
"เทือก"เข้ารับทราบข้อหากับดีเอสไอ
"สุเทพ"เข้ารับทราบข้อหากับดีเอสไอ ตามคำกล่าวโทษร้องทุกข์ของญาติผู้เสียชีวิต 10 เม.ย. "อำนวย" วอนม็อบอย่าเบี่ยงประเด็น ชี้คดีนี้ต้องมอบตัวที่ดีเอสไอเท่านั้น "ธาริต"แจงขั้นตอนถูกต้องเพราะตำรวจ โอนสำนวนคดีให้ดีเอสไอแล้ว ขณะที่"หมอเหวง" ชี้ มอบตัวดีเอสไอ.ไม่เ
(11พ.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง โดยเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในคดีประทุษร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน โดยมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชา การตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้บัญชาการตำรวรนครบาล (ผบช.น.) และพนักงานอัยการเข้าร่วมสอบคำให้การโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายสุเทพ นายธาริต และพล.ต.ต.อำนวย ได้แถลงข่าวร่วมกัน พร้อมทั้งให้นายสุเทพลงนามในคำให้การรับทราบการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อหน้าสื่อมวลชนด้วย
จากนั้นนายธาริตได้อ่านบันทึกถ้อยคำให้การของนายสุเทพ ที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีใจความดังนี้
ถาม : ท่านมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ด้วยเหตุผลใด และมีวัตถุประสงค์ใด
ตอบ : ข้าพเจ้ามาพบพนักสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้เพื่อขอทราบการร้องทุกข์กล่าวโทษ ของญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ การขอพื้นที่การชุมนุมคืนวันที่ 10 เมษายน 2553ที่ผ่านมา
พนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ท่านทราบว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 ได้มีนางนงลักษณ์ ฉายแม้น และพวก 13 คน อ้างว่าเป็นญาติผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.มายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ท่านว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 ท่านเป็นผู้สั่งการให้ทหารเข้าขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุมจนเกิดการปะทะระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน แทนที่ท่านจะสั่งให้ทหารยุติการปฏิบัติในการขอคืนพื้นที่ ไว้ก่อน แต่กลับเพิ่มกำลังทหารทำให้มีการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ท่านได้รับทราบข้อร้องทุกข์กล่าวโทษแล้วจะให้ถ้อยคำอย่างไรหรือไม่
นายสุเทพ ให้ถ้อยคำว่า ข้าพเจ้าได้รับทราบข้อร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว ข้าพเจ้าเจ้ายินดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป และจะมาพบหนักงานสอบสวนคดีพิเศษตามจะได้แจ้งเรียกในโอกาส ต่อไปทุกกรณ
ถาม : ท่านจะให้ถ้อยคำเพิ่มเติมอีกหรือไม่
ตอบ :ในวันนี้ขอให้ถ้อยคำเพียงเท่านี้
ด้านพล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า ระหว่างการเข้ารับทราบคำร้องทุกข์กล่าวโทษของนายสุเทพ กลุ่มผู้ชุมนุมราชประสงค์ โดยนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ประกาศว่าการเข้ามอบตัวของนายสุเทพที่ดีเอสไอไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเข้ามอบตัวที่กองปราบฯเท่านั้น จึงจะยุติการชุมนุม กรณีดังกล่าวเป็นการเบี่ยงเบนประเด็น จึงขอชี้แจงว่าคดีนี้จะมอบตัวที่กองปราบฯไม่ได้ เพราะคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติรับเป็นคดีพิเศษแล้วจะหวนกลับไปเป็นคดีธรรมดาไม่ได้ การสอบสวนจะต้องดำเนินการโดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น ซึ่งตำรวจในสังกัดบชน. 85 นายได้รับการแต่งตั้งให้ร่วมเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดังนั้นการเข้ามอบตัวครั้งนี้จึงชอบธรรมตามกฎหมาย เพราะทุกคดีถูกโอนมาที่ดีเอสไอหมดแล้ว ฝ่ายผู้ชุมนุมน่าจะสบายใจที่จะได้รับการดำเนินการในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งแกนนำนปช. นายกรัฐมนตรี รองนายกฯ ก็จะได้ถูกสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนชุดเดียวกัน ซึ่งมีอัยการร่วมสอบสวนด้วย
