำชี้แจง นายชวนนท์ กล่าวว่า ที่ยังไม่เชิญใครมาชี้แจงก็เพราะว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอคำตอบของกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะตัดสินใจอย่างไร ส่วนเนื้อหาของโรดแมปเองนั้น กระทรวงการต่างประเทศก็ได้จัดแปลเป็นภาษาอังกฤษเสนอให้คณะทูตอยู่แล้ว
รับ“นพดล”วิจารณ์หนักเหน็บคืนยึดปย.ชาติ
ส่วนที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ที่ปรึกษากฎหมายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกมาระบุว่าผู้ช่วย รมต.ต่างประเทศของสหรัฐ ก็เชิญนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมด้วยนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสาระหลักคงไม่ใช่เรื่องของการเชิญใครเข้ามา แต่เป็นเรื่องการเชิญกลุ่มที่มีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย และกรณีที่นายนพดล ระบุว่าตนเป็นคนขยัน แต่ไม่ค่อยมีมารยาททางการทูตนั้น ก็ขอขอบคุณในคำชมที่ว่าขยัน และยอมรับว่าตนไม่มีความรู้เรื่องช่องทางทางการทูต แต่ก็เพราะไม่ได้เรียนจบมาทางนี้ แต่เรื่องที่แม่นและรู้เรื่องคือ การจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และซื่อสัตย์ต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง



