ข่าว

พายุฤดูร้อนถล่มบุรีรัมย์โคมไฟพระธาตุลำปางหลวงพัง

พายุฤดูร้อนถล่มบุรีรัมย์โคมไฟพระธาตุลำปางหลวงพัง

11 พ.ค. 2553

พายุฤดูร้อนถล่มหนัก 4 หมู่บ้านที่บุรีรัมย์ พัดบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายกว่า 120 หลังคาเรือน โกดังรับซื้อข้าวพัง 2 หลัง ทั้งยังพัดต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านและสายไฟฟ้าขาด ทำให้ไฟดับตลอดทั้งคืน ขณะที่ลำปางพายุฤดูร้อนพัดหอบเอาเต็นท์ปลิว ใส่ซุ้มโคมไฟ ทางขึ้นวัดพระ

 พายุฤดูร้อนพัดถล่มอย่างหนักใน 4 หมู่บ้าน มี หมู่ 1 , 6 ,10 และหมู่ 12 ต.พระครู อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรพังเสียหายกว่า 120 หลังคาเรือน และกระแสลมยังได้พัดหลังคาโกดังรับซื้อข้าวพังเสียหายอีก 2 หลัง อีกทั้งต้นไม้ขนาดใหญ่ยังได้โค่นล้มทับบ้านของนางสำราญ คารัมย์ อายุ 66 ปี ที่อาศัยอยู่กับหลานสาววัย 4 ขวบ ได้รับความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ต้องไปอาศัยอยู่กับบ้านญาติชั่วคราว นอกจากนั้นต้นไม้ยังได้ล้มทับสายไฟฟ้าทำให้เสาไฟหัก ส่งผลให้ไฟฟ้าดับสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งคืน ขณะที่นายมนูญ สอนง่าย นายก อบต.พระครู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ และผู้ใหญ่บ้านทั้ง 4 หมู่บ้าน ได้เร่งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลรายงานทางอำเภอ และจังหวัด เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

 ด้านนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนพังเสียหาย ในช่วงที่มีอากาศแปรปรวนและย่างเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะราษฎรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย มีต้นไม้ และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้บ้าน ซึ่งจากข้อมูลพบว่าตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มบ้านเรือนราษฎรพังเสียหายแล้วร่วม 1,000 หลังคาเรือน โดยอำเภอที่เสียหายมากที่สุด คือ อ.เมือง ละหานทราย พลับพลาชัย ประโคนชัย และ อ.สตึก นอกจากนี้ยังมีต้นยางพาราของเกษตรกรหักโค่นเสียหายอีกกว่า 30 ไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจและให้ความช่วยเหลือ

 ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังขอให้ประชาชนได้ติดตามข่าวสารจากการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เกี่ยวกับสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ และหากราษฎรในหมู่บ้าน ตำบลใด ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ แต่ตกหล่นจากการสำรวจ สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ทางอำเภอ จังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อจะได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป

พายุฤดูร้อนถล่มวัดพระธาตุลำปางหลวง

 นายอดุลย์ กันธิดา นายกเทศบาลตำบลลำปางหลวง เปิดเผยว่า หลังเกิดพายุฤดูร้อนได้พัดเต็นท์ซึ่งกางไว้บริเวณสนามด้านหน้าวัดพระธาตุลำปางหลวง เพื่อจัดงานวันเกษตรกรจังหวัดลำปาง จำนวนหลายหลังปลิวค้างหลังคาศาลาและเหล็กเต็นท์ยังพัดโดนใส่ซุ้มโคมไฟ ซึ่งสร้างด้วยปูนและอิฐ อายุหลายร้อยปี และตั้งอยู่บันไดทางขั้นวัดพระธาตุลำปางหลวง หลุดออกมาจากฐานตกกับพื้นจนได้รับความรับหาย ในขณะนี้ทางเทศบาลตำบลลำปางหลวงได้ทำหนังสือแจ้งไปยังจังหวัดและโบราณคดี กรมศิปากรที่ 7 จังหวัดน่าน ได้รับทราบแล้ว และให้เดินทางมาตรวจสอบ เพื่อทำการบูรณะต่อไป

 ด้านนายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า กรณีพายุฤดูร้อนพัดเหล็กเต็นท์ โดนใส่ซุ้มโคมซึ่งตั้งอยู่บันไดทางขั้นวัดพระธาตุลำปางหลวง ตนได้รับรายงานแล้ว และได้ประสานโบราณคดี กรมศิปากรที่ 7 จังหวัดน่าน มาตรวจสอบและดุแล ให้คำแนะนำในการบูรณะ เพราะว่า ที่นี่ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และตามพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ว้อยู่ ซึ่งการปรับหรือการบูรณะ ต้องผ่านความเห็นชอบของกรมศิปากร ก่อน

 สำหรับซุ้มโคมไฟ ก็จะเป็นเปรียบเสมือนทางขึ้นสวรรค์ เขาเรียกบันไดนาค อายุประมาณ 400-500 ปี หลังที่เป็นตำนาน พระจามเทวีและคาดว่าทางเจ้าหน้าที่ กรมศิปากร จะได้เดินทางมาตรวจสอบผและทำการบูรณะให้คงสภาพเดิมต่อไป