
อาคิโนคว้าชัยเลือกตั้งปธน.ปินส์-ปาเกียวส.ส.
อาคิโนประกาศพร้อมบริหารประเทศ หลังได้รับชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เจ้าตัวย้ำเร่งแก้ปัญหาคอรัปชั่นให้ประชาชน ส่วนนักมวยปาเกียวได้เป็นนักการเมืองสมใจ คว้าเก้าอี้ ส.ส.เป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงาน ส่วนครอบครัวอดีตเผด็จการเฟอร์ดินาน มาร
การเลือกตั้งประธานาธิบดี และการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหญ่ของฟิลิปปินส์ได้ปิดฉากลงแล้วพร้อมชัยชนะถล่มทลายของนายเบนิโญ อาคิโน ที่ 3 บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาคิโน ที่ได้แถลงต่อสาธารณชนครั้งแรกที่บ้านเกิดในจังหวัดทาร์ลัคว่าพร้อมจะบริหารประเทศแล้ว
นายอาคิโน ซึ่งเป็นวุฒิสมาชิกวัย 50 ปี กล่าวหลังทราบผลการนับคะแนนเบื้องต้นว่า พร้อมรับหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารประเทศที่มีประชากรชาวฟิลิปปินส์กว่า 90 ล้านคน และตระหนักดีถึงความคาดหวังของประชาชน ซึ่งด้วยพรแห่งพระเจ้าและการสนับสนุนจากประชาชน จะทำให้สามารถก้าวพ้นความแตกแยกที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แต่จะยังไม่ประกาศชัยชนะจนกว่าจะทราบผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนแน่นอนแล้ว พร้อมกับบอกว่าสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่และครูได้สอนไว้ คือ การรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน
นายอาคิโนยังได้กล่าวขอบคุณที่ชาวฟิลิปปินส์ลงคะแนนสนับสนุนเขาอย่างท่วมท้น โดยสัญญาว่าจะดำเนินนโยบายปราบปรามคอรัปชั่น และแก้ไขปัญหาความอ่อนแอของรัฐบาลตามที่ได้สัญญาไว้ ทั้งยังระบุด้วยว่า รัฐบาลสูญเสียอำนาจที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเพราะปัญหาคอรัปชั่น ดังนั้นภารกิจสำคัญอันดับแรก คือ การแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น และการทำให้รัฐบาลมีอำนาจอีกครั้งก็เท่ากับการเพิ่มอำนาจให้แก่ประชาชน
ถ้อยแถลงของอาคิโนมีขึ้นหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการนับคะแนนเบื้องต้นที่ชี้ว่า นายอาคิโนกวาดคะแนนเสียงไปถึงร้อยละ 40 เข้าไปอยู่ในทำเนียบของหนึ่งในผู้ที่ได้รับชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ทิ้งห่างคู่แข่งคนอื่นๆ อีก 9 คน ส่วนคู่แข่งที่ตามหลังมาได้แก่อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ เอสตราดา ที่ได้คะแนนร้อยละ 25 ส่วนผู้แข่งขันอีก 3 คนได้ประกาศยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว โดยหนึ่งในนี้คือ มหาเศรษฐีแมนนี วิลลาร์ ซึ่งได้รับการมองว่าเป็นผู้สมัครผู้มีสีสันที่สุดคนหนึ่งของการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ นายเบนิโญ หรือนอยนอย เป็นหนุ่มโสด บุตรชายของนายเบนิโญ อาคิโน จูเนียร์ ที่ถูกลอบสังหารระหว่างการเคลื่อนไหวต่อต้านอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอซ ผู้นำเผด็จการ ส่วนนางคอราซอน มารดาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำพลังประชาชน โค่นอำนาจนายมาร์กอซ จนได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
แม้จะมีชื่อเสียงมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ แต่นายอาคิโนก็โดดเด่นอย่างมากในวงการเมือง ด้วยเพราะความหวังของผู้สนับสนุนเขาที่เชื่อว่าเขาจะเป็นผู้นำที่มือสะอาด หลังจากเผชิญแต่รัฐบาลทั้งนายเอสตราดา และนางอาร์โรโยที่ด่างพร้อยมานาน 9 ปี ทั้งยังสั่นคลอนด้วยเรื่องความพยายามรัฐประหารและการประท้วงหลายครั้ง
