ข่าว

ครม.ถกงัดแผนรับมือ"วิกฤติหนี้กรีซ"ส่งออกไทยไปอียูกระทบ-ห่วงลามเศรษฐกิจโลก

ครม.ถกงัดแผนรับมือ"วิกฤติหนี้กรีซ"ส่งออกไทยไปอียูกระทบ-ห่วงลามเศรษฐกิจโลก

10 พ.ค. 2553

ครม.หารือแผนรับมือผลกระทบวิกฤติหนี้สาธารณะกรีซ งัดมาตรการระยะสั้นและระยะยาว ห่วงการส่งออกไปตลาดอียูลดลง จับตาลุกลามไปสหรัฐก่อนขยายมาเอเชีย ธปท.มองมาตรการช่วยเหลือช่วยสร้างความชัดเจน หนุนตลาดเงิน-ตลาดทุนขานรับ

 นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วิกฤติหนี้สาธารณะของกรีซในรอบแรกจะกระทบสหภาพยุโรป (อียู) ก่อน และกำลังมีแนวโน้มลุกลามไปสหรัฐ ก่อนจะกระทบต่อภูมิภาคเอเชียต่อไป ซึ่งในส่วนของไทยก็จะได้รับผลกระทบให้การส่งออกลดลง เพราะไทยมีมูลค่าส่งออกไปอียูกว่า 10% ของมูลค่าส่งออกรวม โดยผลกระทบในระยะสั้นของวิกฤติครั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความเชื่อมั่นค่าสกุลเงินอียูจะน้อยลง มีค่าต่ำลง สินค้าที่ไทยส่งไปขายอียูจะแพงขึ้น

 "สหรัฐและอียูเป็นตลาดที่สำคัญของโลก หากรายได้ประชาชาติของทั้งสองประเทศลดลง จะทำให้ความต้องการสินค้าลดลง ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม โดยเฉพาะส่งออกไทยและการท่องเที่ยวถูกกระทบแน่นอน เมื่อคนยากจนลงจะเที่ยวน้อยลง แต่ผลกระทบนี้จะมาถึงเมืองไทยเมื่อช่วงไหนบอกไม่ได้ ต้องดูก่อนว่ามาตรการการช่วยเหลือวิกฤติหนี้ของกรีซ และประเทศที่ประสบปัญหาหนี้ลักษณะเดียวกันจะเป็นอย่างไรและได้ผลหรือไม่" นายไตรรงค์ ระบุ

 ส่วนปัญหาหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของสหรัฐและหลายประเทศในกลุ่มอียูที่อยู่ในระดับสูงมากนั้น ไม่น่าจะมีผลกระทบจนก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่รุนแรงครั้งใหม่ เพราะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ และอังกฤษ หนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับที่สูงไม่ใช่สิ่งที่น่าเป็นห่วง หากประเทศนั้นๆ ยังชำระหนี้ที่ครบกำหนดได้

 นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 พฤษภาคมนี้ จะหารือถึงผลกระทบ และมาตรการรองรับผลกระทบวิกฤติหนี้สินสาธารณะของกรีซ เพื่อเตรียมออกมาตรการรองรับต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ซึ่งได้ให้กระทรวงพาณิชย์ติดตามข้อมูลใกล้ชิด เพราะผลกระทบนี้อาจจะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศกลุ่มอียู ซึ่งเป็นตลาดอันดับต้นๆ ของไทย

 ด้านนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มาตรการของกลุ่มธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ออกมาเพื่อช่วยเหลือกรีซ รวมถึงประเทศอื่นที่เกี่ยวข้อง สร้างความชัดเจนเรื่องความสามารถของระบบที่จะดูแลปัญหาเหล่านี้ ขณะเดียวกันตลาดเงินและตลาดทุนทั่วโลกก็ตอบรับเชิงบวก เช่นเดียวกับตลาดเงินในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งล่าสุดอัตราแลกเปลี่ยนของภูมิภาค รวมไปถึงค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้น

        สำหรับปัญหาหนี้สาธารณะของกลุ่มประเทศยุโรปนั้น ยังคงเป็นประเด็นที่ ธปท.ต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการคลังในบางประเทศได้ ซึ่งหมายความว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอาจลดทอนลง ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีข้อจำกัด ดังนั้นการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเป็นพิเศษในบางประเทศจึงยังมีความจำเป็นอยู่