ข่าว

ปชป.ขู่ไม่เลิกสร้างเงื่อนไขอาจเลื่อนเลือกตั้ง

ปชป.ขู่ไม่เลิกสร้างเงื่อนไขอาจเลื่อนเลือกตั้ง

11 พ.ค. 2553

ปชป.ขู่เสื้อแดงไม่เลิกสร้างเงื่อนไขอาจเลื่อนเลือกตั้ง ปูด 3 อุปสรรคล้มแผนปรองดอง ชี้ “ เสธ.แดง ” ต้นตอความรุนแรง เหน็บ “ เพื่อไทย ” ออกหน้าเจรจาม็อบแดง โต้พธม.รัฐบาลเปล่าจัดฉาก ย้ำไม่คิดทรยศปชช. จี้รัฐเร่งตรวจสอบแผนวินาศกรรมแยกราชประสงค์

(11พ.ค.) ที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเวลา 11.00 น. มีการประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  โดยมีนายชุมพล กาญจนะ ประธานส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในที่ประชุม ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีของพรรคไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วยเนื่องจากติดประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมและกระบวนการปรองดอง โดยวิตกว่ากระบวนการปรองดองประสบอุปสรรคสำคัญ ที่ทำให้วิกฤตประเทศไม่สามารถคลี่คลายได้ โดยอุปสรรคดังกล่าวคือ 1. กลุ่มนปช. เสียความเป็นเอกภาพในการดำเนินการอย่างแรง มีการเพิ่มจำนวนผู้ชุมนุม ตั้งเงื่อนไขเพิ่มเติมทุกวัน ตั้งใจถ่วงไม่ให้กระบวการปรองดองเดินไปได้ โดยหลังจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เข้ารายงานตัวต่อดีเอสไอ. แต่กลุ่มนปช.กลับมีการตั้งเงื่อนไขเพิ่มว่าต้องการให้ไปมอบตัวที่กองปราบ ถือเป็นข้ออ้างไม่ตรงข้อเท็จจริง เพราะสตช.อยู่ในโครงสร้างของศอฉ. ถือว่าเป็นการเล่นไม่จบ ดังนั้นตั้งข้อสังเกตว่าทำไมกลุ่มนปช.ไม่บอกเงื่อนไขดังกล่าวตั้งแต่แรก ล่าสุดนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. บอกว่าให้นายสุเทพ ลาออกก่อน ถือเป็นเงื่อนไขที่ไม่อาจรับได้ และเสี่ยงที่ทำให้กระบวนการปรองดองสะดุดอีกครั้ง

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า 2. การก่อวินาศกรรม ภายหลังที่นายกฯเสนอแผนปรองดอง ซึ่งเหตุการณ์ขึ้นต่อเนื่องถือเป็นกระบวนการก่อการร้ายที่ไม่ต้องการให้กระบวนการปรองดองเดินหน้าได้ และบุคคลที่ต้องสงสัย คือ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ออกมาให้ความเห็นในลักษณะว่าคนที่สั่งหยุดเคลื่อนไหวได้คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียว และมีการตั้งแกนนำใหม่ ถือว่าแกนนำที่นิยมความรุนแรงไม่อยากให้กระบวนการปรองดองเดินหน้าได้ 3. พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยกับแผนปรองดองของรัฐบาล และออกแผนปรองดองใหม่ออกมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มนปช. อยากถามว่าพรรคเพื่อไทยเคยช่วยเจรจากับแกนนำนปช.เพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมืองหรือไม่ เพราะบทบาทของเพื่อไทยมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวนอกสภาได้ แต่กลับปฏิเสธการหาทางออกและยิ่งเพิ่มวิกฤติทางการเมือง

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่ออีกว่า รัฐบาลอาจต้องเดินหน้าแสวงหาความร่วมมือปรองดองจากภาคอื่นต่อ ๆ และหากกลุ่มนปช.มีเอกภาพก็ควรแสดงความจริงใจเข้าร่วมกระบวนการปรองดอง เพราะเวลาเหลือน้อยแล้ว อยากให้ใช้เวลาที่เหลือทบทวนการเข้าร่วมกระบวนการปรองดอง ขณะเดียวกันก็มีข่าวที่ออกมาว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พยายามติดต่อกลุ่มการเมืองอื่น เช่นกลุ่มกรุงเทพฯ 50 ที่บอกว่าต้องการให้มีผู้เจรจาในเรื่องคดีไม่อย่างนั้นปัญหาจะไม่จบ จึงอยากถามว่านี่เป็นสาเหตุสำคัญหรือไม่ที่ทำให้กระบวนการปรองดองไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะเงื่อนไขที่พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอมา รัฐบาลไม่ได้ตอบสนอง

 นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาระบุว่า กระบวนการปรองดองเป็นการจัดฉากระหว่างรัฐบาลและผู้ชุมนุมด้วยว่า การที่รัฐบาลและรองนายกรัฐมนตรี แสดงความพร้อมที่จะถูกดำเนินคดี ไม่ได้หมายความว่าเป็นการสมยอมกับผู้ชุมนุมโดยเด็ดขาด แต่เมื่อผู้ชุมนุมกำหนดเงือนไขใหม่มา และเห็นว่าสามารถตอบรับได้ จึงแสดงความจริงใจว่าทุกคนล้วนอยู่ใต้กฎหมาย ยืนยันรัฐบาลและพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีทางสมยอมเอาประโยชน์ทางการเมืองแลกประโยชน์ของประชาชน หรือทรยศต่อประชาชนเด็ดขาด

 นพ.บุรณัชย์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยว่า มีความพยายามก่อวินาศกรรม ในช่วงที่กลุ่มคนเสื้อแดงพยายามบุกโรงพยายาบาลจุฬาฯ มีการพยายามต่อถังแก๊ส 5 ถัง และต่อท่อไปยังตึกผู้ป่วย เป็นการยืนยันว่า ข้อกล่าวหาที่กลุ่มนปช.อ้างว่าจัดฉากระหว่างรัฐบาลและโรงพยาบาล ในการย้ายผู้ป่วย ถือว่าเป็นเท็จ ความจำเป็นที่ต้องย้ายผู้ป่วย เกิดจากการกระทำของกลุ่มนปช.ที่เตรียมจุดระเบิดและเผาโรงพยาบาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน จากการเคลื่อนย้าย และขอให้กลุ่มนปช.ขอขมาต่อญาติผู้เสียชีวิต และโรงพยาบาล ทั้งนี้การเตรียมถังแก๊สและวางเพลิง มีข่าวยืนยันว่ามีการเตรียมการลักษณะเดียวกันที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ ว่าจะมีการลอบวางเพลิง และสร้างสถานการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และแยกเด็ก สตรีคนชราออกจากผู้ชุมนุมเพื่อลดความสูญเสีย ทั้งนี้การปฎิเสธของแกนนำในการเข้าแผนปรองดองทำให้วันเลือกตั้งไม่ชัดเจน เพราะเงื่อนไขการเลือกตั้งคือต้องให้มีความสงบ ไม่มีเหตุรุนแรง ไม่มีการชุมนุม แต่ขณะนี้ทางกลุ่มนปช.ยังสร้างสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้กรอบเวลาวันยุบสภาวันเลือกตั้งยังไม่ชัดเจน หากบ้านเมืองยังวุ่นวายอยู่