การเลือกตั้งครั้งนี้ของฟิลิปปินส์ยังมีความพิเศษที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการนับคะแนนเป็นครั้งแรก อันเป็นการร่นกระบวนการที่ซับซ้อนจากเมื่อก่อนที่ใช้แรงงานมนุษย์ ทำให้ต้องเสียเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ในการระบุผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ และแม้จะมีปัญหาขัดข้องในด้านการใช้ระบบคอมพิวเตอร์คะแนน และความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 9 คน แต่เจ้าหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งได้ยกย่องการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นความสำเร็จของประเทศ ที่ไม่เกิดข้อครหาเรื่องการโกงเลือกตั้ง เหมือนเมื่อหลายครั้งในอดีต ส่วนกฎหมายเลือกตั้งประธานาธิบดีในฟิลิปปินส์ ไม่มีการเลือกตั้งรอบ 2 ผู้ใดได้คะแนนสูงสุดจะได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะ
อาร์โรโยเตรียมถ่ายโอนอำนาจ
ส่วนประธานาธิบดีกลอเรีย มาคาปากัล อาร์โรโย ผู้ดำรงตำแหน่งคนปัจจุบันให้คำมั่นว่าจะดำเนินการถ่ายโอนอำนาจแก่นายอาคิโนด้วยความราบรื่น และได้มอบหมายให้ที่ปรึกษาใกล้ชิดจัดตั้งทีมงานถ่ายโอนอำนาจเพื่อร่วมมือกับทีมงานของผู้ชนะการเลือกตั้ง โดยวาระดำรงตำแหน่งนาน 6 ปีของเธอจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน แต่เธอจะยังคงมีบทบาทในเวทีการเมืองต่อไป เพราะผลนับคะแนนเบื้องต้นระบุว่าเธอจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร
มาร์กอซชนะยกครัว
แม้ครอบครัวอาคิโนจะกลับมาครองบัลลังก์การเมืองได้อีกครั้ง ครอบครัวมาร์กอซก็กลับมาด้วยเช่นกัน โดยทั้งภรรยา และลูกชายของนายมาร์กอซ คือนางอีเมลดา นางไอมี ลูกสาวคนโต และนายเฟอร์ดินาน จูเนียร์ ลูกชายคนเดียว สามารถลอยลำคว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยนางอีเมลดาชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส. พร้อมกับลูกสาว ขณะที่ลูกชายได้เป็นวุฒิสมาชิกของจังหวัดอิโลกอส นอร์เต บ้านเกิดของครอบครัวทางเหนือของฟิลิปปินส์
ปาเกียวคว้าเก้าอี้ส.ส.เป็นของขวัญแต่งงาน
นอกจากคนในแวดวงการเมืองแล้ว แมนนี่ ปาเกียว นักชกมวยอาชีพชื่อดังของโลก ได้เป็นอีกคนที่ก้าวเข้าสู่แวดวงการเมืองเป็นครั้งแรก หลังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่เป็นถึงหัวหน้าครอบครัวของตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลในท้องถิ่น เข้าไปนั่งในรัฐสภาในฐานะ ส.ส.ที่เป็นตัวแทนบ้านเกิดในจังหวัดซารังกานี โดยปาเกียววัย 31 ปี มีคะแนนนำนายรอย ชิอองเบียน คู่แข่งวัย 61 ปี ถึง 3 ต่อ 1 ทำให้ปาเกียวกลายเป็นนักมวยอาชีพคนแรก ที่ได้เข้าไปนั่งทำงานรับใช้สาธารณชน ในขณะที่ยังไม่ได้แขวนนวม
ก่อนหน้านี้ ปาเกียว ซึ่งครองแชมป์มวยถึง 7 รุ่น เคยพ่ายแพ้บนสังเวียนการเมืองในความพยายามสมัครชิงตำแหน่งวุฒิสมาชิกเมื่อปี 2550 แต่ในศึกเลือกตั้งล่าสุด เขาทุ่มเทเงินหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับการวางยุทธศาสตร์หาเสียงที่มีการจัดการอย่างดี ในการเอาชนะใจคนยากจนที่เห็นเขาเป็นวีรบุรุษที่ไต่เต้าจากคนยากไร้กลายเป็นมหาเศรษฐี ขณะที่ชาวบ้านหลายคนไม่กล้าเปิดเผยตัวว่าเป็นคนลงคะแนนให้แก่ปาเกียว เนื่องจากตระกูลชิอองเบียนได้ชื่อว่าเป็นผู้ควบคุมกิจการหลายอย่างในจังหวัด
นอกจากนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นวันสำคัญสำหรับปาเกียว เพราะวันที่ 10 พฤษภาคม ตรงกับวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10 ของเขากับภรรยา คือ นางจินกี้ ด้วยเช่นกัน