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า จากการที่มีประชาชนยื่นคำร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีอาญากับตน ในฐานะผู้สั่งการในเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่าตนเป็นผู้ออกคำสั่งให้ทหารขอคืนพื้นที่จนเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน ตนจึงเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อแสดงเจตนาพร้อมยอมรับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงแสดงให้เห็นว่าฝ่ายรัฐบาลพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วย เหตุที่เดินทางมาครั้งนี้เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไปได้
“เมื่อรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินซึ่งกฎหมายเฉพาะและมีการตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีผมเป็นผอ.ดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ตามลำดับ ในฐานะผอ.ศอฉ.เป็นผู้กำกับงานทุกฝ่าย โดยกฎหมายให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามคำสั่งรัฐบาลให้ไม่ต้องรับผิดทางแพ่งและอาญา นอกจากนี้การเดินทางมามอบตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจรจาต่อรองกับนปช. ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการเจรจา แต่ต้องการมาเพื่อให้แผนปรองดองของนายกฯเดินหน้าได้ครบถ้วน ซึ่งคนในชาติต้องร่วมกันนำความสงบคืนสู่บ้านเมือง”นายสุเทพกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากนปช.ไม่ยุติการชุมนุมจะทำอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า เอาไว้พูดเมื่อถึงเวลาดีกว่า ผู้สื่อข่าวถามต่อว่านปช.เรียกร้องให้ไปมอบตัวที่กองปราบฯเพื่อยุติการชุมนุม นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของนปช. แต่ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งหมดเพื่อเดินหน้าตามแผนปรองดองของนายกฯ ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า นปช.ไม่เชื่อมั่นในดีเอสไอ เนื่องจากอธิบดีดีเอสไอร่วมเป็นกรรมการศอฉ. นายสุเทพ จึงย้อนถามกลับว่า แล้วท่านคิดว่าแกนนำนปช.เคยเชื่อมั่นในอะไรบ้าง
ด้านนายธาริต ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หน่วยงานความมั่นคงทุกส่วนล้วนเข้าร่วมเป็นกรรมการศอฉ.เหมือนกับดีเอสไอ ขณะนี้ยืนยันได้ว่าคดีเกี่ยวกับการประทุษร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนได้ยกระดับเป็นคดีพิเศษแล้ว นอกจากนี้ผบช.ก.ซึ่งเป็นสายการบังคับบัญชาของกองปราบฯก็ร่วมสอบคำให้การของนายสุเทพด้วย ส่วนกรณีที่นายสุเทพอ้างถึงกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นการแสดงความรับผิดชอบของฝ่ายการเมือง แ ละเพื่อคลายความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเดินทางเข้ารับทราบข้อร้องทุกข์กล่าวโทษของนายสุเทพ ภายในอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มีการนำเครื่องตรวจโลหะมาติดตั้งที่ประตูทางเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกพกพาอาวุธเข้าไปภายในอาคาร นอกจากนี้ยังมีชุดเคลื่อนที่เร็วของตำรวจพร้อมอาวุธปืนลูกซองได้เดินทางล่วงหน้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยที่ดีเอสไอ ก่อนหน้าคณะของนายสุเทพจะเดินทางมาถึงประมาณ 15 นาที
ด้านนพ.เหวง โตจิการ หนึ่งในแกนนำนปช.กล่าวถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายควมความมั่นคง และในฐานะผู้อำนวยการศอฉ. ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาจากกรณีเหตุความรุนแรงวันที่ 10 เม.ย. ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นไปตามเงื่อนไขของนปช. เนื่องจากนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ.เป็นลูกน้องนายสุเทพ และยังเป็นกรรมการศอฉ. ซึ่งอยู่ในข่ายที่จะต้องถูกตั้งข้อกล่าวหาด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นกระบวนการจึงไม่มีความชอบธรรม ซึ่งที่ประชุมแกนนำนปช.เห็นตรงกันว่านายสุเทพ ต้องไปมอบตัวที่กองปราบปรามเท่านั้น จึงจะมีการยุติการชุมนุม



