
ปรองดองไม่ใช่เกี้ยเซียะ
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขีดเส้นตายวันที่ 10 พฤษภาคม ให้แกนนำคนเสื้อแดง ประกาศว่าจะสลายการชุมนุมเมื่อไหร่ เพราะว่าแผนปรองดองนั้นแกนนำคนเสื้อแดงบอกว่ายอมรับ แต่ตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม วันที่นายกรัฐมนตรีประกาศแผนโรดแม็พเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง 14 พฤศ
มิหนำซ้ำยังมีข่าวสับสนจาก ทักษิณ ชินวัตร และ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ระบุว่าทั้งทักษิณและ เสธ.แดง คัดค้านแผนปรองดอง เป็นหน้าที่ของแกนนำคนเสื้อแดงทั้งสามคนที่จะต้องป่าวประกาศกับประชาชนว่าตกลงจะร่วมปรองดองหรือไม่ หรือเป็นแผนซื้อเวลาเพื่อที่จะหาทางต่อรองเรื่องนิรโทษกรรมสำหรับตนเองและพวกเท่านั้น
ถึงแม้ว่าแกนนำคนเสื้อแดงจะบอกว่าไม่ต้องการนิรโทษกรรม แต่การที่ไม่ประกาศจุดยืนแน่ชัดว่าจะสลายเมื่อไร ก็ทำให้เห็นว่ามีการต่อรอง ต่อรองเพื่อที่ตัวเองจะสามารถลงจากหลังเสือได้อย่างปลอดภัย
แต่อะไรก็ตามแต่ที่เป็นคดีอาญา ประชาชนทั่วไปถือว่ากฎหมายต้องศักดิ์สิทธิ์ นายกรัฐมนตรีไม่สามารถจะเกี้ยเซียะกับคนกระทำผิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องข้อหาก่อการร้ายและจาบจ้วงสถาบัน
คำว่า ปรองดอง กับคำว่า เกี้ยเซียะ จึงมีความหมายแตกต่างกันตรงนี้ นั่นก็คือว่าถ้าปรองดองทุกคนต้องเสียสละ แต่เกี้ยเซียะแปลว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องการรักษาผลประโยชน์ของตัวเองเอาไว้ เมื่อต่างกันเช่นนี้ ทั้งรัฐบาลทั้งแกนนำคนเสื้อแดงจะต้องออกมาแสดงให้ประชาชนเห็นว่ายอมเสียสละมิใช่ต่อรองเพื่อผลประโยชน์
เพราะมิฉะนั้น ถ้าหากนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่สามารถจัดการให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ขณะที่เสนอแผนปรองดอง นายกฯ อภิสิทธิ์ ก็จะไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็นผู้นำประเทศต่อไป เพราะความอดทนของคนไทยทั่วไปที่ต้องการให้ประเทศชาติกลับสู่ปกติโดยเร็วนั้นกำลังจะหมดลง
ถ้าแกนนำคนเสื้อแดงไม่ตอบสนองแผนปรองดอง และนายกรัฐมนตรียังไม่ทำอะไรที่ชัดเจนว่า คำว่าปรองดองไม่ได้หมายถึงการซื้อเวลา ไม่ได้หมายถึงการเกี้ยเซียะ
สุทธิชัย หยุ่น



